การเปิดประตูบ้านรับใครเข้ามาซักคน อาจจะเป็นการเปิดประตูรับแขกครั้งสุดท้ายในชีวิตคุณก็ได้
Let the right one in นิยายที่แปลจากภาษาสวีเดน ผลงานเด่นของ John Ajvide Lindqvist
ที่ได้รับการสร้างเป็นหนังแนวรักสยองขวัญ โด่งดังไปทั่ว จน Hollywood เอาไปสร้างใหม่ค่ะ
ด้วยความหนากว่า 400 หน้า สำนวนที่เรียบง่ายแต่ไม่มักง่าย ทิ้งช่องว่างให้คิดภาพต่อเอง
คุณหนุงหนิงโดน Let the right one in ดูดเข้าสู่จิตนาการของผู้เขียนอย่างโงหัวไม่ขึ้น
….ก็ขนาด 3-4 วันแรกที่อ่าน ทำเอานอนไม่หลับ เก็บเอาไปฝันร้าย แถมสะดุ้งตื่นกลางดึกอีกต่างหาก
จริง ๆ แล้วสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดกับตัวละครนั้นอาจจะดูธรรมดาถ้าเทียบกับนิยายสืบสวนฆาตรกรรมทั่วไป
แต่เพราะว่าเกิดกับเด็กอายุแค่ 12 ปี
และเพราะ John Ajvide Lindqvist คนแต่ง สามารถดึงให้คนอ่านรู้สึกร่วมกับตัวละครได้
ราวกับว่าสิ่งที่เกิดกับตัวละครคือสิ่งที่กำลังเกิดกับเราหรือคนที่เรารัก
ทำให้บางช่วงรู้สึกกลัว ผวา เครียด คลื่นไส้ จนต้องอ่านไปเล่น twitter ไปด้วย เพื่อไม่ให้ “อิน” มากเกินไปค่ะ
Oskar เด็กผู้ชายวัย 12 ผู้ที่โดนรังแกที่โรงเรียนแทบจะทุกวัน (แล้วไม่ใช่การรังแกแบบโนเนะประเภทล้อชื่อพ่อชื่อแม่ด้วยนะ)
อาศัยอยู่กับแม่ที่ห่วงโน่นห่วงนี่ กังวลเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปหมด แต่ไม่เคยมองลูกตัวเองจริง ๆ ไม่เคยรู้จักตัวตนของลูกเลย
แม่ของ Oskar ไม่เคยใส่ใจลูกชายตัวเองอย่างจริงจัง ไม่เคยสะกิดใจว่าลูกชายตัวเองถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างหนัก
พ่อที่หย่่าขาดจากแม่ก็เหมือนจะเป็นพ่อที่ดี ตราบใดที่เหล้าไม่เข้าปากนะคะ
ด้วยความเก็บกด Oskar นั้นไม่มีเพื่อน ไม่มีใครที่สามารถบอกเล่าอะไรได้ ไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น
Oskar ซ่อนความรุนแรงไว้มิดชิด ภายใต้หน้ากากที่เป็นเด็กดีของแม่ คนอ่อนแอที่โดนรังแก นักเรียนที่ฉลาดของครู
เขาแอบตัดข่าวพวกฆาตรกรรมเก็บสะสมเอาไว้ ด้วยความรู้สึกว่า “โตขึ้นฉันคนไม่พ้นเป็นแบบคนพวกนี้”
เขาเฝ้าแต่แอบจินตนาการสร้างตัวเองอีกคนที่โหดเหี้ยมเพียงพอที่จะเดินดุ่ม ๆ เอามีดไปไล่ฟันคนที่มารังแก
แล้ววันหนึ่ง Oskar ได้พบกับ Eli เด็กผู้หญิงอายุพอ ๆ กับเขา หน้าตาน่ารักราวนางฟ้า ซึ่งดูเหมือนจะอาศัยอยู่ห้องข้าง ๆ
เพราะ Eli เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่พยายามเข้าใกล้เขามากเกินไป แต่ก็ไม่ผลักไส ทำให้ Oskar เปิดรับ Eli เป็นเพื่อนได้อย่างสนิทใจ
แต่มีหลายอย่างที่เขายังไม่รู้เกี่ยวกับเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนี้ว่าเธอคือแวมไพร์ที่อยู่มานานกว่า 200 ปีแล้ว
และชายแก่ชื่อ Håkan ที่ Eli อยู่ด้วยนั้นไม่ใช่พ่อของ Eli แต่เป็นแค่คนที่คอยจัดหาเลือดมาให้
ชื่อเรื่อง : Let the right one in
ชื่อเริืื่องนี้มีนัยยะสองความหมายค่ะ แวมไพร์นั้นเวลาจะเข้าบ้านใครจะต้องได้รับคำเชิญซะก่อน
จะกระแทกประตูบ้านแล้วกระโดดเข้าไปกัดคอคนในบ้านเองไม่ได้ค่ะ
นัยยะอย่างที่สองคือการเปิดรับใครซักคนเข้ามาในชีวิต
ตัวละครทุกตัว ย้ำ! ทุกตัว!! ต่างก็มีปมดำมืด ต่างปิดกั้นคนอื่นไม่ให้เข้ามาในชีวิตอย่างแท้จริง ต่างโดดเดี่ยวและหวาดระแวง
แต่เมื่อเปิดใจให้ใครซักคน ชีวิตก็เปลี่ยนไป
Oskar เอง ไม่เคยเปิดใจจริง ๆ กับแม่ที่เฝ้าแต่ห่วงโน่นห่วงนี้ แต่ไม่เคยรับฟัง
เขามีแนวโน้มที่จะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ครูพละฟังมากกว่า เพราะครูไม่ตัดสินเขา ครูแสดงออกต่อเขาอย่างคนที่เท่าเทียมกัน
เมื่อมาเจอ Eli คนที่เป็นคนแปลกหน้า แต่มีหลายอย่างที่คล้ายเขา ทำให้ Oskar เปิดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาได้หมด
และเมื่อ Eli นั้นไม่เป็นเหมือนที่เขาเชื่อ แม้จะหวาดกลัวแต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับตัวตนของ Eli ได้
Eli เองก็คล้ายกัน จากความโดดเดี่ยวที่อยู่มานานจนชิน จนไม่ใส่ใจใคร เห็น Håkan เป็นแค่เครื่องมือหาเลือดมาให้
ไม่ใส่ใจตัวเองว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นยังไง…ขนาดไม่อาบน้ำสระผมเลยล่ะค่ะ
แต่พอรู้จัก Oskar ก็เริ่มที่จะสนใจ Oskar ใส่ใจว่าอะไรเกิดกับ Oskar บ้าง และสุดท้ายก็สามารถ “เสี่ยง” เพื่อ Oskar ได้
นี่ไม่ใช่นิยายแวมไพร์
แม้ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปรอบตัว Oskar กับ Eli แม้ว่าตัวหนังที่สร้างจากนิยายเรื่องนี้เน้นไปที่ความรักที่ตัวเอกมีให้กัน
แต่นี่ก็ไม่ใช่นิยายแวมไพร์ค่ะ แม้ว่าจะมีแวมไพร์เป็นตัวเดินเรื่องก็ตาม
ประเด็นหลักของนิยายเรื่องนี้อยู่ที่ความรุนแรงและผลที่ตามมา
ไม่ใช่ความรุนแรงที่แวมไพร์ทำต่อคน ไม่ใช่การดูดเลือดเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม
แต่เป็นความรุนแรงที่คนทำกับคนด้วยกัน เป็นความรุนแรงที่เด็กทำต่อเด็ก และความรุนแรงที่ผู้ใหญ่ทำต่อเด็ก
ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งทางกาย หรือว่าการทำให้เจ็บปวดทางใจ
ประเด็นรองคือการรักจนยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ไม่คาดหวังให้เป็นสิ่งโน้นสิ่งนี้ตามใจเรา
อภัย เข้าใจ และพร้อมจะอยู่เคียงข้างไม่ว่าในสภานการณ์ใด
เมื่ออ่านจบแล้วรู้สึกเลยว่านี่เป็นนิยายที่ชอบที่สุดที่อ่านมาในชีวิตนี้ (จริง ๆ นะ)
อยากจะเข้า amazon.com ไปสั่งซื๊อนิยายเรื่องนี้แบบปกแข็งมาเก็บไว้จริง ๆ ค่ะ
August 9th, 2010 at 9:43 pm
บราโว่ จบแล้ว ไม่นอนผวาแล้ว
น่าอ่านดีเนอะ ^^
October 5th, 2010 at 2:51 pm
ชอบหนังเรื่องนี้มาก บรรยากาศเป้นหนังที่แตกต่างไปจากหนัง Hollywood ดาษๆ แต่ก็รู้สึก อีกนิดนึง .. ยังอยากได้อะไรอีกนิด ซึ่งอีกนิดหนึ่งนั้น คงจะหาได้จากในหนังสือเท่านั้น .. แต่ก็เก่ง Eng เกินจะอ่านเวอร์ชั่นต้นฉบับ ^^’