Killing Floor เป็นนิยายเล่มแรกของชุด Jack Reacher ค่ะ แล้วก็เป็นนิยายเล่มแรกในชีวิต Lee Child คนแต่ง อีกต่างหาก
…แต่งนิยายขายเล่มแรกก็ดังเลย ดีจัง….
ไม่เหมือนนิยายสืบสวนเรื่องอื่น ๆ ตัวเอกคือ Jack Reacher นั้นไม่ใช่นักสืบ หรือว่าตำรวจ แต่ว่าเป็นอดีตตำรวจในค่ายทหาร เป็นพวก anti-hero ก็ว่าได้ ทั้งโหดเหี้ยม ไม่สนใจกฏหมาย
เริื่องเปิดตัวที่อยู่ดี ๆ ระหว่างกินข้าวเช้าในเมืองเล็ก ๆ ที่เพิ่งมาถึงพระเอกของเราก็โดนตำรวจวิ่งเข้ามาจับไปซังเต โดยไม่รู้สาเหตุค่ะ
จริง ๆ แล้ว Jack Reacher ไม่ได้ตั้งใจจะมาเมืองนี้ด้วยซ้ำ
Jack ใช้ชีวิต 30 กว่าปีในค่ายทหารทั่วโลก เขาเกิดแล้วก็เติบโตในค่ายทหาร ย้ายตามพ่อแม่ไปตามค่ายทหารทั่วโลก แล้วก็กลายเป็นตำรวจในค่ายทหาร แล้วพอออกจากงาน เขาก็พเนจรไปตามที่ต่าง ๆ ไม่ทำงานทำการ ลิ้มรสอิสระไร้กฏระเบียบเป็นครั้งแรกในชีวิต
เขานั่งรถเมล์ไปตามเมืองต่าง ๆ ตามที่อยากจะไป แล้วระหว่างที่กำลังอยู่บนรถเมล์ก็บังเอิญหันไปมองเห็นแผ่นที่ในมือคนนั่งใกล้ เลยรู้ว่ารถเมล์กำลังจะผ่านเมือง ๆ นึง ที่พี่ชายของเขาเคยบอกไว้ว่าเป็นเมืองที่ Blind Blake (นักร้องผิวดำตาบอด..มีตัวตนจริง ๆ นะคะ) มาเสียชีวิต
Jack เลยเกิดอยากแวะเมืองนี้ขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่รถเมล์ไม่หยุด แต่เขาก็ขอให้คนขับรถปล่อยเขาลงกลางทาง เขาเดินไปตามถนนจนมาแวะกินข้าวเช้าที่ร้านอาหาร
แย่หน่อยตรงที่คืนก่อนที่เขาจะมาเมืองนี้ดันมีการฆาตรกรรมเกิดขึ้นค่ะ สถานที่พบศพน่ะดันอยู่ข้างทางที่เขาเดินผ่าน สภาพศพโดนยิงที่หัวจนหน้าหายไปหมด โดนเตะจนกระดูกแตกไปทั้งตัว แล้วก็โดนเอาไปหมกเพื่อซ่อนศพ
Jack เลยตกเป็นผู้ต้องสงสัยไป…ซวยจริง ๆ
จากสภาพศพที่นักสืบบรรยายให้ Jack ฟัง ทำให้ Jack รู้ว่าต้องมีคนร้ายอย่างน้อย 3 คน คือ คนยิงซึ่งต้องเป็นคนโหดเหี้ยมแต่ใจเย็น คนที่เตะศพไร้วิญญาณจนกระดูกแตกทั้งตัวซึ่งต้องเป็นคนระงับอารมณ์ไม่เป็น แล้วก็คนที่ขี้กลัวที่เป็นคนซ่อนศพ
…ก็ Jack เคยเป็นตำรวจในค่ายทหารนี่นา พวกทหารน่ะได้รับการฝึกมา เวลากลายเป็นฆาตรกรก็กลายเป็นฆาตรกรที่ได้รับการฝึกมา เพราะงั้นตำรวจที่จะมาจับพวกฆาตรทหารก็ต้องได้รับการฝึกมายิ่งกว่า ฉลาดกว่า โหดกว่า เพราะงั้นแค่วิเคราะห์แค่นี้เด่ะ ๆ…
ถึงศพจะไม่มีหน้าให้รู้ว่าเป็นใครแล้ว แต่พอค้นตัวศพก็เจอหลักฐานที่พอจะสืบสวนต่อไปได้ ที่รองเท้าของศพมีเบอร์โทรค่ะ เป็นเบอร์โทรของ Paul Hubble นายธนาคารผู้ร่ำรวย ตำแหน่งใหญ่โต
พอโดนจับแล้วโดนสอบสวน Paul Hubble ก็สารภาพว่าเป็นคนทำด้วยทีท่าตื่นกลัวจนตัวสั่น แล้วก็บอกว่าทำเองคนเดียวหมด
แน่นอนว่าตำรวจและนักสืบไม่เชื่อหรอก แต่ก็ต้องเอาไปฝากขังคุก…
ส่วน Jack นั้น ถึงจะดูแล้วไม่เป็นคนร้ายแน่ แต่ก็ปล่อยไปไม่ได้ เพราะไม่มีทั้ง ID ไม่มีทั้งที่อยู่แน่นอน แล้วก็ไม่มีงานทำ เลยต้องเอาลายนิ้วมือไปเช็คประวัติซะก่อนค่ะ ซึ่งตอนโดนจับน่ะวันศุกร์ กว่าจะรู้ผลก็อาจจะวันจันทร์
อย่ากระนั้นเลย เอาไปฝากขังในคุกทั้ง Jack ทั้ง Paul นั้นแหล่ะ
จริง ๆ แล้วฟังดูเหมือนไม่น่าจะมีอะไร เพราะการโดนเอาไปฝากขังในคุกจะได้รับการแยกให้อยู่ชั้นฝากขัง ก็แค่นอนรอเวลาได้ออกมาเท่านั้นเอง แต่อันไม่เป็นแบบนั้น
ด้วยความผิดพลาดจากการส่งมอบงานตอนเปลี่ยนกะ ทำให้ Jack และ Paul โดนเอาไปไว้ผิดที่ โดนเอาไปไว้ชั้นที่ขังอาชญากรโหด ๆ และความเป็นเด็กมาใหม่ คืนแรกนั้นทั้งคู่เกือบโดนรุมทำร้าย แต่เพราะความแกร่งของ Jack ทำให้เอาตัวรอดได้ แล้วก็ช่วย Paul ไว้ได้ค่ะ
เมื่อออกจากคุก Jack ได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง เช่น
หนึ่ง) Paul นั้นมีส่วนในงานผิดกฏหมายใหญ่บางอย่าง ซึ่งเขาพยายามจะเลิกทำ เขารู้จักคนตายดี คนที่ตายไปเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาเป็นคนติดต่อให้คนตายมาช่วยแก้ไขเรื่องราวเอง
สอง) ที่โดนเอาไปไว้ผิดชั้น แทนที่จะโดนเอาไปไว้ชั้นฝากขัง กลับโดนเอาไปไว้ชั้นอาชญากรนั้น ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นความตั้งใจ เพราะมีคนต้องการฆ่า Paul ในคุก
สาม) ผลการตรวจลายนิ้วมือบ่งบอกว่าศพที่เจอนั้นคือพี่ชายของ Jack
Jack ตัดสินใจที่จะทำงานอะไรก็ตามที่พี่ชายทำอยู่ให้สำเร็จ ตามล่าหาคนฆ่าพี่ชายให้ได้ ทางเดียวและคนเดียวที่จะให้เบาะแสได้คือ Paul Hubble แต่เขาก็หายตัวไปแล้ว แถมผู้กำกับของสถานีตำรวจกับภรรยาก็โดนฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมอีก
November 20th, 2009 at 9:19 pm
อ่านไปเกือบครึ่งแล้วต้องหยุด สนุกแน่ๆๆๆ เกือบโดนสปอยล์แน่ะ -_-”
November 21st, 2009 at 7:10 am
อ่านได้จนหมดแหล่ะ ที่เล่านี่แค่ตอนแรก ๆ ยังไม่ถึง 1 ใน 10 ของเรื่องเลยค่ะ
November 21st, 2009 at 4:04 pm
เค้าเริ่มอ่านไปแล้วล่ะ ดูมันเก่งๆ ฉลาดๆ ดีเนอะ แต่บทนึงยาวจัง สงสัยจะชินกับ Cross
November 22nd, 2009 at 3:47 pm
อ่านแล้วเอาไป”ปล่อย”ที่กล่องด้วย
November 22nd, 2009 at 4:09 pm
ปล่อยแล้วค่ะ ใส่ไว้ทั้งชุดเลย (^o^)