หลังจากที่โดนฉีดยาเข้าไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว หูของฟงฟงกับวาวาก็หายดีเลยค่ะ (^o^)/
แต่…พอเมื่อคืนเช็ดหู รู้สึกว่าขี้หูที่ออกมาของฟงฟงกับวาวาจะสีเข้มกว่าปกติ (-”-)
คิดไปเองรึเปล่านะ นี่มันไรหู หรือว่าเศษดินผสมขี้หูกันหนอ
จะว่าเป็นเศษดินผสมขี้หู ก็ดูเหมือนสีเข้มเกินไปรึเปล่านะ…คือว่าเช็ดบ่อย ๆ เข้าก็หลอนเหมือนกัน
จะว่าเป็นไรหู ก็ไม่เห็นฟงฟงกับวาวามีอาการคันหูเลยนี่นา
เอาไงดี (-”-)
เอางี้ดีกว่า…เอาแต่ก้านสำลีนี่แหล่ะไปปรึกษาหมอดู แล้วหมอว่าไงค่อยว่ากันอีกที
คิดได้ดังนี้ คุณหนุงหนิงก็จัดการคัดเอาแต่สำลีที่เปื้อนเยอะ ๆ แล้วก็ใส่ถุงอย่างดีรอเอาไปให้หมอดูในวันนี้ค่ะ
พอไปถึงคลีนิค คุณหมอไปทำธุระข้างนอก อยู่แต่คุณแม่ของคุณหมอ กับน้องสาวคุณหมอ
แล้วก็เจ้าของลัคกี้ที่เอาลัคกี้มาให้อาบน้ำให้
ลัคกี้คือไซบีเรียนฮัสกี้ที่ขนฟูฟ่องมาก ๆ ฟูขนาดที่จับแล้วยุบเหลือตัวนิดเดียว
ฟูขนาดที่เจ้าของอาบน้ำเองไม่ได้เพราะอาบทีเอาไดร์เป่า 3 ชั่วโมงก็ไม่เสร็จ
ตอนไปถึงคลีนิค เจ้าของลัคกี้กำลังจ้องดูรูปของฟงฟงกับวาวาในอัลบั้มรวม “ลูกค้าประจำ” ของคุณหมออยู่ค่ะ
(คุณหนุงหนิงไม่เคยมีโอกาสได้เปิดดูเล้ยยย ทุกครั้งที่พาหมาไปหาหมอจะวุ่นวายปานฟ้าถล่มทลาย)
พอคุณแม่ของคุณหมอบอกว่า “นี่ไงเจ้าของของฟงฟงกับวาวา” เจ้าของลัคกี้ก็รีบเข้ามาหาเลย
“เนี่ย ผมเจอลาบราดอร์สองตัวนั้นตอนที่คุณเอามาฝากให้หมอเลี้ยง ชอบมากเลย ดูรูปนี่ซิครับ…”
ในรูปเป็นรูปคอกที่คุณหมอกั้นให้หมาอยู่ มีสองคอกค่ะ รั้งสูงเลยเองมานิดนึง
ก็มีฟงฟงกับวาวาเกาะ ๆ โผล่หัวขึ้นมาอยู่ด้วยกันคอกนึง อีกคอกนึงเป็นลัคกี้
จริงด้วยซิเนอะ ตอนที่เอาฟงฟงกับวาวามาฝากเป็นวันเดียวกับที่ลัคกี้โดนเอามาฝากนี่นา
“…เนี่ย ในรูปนี่ลัคกี้หมองไปเลย สองตัวนี่หน้าตาน่ารักมากเลย”
“หน้าเจ้าสองตัวเหมือนกัน เวลาอยู่ด้วยกันเลยดูน่ารักขึ้นมั้งคะ”
(แน่นอนค่ะ ใคร ๆ ก็ว่าอย่างงั้น โฮะ ๆ ๆ – คิดในใจ)
“…เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากหาลาบราดอร์มาเลี้ยงคู่กับลัคกี้เลยนะเนี่ย…”
“ก็ดีนะคะ ลาบราดอร์เข้ากับหมาตัวอื่นง่าย ติดคนด้วย เลี้ยงแล้วน่ารักมาก”
(เข้าใจค่ะ ใครมาเห็นสองตัวก็อยากได้ทั้งนั้น โฮะ ๆ ๆ – คิดในใจ)
“…ผมไปตระเวนดูตามฟาร์มก็ไม่มีที่ตาแป๋วแบบนี้เลย…”
“พอดีสองตัวนี้ไม่ใช้ลาบราดอร์แท้น่ะค่ะ มีเลือดโกลเด้นผสมนิดหน่อย เลยหน้าออกไปทางโกลเด้นนิด ๆ ”
(อุ้ยยยย…ฟงฟงกับวาวาเป็น”ลาบราเด้น”นี่คะ จะหาใครมาน่ารักเท่าได้ล่ะ โฮะ ๆ ๆ – คิดในใจ)
“…ซื๊อที่ฟาร์มไหนเหรอครับ ผมอยากได้จริง ๆ ”
“พี่สาวของเพื่อนให้มาค่ะ”
(ฟรีค่ะ โฮะ ๆ ๆ ถึงจะน่ารักแต่ได้มาโดยไม่เสียกะตังค์ซักบาทนะค้าาาา – คิดในใจ)
“เขาขายรึเปล่าครับ เขาพอจะมีลูกหมาอีกมั้ย”
“เขาไม่ได้ขายค่ะ เขารักหมาแล้วก็เลยเลี้ยงหมาไว้หลายตัว พอมีลูกหมาก็ให้คนรู้จักเท่านั้นเอง”
“แล้วช่วงนี้เขามีลูกหมาอีกมั้ยครับ ไม่รู้ว่าถ้าผมจะขอนี่เขาจะให้มั้ย”
“เอ..ไม่แน่ใจนะคะ แต่เขาอยู่ที่นครปฐมโน่นแน่ะค่ะ กับเจ้าสองตัวนี่หนิงก็ไปรับที่โน่น”
“ถ้าเขามีลูกหมาแล้วจะให้ ผมก็ยินดีไปรับถึงนครปฐมเลยครับ
ถ้าเป็นพ่อแม่เดียวกับฟงฟงกับวาวานิสัยคงคล้ายกัน น่าจะไม่เห่าแล้วก็น่ารักเหมือนกัน”
“หนิงจะลองถามดูให้นะคะ”
(ท่าทางจะอยากได้จริง ๆ จัง ๆ แฮะ)
“ขอบคุณครับ ถึงไม่ยกให้ฟรี แต่จะขายผมก็เอานะครับ”
โฮะ ๆ ๆ …ก็ฟงฟงกับวาวาน่ารักออกอย่างนี้
ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู ใครเห็นก็ต้องอยากได้ ใครเห็นก็ต้องอยากเลี้ยงลาบราดอร์เด้นแน่นอน
…นี่ซินะคะ ความรู้สึกปลื้มมมมของแม่ เวลามีคนมาชมลูก หุหุหุ…
ปล. ผลการจ้องก้านสำลีของหมอคือเริ่มเป็นไรหูนิด ๆ อีกแล้วค่ะ (T_T)
หมอให้ยามาแล้วบอกว่าถ้า 3 วันไม่ดีขึ้นหมอให้เข้าคอร์สรักษาโดยการฉีดยาอาทิตย์ละเข็ม เป็นจำนวน 4 เข็ม
November 14th, 2009 at 3:52 pm
เหมือนจะเป็นหมาพันธุ์ทาง….แต่เหมือนจะเป็นพันธุ์ทางแบบไฮโซนะ (ลาบราดอร์ + โกลเด้น) อิอิ
November 14th, 2009 at 3:54 pm
อ่านจนลืมไปเลยว่าพี่หนิงมาหาหมอทำไม…ชมแต่ลาบราเด้น :P
ปล.เย้!!คนแรก
November 14th, 2009 at 3:54 pm
อ่าว…ที่สอง -8-
November 14th, 2009 at 6:19 pm
แหม…มิงค์ มิงค์ก็ลูกสองนี่เนอะ ต้องเข้าใจซิว่าเวลามีคนมาชมลูกเราน่ะมันรู้สึกเห่อและปลื้มมมมขนาดไหน
November 14th, 2009 at 8:29 pm
ปลื้มจางงงงงงงงงงงง ถ้าไม่มีสกู๊ตซักตัวน้า หุหุหุุ
November 20th, 2009 at 4:00 pm
อ่านๆแล้วเกือบลืมไปเหมือนกัน ว่าพี่หนิงมาหามอทำไม ^_^”