ปลายฤดูหนาวของออสเตรเลีย เป็นช่วงที่
ปลาวาฬหลังค่อม (Hunchback Whale) จะว่ายจากทะเลแถบขั้วโลกมายังทะเลแถบเขตน้ำอุ่น เพื่อหาอาหารและเลี้ยงดูลูก และจะสามารถพบปลาวาฬเหล่านี้ได้ตามน่านน้ำทั้งชายฝั่งตะวันออกและตะวันตก
จากเมือง Armidale ไปทางตะวันออกประมาณ 200 กิโลเมตร มีเมืองท่าใหญ่ชื่อ
Coffs Habour ซึ่งเป็นสถานที่ดูปลาวาฬที่กำลังเป็นที่นิยม วันนี้ก็เลยมีพี่คนไทยชวนไปดูปลาวาฬกันครับ
ดูปลาวาฬนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย ต้องโทรศัพท์ไปจองที่นั่งก่อน แล้วก็ต้องดูพยากรณ์อากาศด้วยว่าคลื่นลมเหมาะสมกับการเดินเรือหรือเปล่า เรือที่จะออกไปดูปลาวาฬก็จะออกทุกเช้าทุกวัน เวลา 9.30 น. ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็จะมีเพิ่มรอบบ่าย 13.30 น. สนนราคาหัวละประมาณ $30 (900 กว่าบาท) ซึ่งพวกเราก็จองที่กันเรียบร้อย 5 ที่นั่ง และก็ทำการ Confirm ว่าเรือจะออกแน่นอนในคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา
ตื่นเช้าวันศุกร์ 5.30 น. ก็เริ่มเตรียมตัวออกเดินทาง ปิ้งขนมปังทาเนยทาแยม ทำ Hot Chocoloate แล้วก็ขับรถไปรับสมาชิกคนไทยอีก 3 คน เดินทางไปยัง Coffs Harbour เดินออกมานอกบ้านเห็นสนามหญ้ากลายเป็นน้ำแข็งทั่วเมือง สีขาวไปหมดเลยครับ
ถนนสายตะวันออกเส้นนี้ชื่อ
Waterfall Highway เป็นถนนสองเลนยางมะตอย ขึ้นเขาลงห้วย โค้งไปโค้งมา ขับสนุกดีครับ วิวสองข้างทางก็สวย ผ่านทั้งป่า และฟาร์ม แต่เสียดายที่เมฆค่อนข้างเยอะ ฟ้าเลยไม่ค่อยใสเท่าไรนัก
ขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง Coffs Habour โดยสวัสดิภาพ เมืองนี้ใหญ่กว่าที่คิดครับ คงเพราะเป็นเมืองท่า การจราจรขวักไขว่มาก เหล่ากะเหรี่ยงทั้งหลายก็รีบตรงไปที่บริษัทนำเที่ยว เพราะใกล้จะได้เวลาเรือออกแล้ว
แต่ที่ไหนได้ พอถึงบริษัทปุ๊บ อีตาหนวดเจ้าของบริษัทดันมาบอกว่า
วันนี้ต้องของด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่ดี คลื่นสูงมาก อันตราย เค้าพยายามโทรบอกตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากมือถือของเรา เซ็งเลยครับ สรุปว่าวันนี้อุตส่าห์ตื่นแต่เช้า ทนหนาว ขับรถมาตั้งเกือบสามชั่วโมง แต่อดดูเจ้าปลาวาฬซะแล้ว T-T
เรือไม่ยอมออก ก็เลยต้องไปพยายามดูปลาวาฬกันจากท่าเรือ ก็พอไหวครับ เห็นปลาวาฬกำลังกระโดดเล่นน้ำได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าสามารถยื่นมือไปลูบท้องหรือเบิร์ดกระโหลดมันได้เลย แต่ทำไมมันนิ่งๆ ไม่ยอมขยับเลยน๊า อยากดูท่าอื่นมั่ง T-T

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยวที่อุตส่าห์เดินทางมาซะไกลแต่ไม่เห็นปลาวาฬตัวเป็นๆ ทัวร์กะเหรี่ยงก็เลยเปลี่ยนจุดมุ่งหมาย ไปดูการแสดงสัตว์น้ำที่ Pet Porpoise Pool แทนครับ ที่นี่เป็นเหมือนสวนสัตว์ขนาดย่อมที่มีการแสดงของปลาโลมากับแมวน้ำ ค่าตั๋วคนละ $22 สำหรับบุคคลทั่วไป แต่ถ้าเป็นนักศึกษาแสดงบัตรลดเหลือ $11
Pet Porpoise Pool มีสัตว์มากมายครับ เช่น นกยูง นกยูงเผือก นกอีมู นกกระทุง นกกระตั้ว ปลาโลมา แมวน้ำ นกนางนวล วอมแบท ส่วนจิงโจ้ไม่ขอพูดถึงเพราะมันโหล แล้วก็ยังมี Aquarium เล็กๆ อยู่บ่อนึง (ขนาดพอๆ กับ Aquarium ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือที่ Central Airport Plaza เชียงใหม่) ให้แขกได้ดูชีวิตใต้น้ำของปลาทะเลแถบนี้ด้วย

การแสดงปลาโลมากับแมวน้ำของที่นี่ก็น่าสนใจแล้วก็สนุกดีครับ (ถึงแม้ว่าจะสู้ที่ผมเคยไปดูที่ Perth เมื่อประมาณ 15 ปีก่อนไม่ได้) ประทับใจที่ตอนจบเค้าให้แมวน้ำยักษ์มาไล่หอมแก้มแขกที่เข้าชมทุกคน ย้ำว่าโดนทุกคน! ลองนึกภาพนะครับว่าโดนแมวน้ำเปรตตัวเท่าคน เอาปากคาวๆ ที่เพิ่งฟาดปลาดิบมาหลายสิบตัว แถมมีหนวดแหลมๆ มาจุ๊บแก้ม มันจะทำให้ชีวิตรันทดแค่ไหน รู้แต่ว่าหลังการแสดงจบสาวๆ ต้องวิ่งไปล้างหน้าในห้องน้ำกันใหญ่ หลายคนบ่นว่ากลับบ้านต้องรีบสระผมด้วยเพราะเหม็นคาวมาก
แขกบางคนก็ได้แถมเป็นจากจุ๊บจากปลาโลมาอีกต่างหากครับ ^^

หลังจากนั้นช่วงบ่ายทัวร์กะเหรี่ยงก็ไปชอปปิ้งในเมือง และสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมากก็คือ พวกเราได้พบกับน้ำพริกนรกแม่ประนอมอีกครั้ง!! ไชโย!! เลยจัดการตบมาซะสองขวดอย่างรวดเร็ว ดีใจๆๆๆ มาไม่เสียเที่ยวก็ตรงนี้หละนะ
กว่าสาวๆ จะชอปปิ้งเสร็จก็ค่ำแล้ว ทางกลับบ้านคดเคี้ยวที่ขับสนุกเมื่อตอนเช้า มาตอนนี้เริ่มจะไม่สนุกแล้วครับ เพราะไม่มีไฟถนน แถมป้ายต่างๆ ก็ไม่ชัดเจนเอาซะเลย ขับไปเรื่อยๆ ก็เจอเศษจิงโจ้ กระต่าย หมาป่า เรี่ยราดตามถนนเป็นพักๆ ขับขึ้นเนินทีต้องชะลอรถแทบแย่เพราะมองไม่เห็นถนน แถมยังมองป้ายกลับบ้านไม่เห็นเพราะมันเล็กมาก (ทำป้ายยังกับป้ายเข้าซอยบ้านเรา) ทำให้ขับเลยไปอีกเมืองหนึ่งกลายเป็นขับรถอ้อมอีกต่างหาก สรุปใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
สุขสันต์วันแม่ วันที่ 12 สิงหาคม ขอให้ทั้งม๊ะ ป๊ะ และแม่ลือ มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงตลอดไปครับ ^^