The writing on the wall บางทีก็เขียนว่า The handwriting on the wall
แปลว่า คำเตือนถึงหายนะกำลังจะเกิด อันตรายที่กำลังจะมา

เช่น
The company wasn’t making enough money, and seeing the handwriting on the wall, she started to look for another job.
บริษัททำเงินได้ไม่พอใช้ ลางร้ายมาเห็น ๆ เธอเลยเริ่มหางานใหม่

Their son skipped school for days. Even they saw the writing on the wall, they still didn’t do a damn thing.
ลูกชายพวกนั้นโดนเรียนมาหลายวันแล้ว ถึงพวกนั้นจะพอเห็นว่ามีอะไรไม่ดีแน่ ๆ แต่ก็ไม่เห็นทำบ้าอะไรเลย

ที่มานั้นมาจากไบเบิลค่ะ

ในไบเบิลนั้น เจ้าชาย Belshazzar แห่งเมืองบาบิโลน
ลูกของกษัตริย์ Nebuchadnezzar (กษัตริย์คนนี้เป็นคนสร้างสวนลอยบาลิโลนอันลือลั่น) เป็นคนเย่อหยิ่งทะนงตน
พอพ่อตาย ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ก็ยิ่งเอาใหญ่ จัดงานฉลองเมามายแบบ half in the bag

เจ้าของงานก็เมา แขกก็เมา พอเมาแล้วก็เริ่มทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ค่ะ

กษัตริย์ Belshazzar จัดการเอาเหยือก ถ้วยทองคำ ถ้วยเงิน ที่พ่อตัวเองได้มาจากวิหารของพระเจ้าในเยรูซาเล็มมาเป็นภาชนะในการก๊งกันอย่างเฮฮาปาร์ตี้ แล้วก็เริ่มทำความเคารพให้พวกอนุเสาวรีย์ต่าง ๆ

แล้วท่ามกลางงานปาร์ตี้ อยู่ดี ๆ ก็มีมือที่ไม่มีแขนโผล่ออกมา (บรื๋อออออ) ล่องลอยไปที่ผนังแล้วก็ขูดผนังเป็นตัวหนังสือ (บรื๋ออออออออ)

ทุกคนเงียบกริบ
(ถ้าเค้าอยู่ เค้าไม่เงียบหรอก เค้าจะกรี๊ดดดดด แล้วเผ่นกลับบ้าน)

คำที่มือปริศนาเขียนนั้นคือ…
מנא ,מנא, תקל, ופרסין
อ่านไม่ออกก็อย่าตกใจค่ะ เพราะคนในงานก็ไม่มีใครอ่านออก

กษัตริย์ Belshazzar กลัวจนขนหัวลุก
รีบจัดการไปจิกหัวนักปราชญ์ นักทำนาย ผู้มีความรู้มา กะให้แปลความหมายให้
พร้อมทั้่งประกาศว่าถ้าใครแปลออกจะให้มีอำนาจรอบจากตัวเองและราชินี

แต่ก็ไม่มีใครอ่านออกเลย

คนเดียวที่อ่านได้คือ Daniel ชาวเมือง ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาจักรบาบิโลนมาตั้งแต่สมัยพ่อ (อยากรู้รายละเอียดต้องไปอ่านไบเบิลค่ะ)

สิ่งที่เขียนในผนังนั้นอ่านได้ว่า Mene, Mene, Tekel and Pharsin
Mene หมายถึง พระเจ้าได้เฝ้ามองจำนวนวันที่ Belshazzar ได้เป็นกษัตริย์ แล้วมันก็จบลงแล้ว
Tekel หมายถึง พระเจ้าได้ทำการทดสอบ Belshazzar แล้วเขาก็ไม่ผ่านการทดสอบ
Pharsin หมายถึง ถึงคราวที่อณาจักรบาลิโลนล่มสลาย และจะตกเป็นของชาวเมเด และเปอร์เซีย

คืนนั้นเอง กษัตริย์ Belshazzar ก็สิ้นใจตาย
แล้ว Daniel ชาวเมเดก็ขึ้นครองราชย์ต่อ