The Intersect

29 November 2005

ตั้ง

ทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นี่ดีอยู่อย่างนึงครับ เวลาจะทำงานอะไรขึ้นมาซักชิ้น ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลืองให้ยุ่งยากเหมือนกับสาขาวิชาอื่น ขอแค่หนึ่งสมองสองมือกับความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถเนรมิตชิ้นงานขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้

อุปกรณ์ที่ใช้ก็คอมพิวเตอร์ราคาเครื่องละไม่กี่หมื่น โปรแกรมสำเร็จรูปครบชุดแผ่นละร้อยบาท เสร็จงานก็ยังสามารถเอามาใช้ต่อได้เลยไม่ต้องทิ้ง

แต่ส่วนที่ยุ่งยากซักหน่อยก็จะเป็นเรื่องของการตั้งราคาครับ

วันก่อนรับงานมาชิ้นนึงกับพฤกษ์ (ผู้ชาย) เป็นงานทำระบบแจ้งผลการเรียนให้นักศึกษาปริญญาโท ก็เป็นงานเกี่ยวกับสร้างเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูล งานซับซ้อนพอสมควรเพราะมีระบบปลีกย่อยหลายอย่าง แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของพฤกษ์ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรกับชิ้นงาน

(นอกเรื่องนิดหน่อย สาเหตุที่ต้องเรียก "พฤกษ์ผู้ชาย" เนื่องจากสมัยเรียนปริญญาตรี ในภาควิชาจะมีเพื่อนชื่อคล้ายๆ กัน 3 คู่ 6 คน คือ "จา" กับ "จา", "บอย" กับ "บอย" และ "พฤกษ์" กับ "พฤษภ์" ก็เลยต้องมีการดัดแปลงชื่อกันเล็กน้อยเป็น "จาผู้ชาย" กับ "จาผู้หญิง" และ "บอยใหญ่" กับ "บอยเล็ก" แต่คู่สุดท้ายชื่อไม่เหมือนกันเป๊ะก็จริง แต่รูปร่างลักษณะขนาดทุกอย่างใกล้เคียงกันเลยสรุปเรียกเป็น "พฤกษ์ผู้ชาย" และ "พฤษภ์ผู้ชาย" ครับ)

กลับเข้าเรื่อง หลังงานเสร็จก็ได้เวลาเก็บเงิน ทีนี้ล่ะครับเริ่มยุ่ง เพราะไม่ได้ตกลงราคาค่างานไว้ก่อนเนื่องจากเป็นคนรู้จักกัน ก็เลยลำบากใจนิดหน่อยถ้าจะคิดราคาตามตลาดตามที่พฤษภ์ (ผู้ชาย) แนะนำ ซึ่งจะทำให้ราคาของชิ้นงานนี้ตกอยู่ที่ประมาณหนึ่งแสนบาท ถ้าเรียกเก็บเงินทีเดียวเยอะขนาดนี้ลูกค้าอาจจะตกใจเลิกคบไปเลย แต่ถ้าจะลดราคามากเกินไปก็เสียราคาชิ้นงานหมด

ก็เลยนั่งปรึกษากันอยู่นานสองนาน สรุปว่าใช้วิธีแจงงานออกมาเป็นส่วนๆ เพื่อจะได้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าชิ้นงานประกอบด้วยอะไรบ้างโดยละเอียด แล้วก็ลดราคาสุดๆ ในส่วนที่สามารถลดได้ สุดท้ายลงตัวที่หกหมื่นบาท จริงๆ แล้วก็ยังอาจจะฟังดูแพงอยู่ดี

ทำงานกับคนรู้จัก แล้วไม่ตกลงราคากันก่อน ก็จะมาลำบากตอนจบอย่างนี้แหละครับ ^^"

27 November 2005

ซีเกมส์

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2548 เป็นวันเปิดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติแถมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซีเกมส์ 2005!!

มีใครไม่รู้บ้างว่าซีเกมส์เปิดวันนี้ยกมือขึ้น โดยเฉพาะเหล่านักเรียนนอกทั้งหลาย (^^)/

ก็ไม่แปลกหรอกครับที่จะไม่รู้ ในเมื่อตอนนี้ข่าวสารจากเมืองไทยมีแต่ข่าวเรื่องหงอกกระแทกเหลี่ยมที่วันๆ มีแต่จะทวีความน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ

ฝ่ายหนึ่งก็น้ำเน่า อีกฝ่ายหนึ่งก็ตอแหล พูดความจริงไม่หมดซักฝ่าย เอาแต่ประโยชน์เข้าตัวเอง

ไม่อยากพูดมากให้แปดเปื้อนบ้าน project-ile อันศักดิ์สิทธิ์หลังนี้ กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ

ซีเกมส์ปีนี้จัดที่ประเทศฟิลิปปินส์ สัญญลักษณ์ของการแข่งขันเป็นรูปหน้ากากวูดู มีสัตว์นำโชคเป็น...นกกิ้งโครง..มั้ง กินระยะเวลาทั้งหมด 9 วัน มีประเทศเข้าร่วมแข่งขัน 11 ชาติ แล้วก็มีประเภทกีฬาทั้งหมดเกือบ 50 ประเภท แต่เป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับเข้าแข่งโอลิมปิกจริงๆ ไม่กี่ประเภท
นั่งดูประเภทกีฬาไป มาสะดุดกับประเภทหนึ่งที่ในเว็บเขียนไว้ว่า "Muay"

ใครช่วยบอกทีความว่ามันคืออะไร มวยไทย? เดี๋ยวนี้มวยไทยถูกดันขึ้นไปเทียบชั้นกับวูซู คาราเต้โด แล้วหรือ? หรือว่ามันต้องอ่านว่า หมวย? หรือนี่คือการประกวดสาวขาวสวยหมวยเซ็กส์นมเล็กดัดฟัน?

จะเป็นอะไรก็ช่างมันเถอะ รู้แต่ว่าเหรียญที่ชาวไทยสนใจที่สุดก็เห็นจะหนีไปไหนไม่พ้น

ฟุตบอล เท่านั้นครับ

ปีนี้ท่านนายกสมาคมฟุตบอลของไทยไม่ยอมการันตีว่าแชมป์แน่นอนซะด้วย เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านเก่งขึ้นมาก ขนาดฟิลิปปินส์เจ้าภาพยังแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการที่แพ้ทีมชาติไทยไปแค่ 1 ประตูต่อ 0 จากที่เมื่อหลายปีก่อนเค้าเจอเราเมื่อไหร่เค้าสามารถเอากระบุงมาเก็บไข่ได้เป็นโหล

ปีนี้ฟิลิปปินส์ไปควานหาดาวรุ่งต่างชาติเชื้อสายฟิลิปปินส์มาเสริมทัพหลายตัวมากครับ บางคนดูยังไงก็เป็นฝรั่งแท้ ไม่มีมะม่วงมาปนอยู่ด้วยเลย

ตัวอย่างเช่น สองพี่น้องตระกูล Younghusband ที่เป็นเด็กปั้นของเชลซี จ่าฝูงลีกอังกฤษขณะนี้ ได้ยินว่านอกจากวันที่ดวลกับไทยจะเล่นได้ดีแล้ว ได้ยินนามสกุลเมื่อไหร่ก็อมยิ้มได้ทุกทีซิน่า

นึกถึงอดีตตอนฟุตบอลไทยรุ่งเรืองครับ สมัยปิยะพงษ์ วรวรรณ นที วิฑูรย์ หรือหลังจากนั้นหน่อยยุคซิโก้ ตะวัน อัลเฟรด ก็ยังไม่น้อยหน้าใครเท่าไหร่ เวลาเตะกับจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยังมีลุ้นพลิกชนะได้บ้าง ขนาดที่ว่าเคยไปล้มทีมชาติจีนในวันชาติจีนถึงถิ่นมาแล้ว

เดี๋ยวนี้เวลาแพ้ก็โทษลูกบอลแข็งเกินไป สนามไม่ดี ฝนตก หญ้าใบใหญ่เกินไป นักฟุตบอลขาดประสบการณ์ กรรมการลำเอียง กองเชียร์กดดัน เด็กเก็บบอลตดเหม็น ว่ากันไปเรื่อย

แต่อีก 4 ปีเราจะได้ไปบอลโลกนะ ^^"

เขียนไปเขียนมา จากซีเกมส์ ไหงกลายเป็นฟุตบอลไทยไปซะได้ ฮาฮา

25 November 2005

เพี้ยน

ใกล้วันหยุดยาวของฝรั่งเข้ามาทุกที ช่วงนี้ซีรี่ย์ต่างๆ ของทีวีออสเตรเลีย ทั้งแบบรายการชุด ทั้งเรียลริตี้โชว์ พร้อมใจกันจบซีซั่นกันหมด

คุณตุ๋มบอกว่าช่วงคริสต์มาส ฝรั่งจะไม่ทำงานเลย ขนาดรายการทีวีก็ยังจะขุดเอาเทปเก่าๆ มาฉาย

จะว่าไป รายการทีวีออสเตรเลียนี่มันเพี้ยนๆ นะครับ

มีอย่างที่ไหน เมื่อเดือนที่แล้วบิ๊กซีนีม่าเมืองจิงโจ้ฉาย Lord of the Ring

แต่ฉายแค่ภาค 1 กับ ภาค 2 ส่วนภาค 3 ไปหาดูกันเอาเอง -"-

เดือนนี้ฉายเจ้าพ่อมดน้อย Harry Potter ต้อนรับภาคใหม่ที่กำลังเข้าโรงทั่วโลก

แต่ก็ฉายแค่ภาค 1 กับ ภาค 2

จะดูภาค 3 เรอะ โน่นเลยครับ ร้านวีดิโอ -"-

ทำไมถึงไม่ฉายให้มันจบๆ ชุดไปหนอ ไม่เข้าใจเล้ย

23 November 2005

ร้านไทย

ร้านอาหารไทยร้านเดียวที่อาร์มิเดลกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตครับ เนื่องจากครอบครัวของหุ้นส่วนใหญ่กำลังจะกลับประเทศไทยต้นปีหน้า ตอนนี้กำลังพลก็เลยเริ่มขาดแคลน ต้องตามหาคนมาช่วยกันทำจ้าละหวั่น

คุณตุ๋ม เป็นอันดับแรกๆ ที่สมาชิกร้านไทยคิดถึง เพราะเคยไปช่วยงานบ่อยๆ และก็ใจดีใครขอก็ปฏิเสธไม่ค่อยเป็น ก็เลยถูกขอร้องให้ไปเข้าเวรบ้าง

ตำแหน่งในร้านมีอยู่ 3 ตำแหน่ง พ่อครัว 2 คน และผู้จัดการร้าน 1 คน คุณตุ๋มไปช่วยทำเป็นผู้จัดการร้านครับ

ส่วนจะเรียกผู้จัดการร้าน หรือเด็กรับออร์เดอร์ก็แล้วแต่ชอบ ^^"

สนนราคาค่าตอบแทน $25 ต่อสามชั่วโมง คอยรับออร์เดอร์ เก็บเงิน จัดคิวการลงกระทะ เริ่มงานหกโมงเย็น เลิกงานสามทุ่ม ไม่มีทิปเพราะเป็นร้านแบบ Take away

แต่ปัญหาอยู่ที่ ช่วงนี้คุณตุ๋มกำลังยุ่งมากๆ กับการทำ Progress report รวมทั้งงานที่กำลังจะได้ตีพิมพ์ และก็ตัววิทยานิพนธ์ด้วย

แจ๊คพอตก็เลยมาตกอยู่กับคุณสามีต้องไปช่วยที่ร้านแทนครับ

เมื่อวานเป็นวันแรกที่ไปลองงานร้านไทย คุณตุ๋มไปช่วยฝึกเด็กใหม่ทำงาน ยังเงอะๆ งะๆ หาโน่นหานี่ไม่เจอ ยังดีที่หน้าตาดีลูกค้าเลยเห็นใจไม่บ่น

สามชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไป ไวเหมือนโกหก ชาวต่างชาติที่นี่ชอบกินอาหารไทยจริงๆ ครับ โดยเฉพาะผัดไทย ขายดีมาก

ทดลองงานวันแรกผ่านไปด้วยดี แต่วันที่สอง คุณภรรยาบอกจะตัดช่องน้อยปล่อยให้ไปทำคนเดียวซะแล้ว

นานๆ ทำทีก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำประจำ เดี๋ยวไม่มีเวลาเล่นเกมส์ งานมันจะไม่เดินนะจ๊ะ^^"

19 November 2005

ไทรเฟิล

ไทรเฟิล (Trifle) เป็นของหวานจานอร่อยที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษครับ เรียกได้ว่าเป็นจานโปรดของผมตอนเรียนปริญญาโทอยู่ที่อังกฤษเมื่อหลายปีที่แล้ว ถึงแม้จะได้กินจริงๆ อยู่ไม่กี่ครั้งเพราะราคาแพงมากก็ตาม

ไทรเฟิล ประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็นเค้ก ชั้นถัดมาเป็นคัสตาร์ด และชั้นบนสุดเป็นเยลลี่ผลไม้ โรยหน้าด้วยครีมสดนิดหน่อย เป็นอันอร่อยเด็ด

อยู่ออสเตรเลียมาก็หลายเดือน ไม่เห็นว่าจะมีที่ไหนขายบ้างเลย พออยากกินขึ้นมาก็เลยออดอ้อนภรรยาทำให้หน่อย คุณภรรยาก็ใจดีทำให้กินจริงๆ ครับ


ส่วนประกอบ
1. นม 1 ขวด
2. น้ำตาล 1 ห่อ
3. เค้ก 1 ก้อน
4. เยลลี่ 1 ซอง
5. ครีมสด 1 ขวด

วิธีทำ
1. ส่งเครื่องปรุงทั้งหมดให้ภรรยา
2. นอนหลับประมาณ 1 ชั่วโมง
3. เอาเค้ก เยลลี่ คัสตาร์ด ที่ภรรยาทำเสร็จแล้วมาโปะกัน จัดรูปให้สวยงาม
4. แต่งหน้าด้วย Photoshop

ง่ายมั้ยครับ ใครก็ทำได้ แถมยังอร่อยด้วย ^^

18 November 2005

กิจวัตร

กิจวัตรประจำวันของพ่อบ้านแห่งอาร์มิเดล วันที่ทำงานอยู่กับบ้าน

08.01-09.00ตื่นนอนไม่เป็นเวลา แต่ไม่เคยเช้ากว่านี้
09.01-10.00อ่านข่าว ดู Blog ชาวบ้าน เล่นเกมส์ ก๊อกๆ แก๊กๆ
10.01-10.30ปลุกภรรยา
10.31-11.00ถ้าภรรยาตื่น -> ปิ้งหนมปัง อาหารเช้า, ซักผ้า
ถ้าภรรยาไม่ตื่น -> นอนอีกรอบเป็นเพื่อนภรรยา
11.01-12.30(พยายาม) ทำงาน
12.31-13.00กินข้าวเที่ยง
13.01-14.00นอน
14.01-15.00(พยายาม) ทำงาน
15.01-15.15ไล่ตบแมลงวัน
15.16-16.00(พยายาม) ทำงาน
16.01-18.00เลิกงาน ดูทีวี อ่านการ์ตูน เล่นเกมส์
18.01-19.00กินข้าวเย็น
19.01-02.00ดูทีวี เล่นเว็บ อ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ และรบกวนภรรยาไม่ให้ทำงาน วันไหนคึกก็อาจจะดูดฝุ่นบ้าน
02.01 เป็นต้นไปเข้านอน

ทำงานวันละนิด จิตแจ่มใสครับ ^^

16 November 2005

Socceroos

Socceroos มาจากคำว่า Soccer + Kangaroos เป็นชื่อเล่นของทีมฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลียครับ ช่วงนี้ที่นี่จะได้ยินชื่อนี้บ่อยหน่อยเพราะออสเตรเลียมีคิวเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2 นัดติดๆ กันใน

ฟุตบอลโลก 2006 จัดที่เยอรมัน จะมีทีมเข้าร่วม 32 ทีม เป็นเจ้าภาพเยอรมัน 1 ทีม ที่เหลือก็มาจากแต่ละทวีปดังนี้ครับ
โซนยุโรป 51 ประเทศ แบ่งเตะเป็น 8 กลุ่ม แล้วคัดแชมป์กลุ่ม 8 ทีม กับรองแชมป์กลุ่มที่คะแนนดีที่สุด 2 ทีม รองแชมป์กลุ่มที่เหลือมาจับคู่เพลย์ออฟหาผู้ชนะอีก 3 ทีม รวมเข้ารอบสุดท้าย 13 ประเทศ

โซนอเมริกาใต้ 10 ประเทศ แข่งพบกันหมด คัดเอาทีมอันดับ 1 ถึง 4 เข้ารอบสุดท้าย อันดับ 5 ไปเตะเพลย์ออฟกับแชมป์โซนโอเชียเนีย รวมเข้ารอบสุดท้าย 4.5 ประเทศ

โซนคอนคาเคฟ (อเมริกาเหนือ) 34 ประเทศ โซนนี้แบ่งกลุ่มคัดเลือกกันหลายรอบ สุดท้ายได้ 3 ทีมไปเยอรมัน และอีก 1 ทีมไปเตะเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 5 จากเอเชีย รวมเข้ารอบสุดท้าย 3.5 ประเทศ

โซนแอฟริกา 42 ประเทศ แบ่งกลุ่มคัดเลือก 2 รอบ รอบสุดท้ายแบ่งเป็น 5 กลุ่ม แชมป์กลุ่มทั้ง 5 ได้ไปเยอรมัน รวมเข้ารอบสุดท้าย 5 ประเทศ

โซนเอเชีย 37 ประเทศ มีเตะรอบคัดเลือกแล้วมาแบ่งกลุ่ม 2 ครั้ง ได้ 4 ทีมเข้ารอบสุดท้าย ทีมอันดับ 5 ไปเตะเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 4 โซนคอนคาเคฟ รวมเข้ารอบสุดท้าย 4.5 ประเทศ

โซนโอเชียเนีย 12 ประเทศ แบ่งกลุ่มรอบแรกแล้วมาแข่งพบกันหมดในรอบสอง แชมป์กลุ่มไปเตะเพลย์ออฟกับอันดับ 5 โซนอเมริกาใต้

ดูจากจำนวนประเทศและจำนวนทีมที่เข้ารอบ โซนโอเชียเนียเหมือนกับเป็นลูกเมียน้อย เพราะมีตั้ง 12 ประเทศ แต่ได้ไปรอบสุดท้ายแค่ครึ่งทีม ต้องมาลุ้นเพลย์ออฟเหย้าเยือนอีก แต่ถ้าดูลึกๆ จะเห็นว่าสมควรแล้วครับ

ก็โซนนี้มีแต่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่พอจะมีฝีมืออยู่บ้าง อีก 10 ทีมที่เหลือเป็นทีมจากเกาะเล็กๆ อย่าง ฟิจิ ตาฮิติ ตองก้า ปาปัวนิวกินี ฯลฯ ถ้าเอาเข้ารอบ 1 ทีมเต็มเลย จะแข่งอีก 200 ปี ออสเตรเลียก็คงผูกขาดเข้ารอบสุดท้ายตลอด ไม่ค่อยแฟร์กับชาวโลกเท่าไหร่

ปีนี้ ออสเตรเลียเพลย์ออฟกับอุรุกวัยครับ อุรุกวัยนี่ประวัติใช่ย่อย เคยเป็นแชมป์โลกมาแล้ว 2 สมัย ส่วนออสเตรเลียไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมา 31 ปีแล้ว!!

เพลย์ออฟเหย้าเยือน 2 นัด นัดแรกเตะที่อุรุกวัย พลพรรคเมืองจิงโจ้โดนอุรุกวัยอัดไปเบาะๆ 1-0

นัดที่สองแข่งที่ซิดนีย์ ถ้าออสเตรเลียชนะ 1-0 ต้องต่อเวลา ถ้าชนะ 2-1, 3-2, 4-3 ก็ตกรอบตามกฏประตูทีมเยือน ต้องชนะมากกว่า 2 ลูกขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถจบในเวลา 90 นาทีได้ ดังนั้น ถ้าออสเตรเลียอยากไปเยอรมันก็ต้องพยายามไม่เสียประตู!

ผลการแข่งขัน ในเวลาออสเตรเลียนำ 1-0 รวมเหย้าเยือน 1-1 ต้องต่อเวลา พอต่อเวลาก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ ต้องดวลลูกจุดโทษตัดสิน

สุดท้าย Socceroos ชนะไป 5-3 ครับ หืดขึ้นคอ!

ขนาดทีมใหญ่ๆ ดังๆ มีนักเตะอาชีพรับเงินเดือนเป็นแสนเป็นล้าน ยังต้องแข่งกันแทบรากเลือดกว่าจะได้ไปบอลโลกรอบสุดท้าย

แต่พี่ไทยที่ครั้งนี้ตกรอบแบ่งกลุ่มรอบแรกอย่างไม่มีลุ้น ก็ยังมีคนหน้าเดิมๆ บางคนก็ยังออกมาสัญญาแบบเดิมๆ ว่าอีก 4 ปีเราจะไปบอลโลก

ชนะพม่า มาเลย์ เวียดนาม เอาแชมป์ซีเกมส์ให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาโม้!!

14 November 2005

บทสนทนา

อยู่ออสเตรเลียมาสี่เดือนแล้ว แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสคุยกับฝรั่งเยอะๆ เลยครับ นอกจากที่คุยกับซาจี๊ทุกสัปดาห์ นอกนั้นก็จะได้ใช้ภาษาอังกฤษจริงๆ ก็เวลาซื้อของ

คนขาย "Hi, how are you?"
คนซื้อ "Good, thank you."
คนขาย สแกนบาร์โค๊ด แล้วบอกราคา "$$$ Dollars"
คนซื้อ จ่ายเงิน รับใบเสร็จ แล้วก็เดินจากไป

จบแล้วครับ บทสนทนาภาษาอังกฤษในแต่ละวัน

---------------------------------------------

วันนี้ไม่รู้นึกยังไง อยากคุยภาษาอังกฤษกับภรรยา ตอนกำลังอุ่นน้ำเงี้ยวในครัว

ภรรยา "ป่ะ ขึ้นไปทำงานกันเหอะ"
สามี "I'll just wait until it boils. Then I'll train and follow you."

แปลว่าอะไรรู้กันมั้ยครับ ^^

12 November 2005

ลุง

ด้วยความที่คุณภรรยากินไก่แล้วแพ้ และไม่กินเนื้อ ไม่กินแกะ ช่วงนี้วัตถุดิบหลักของบ้านก็เลยต้องเป็นหมูสถานเดียว ไม่ว่าจะเป็นหมูสับหรือว่าหมูชิ้น ก็ได้ทั้งนั้น

แต่การเอาหมูสับ หมูชิ้น มาทำอาหาร มันก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่สำคัญก็คือเวลาทำพวกอาหารต้มๆ ทั้งหลาย ถ้าจะให้อร่อยมันต้องมีกระดูกด้วย

กระดูกหมูประเทศนี้ก็หายากเหลือเกิน เวลาขายฝรั่งชอบเอาไปปนกับกระดูกแกะ กระดูกวัว แถมยังขายในนาม "Dog Bones" ซะอีก เวลาไปเลือกซื้อทีมันรู้สึกจั๊กกระเดียมบอกไม่ถูก

ซี่โครงหมูก็มีขายบ้างครับ แต่มีน้อยแล้วก็ราคาแพง นานๆ จะลดราคาที ทั้งๆ ที่หลายครั้งเล็งไว้เป็นมั่นเหมาะว่าซี่โครงชุดนี้จะลดราคาวันนี้ พอไปถึงกลับโดนมือมืดตบไปก่อนซะก็บ่อย

จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่รู้ภูติผีตนใดดลใจให้เดินไปร้านขายเนื้อตรงข้ามกับร้านอาหารไทยประจำเมือง

จำได้ว่าตอนนั้นเป็นเวลาประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ ร้านต่างๆ ปิดหมดแล้ว ร้านขายเนื้อร้านนี้ก็เก็บของหมดแล้ว แต่กระเหรี่ยงไทยก็ไม่รู้ไม่ชี้หน้าด้านเปิดร้านเข้าไปทักทาย ลุงเจ้าของร้านก็เดินออกมาต้อนรับแบบงงๆ

"ลุงมีดูกมู๋ป่าว วัยรุ่นอยากกิน"
"รอเดี๋ยว"

ว่าแล้วลุงก็หายเข้าไปในครัวไม่ถึงสามนาที แล้วก็กลับมาพร้อมกับแผงซี่โครงหมูชิ้นใหญ่

"แบบนี้เอามั้ย"
"ห่อโลดลุง วัยรุ่นชอบ"

ลุงใจดีห่อแผงซี่โครงหมู ชั่งน้ำหนัก แล้วบอกราคา

"4 เหรียญ"
"เหรียญอะไรลุง เหรียญบาท หรือเหรียญออสซี่ วัยรุ่นงง"
"กวนมากเดี๋ยวพ่อตบ!"

ถูกมากครับ!! เป็นซี่โครงที่ถูกที่สุดเท่าที่เคยซื้อมาในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ตกราคากิโลละประมาณสี่เหรียญ ปกติเวลาซื้อจาก Woolworth ลดราคาก็ตกกิโลละประมาณหกถึงเจ็ดเหรียญ เรียกว่าถูกกว่าไปเกือบครึ่ง

"ถ้าชอบคราวหน้าจะเก็บไว้ให้อีก ดีมั้ย"
"เอาดิลุง วัยรุ่น..."

พูดไม่ทันจบลุงเบิ๊ดกระโหลกวัยรุ่นตอนปลายหนึ่งฉาดด้วยถาดคาเฟ่ แล้วก็รับคำเป็นมั่นเหมาะว่าต่อไปนี้เวลามีกระดูกซี่โครงหมูลุงจะเก็บไว้ให้ตลอด

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ เมื่อวานเป็นวันที่สองที่แวะไปใช้บริการซี่โครงหมูลุงครับ ลุงรักษาสัญญาจริงๆ ด้วย แถมยังเก็บไว้ให้ตั้งสองกิโล ดีใจจัง ขนมจีนน้ำเงี้ยวจ๋า จะได้เจอกันอีกแล้วนะ :D~~~~

10 November 2005

Next-Generation

ตลาดเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน มีเครื่องเล่นเกมส์ยักษ์ใหญ่ของวงการคือ Game Cube ของ Nintendo, Playstation 2 ของ Sony และ XBox ของ Microsoft ครับ

เกมส์ยุคแรกๆ ของโลกเริ่มมาจากเกมส์ Pong ซึ่งมีกราฟฟิคง่ายๆ สีขาวดำ ผู้เล่นสองฝ่ายจะขยับแท่งสี่เหลี่ยมสีขาวเพื่อตีลูกกลมๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามรับไม่ได้เหมือนการเล่นปิงปองธรรมดา

ถัดจากนั้น เกมส์ก็เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากขาวดำเริ่มมีสี เพิ่มความละเอียด เพิ่มมิติมุมมอง จนตอนนี้จะเห็นได้ว่าภาพที่เห็นในเกมส์แทบจะเหมือนภาพจริงเข้าไปทุกทีแล้ว

เคยเอาเกมส์ฟุตบอล Winning Eleven 8 ไปเล่นที่บ้านเพื่อน พ่อเพื่อนเห็นแล้วตกใจถามว่านี่มันเกมส์หรือของจริง แยกไม่ออก

ภายในปีสองปีนี้ โลกของเกมส์คอนโซลกำลังจะพัฒนาขึ้นอีกขั้นครับ

ยักษ์ใหญ่ในวงการทั้งสาม กำลังจะเข็นเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ (Next-Generation) ออกมาดูดเงินของบรรดานักเล่นเกมส์ทั้งหลาย ด้วยประสิทธิภาพที่มากขึ้นอย่างเหลือล้น ลำพังประสิทธิภาพการแสดงภาพสามมิติก็จะนำหน้าคอมพิวเตอร์ปัจจุบันไปไกลโข

XBox360 ของ Microsoft จะเริ่มวางขายปลายเดือนนี้ ตามมาด้วย Revolution ของ Nintendo ในปีหน้า และ Playstation 3 ของ Sony เป็นอันดับสุดท้าย

ตลาดเครื่องเล่นเกมส์จะต้องลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน!

แต่ข่าวที่ออกมาใหม่ไม่นานมานี้ ทำให้นักเล่นเกมส์ทั่วโลกเกิดอาการช็อคครับ

XBox360 กับ Playstation 3 จะเน้นนำเสนอเกมส์ที่มีความละเอียดสูงขึ้น กราฟฟิคหรูหราอลังการณ์มากขึ้น แต่ Revolution กลับนำเสนอบางอย่างที่ไม่เคยมีใครคาดคิดเพิ่มเติมเข้ามาด้วย

แท่งหรรษา (Joystick) รูปแบบใหม่!
"นี่มัน! รูปร่างหน้าตาแบบนี้! แถวบ้านเรียกรีโมตคอนโทรลธรรมดาเฟ้ย มันจะเล่นเกมส์สนุกได้ยังไง" "สงสัยจะแจกให้เอามาใช้แทนไวเบรเตอร์มั้ง" นักเล่นเกมส์ โดยเฉพาะพวกผมทองตาสีน้ำข้าวทั่วโลกโวยวายใหญ่ ในขณะที่นักเล่นเกมส์แถบประเทศสารขัณฑ์ตกตะลึงและวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ว่านินเทนโดที่ปฎิวัติวงการเกมส์มาหลายครั้งแล้ว ไม่มีทางทำอะไรแปลกๆ ไร้สมองออกมาเป็นแน่

ล่าสุดในงาน Tokyo Game Show 2005 เจ้าแท่งหรรษาตัวนี้ก็ได้สำแดงเดชให้โลกได้รับรู้ครับ

มันไม่ใช่คันบังคับธรรมดา แต่ที่หัวของมันติดเซ็นเซอร์เอาไว้ สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวได้ 3 มิติ ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา หน้า-หลัง ยังไม่พอสามารถรับรู้ถึงการสั่นการหมุนและการเอียงได้อีก

คิดนอกกรอบ!!

พอข่าวนี้แพร่กระจายออกไป พวกที่เคยวิจารณ์เสียๆ หายๆ ต่างอ้าปากค้าง แล้วกลับลำมาชื่นชมกันใหญ่ครับ

ต่อไปเกมส์เทนนิส จากที่ใช้แค่นิ้วโป้งมือซ้ายกดทิศทางมือขวากดตีลูก ต่อไปเวลาเล่นจะต้องตีไปด้วยจริงๆ เกมส์ยิงปืนก็จะต้องใช้เจ้ารีโมทอันนี้เล็งให้ตรงเป้าจริงๆ เกมส์ฟันดาบก็จะต้องเหวี่ยงแขนจริงๆ หรือแม้กระทั่งเกมส์ทำอาหาร ก็จะต้องสับให้ละเอียดให้ถี่จริงๆ

น่าสนุกครับ งานนี้เก็บเงินรอได้เลย!!

09 November 2005

ร้อน

อากาศที่อาร์มิเดลกำลังเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ครับ ฝนก็ทำท่าว่าจะตกแต่ก็ไม่ตกมาซักที แดดก็แรง ยิ่งเวลาจอดรถกลางแดดนี่ไม่ต้องบรรยายเลยครับ เหมือนบ้านเราไม่มีผิด

วันนี้เป็นวันแรกที่ต้องขุดเอาพัดลมออกมาใช้เพราะเริ่มร้อนจนทำงานไม่ไหว ขนาดเปิดหน้าต่างแล้วนะเนี่ย

เห็นคุณตุ๋มบอกว่าอากาศจะยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปเวลามีของสดหรือถ้าทำกับข้าวเสร็จไม่ควรจะเอาทิ้งไว้ข้างนอกแล้ว เพราะมันอาจจะบูดได้ในคืนเดียว

ดึกดื่นเที่ยงคืน ก็ยังร้อน

08 November 2005

เปลี่ยน

อ่านหนังสือ คิดโน่นคิดนี่เรื่องงานวิจัยมาตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ตอนนี้เริ่มจะประสบปัญหาบิ๊วอารมณ์ไม่ค่อยขึ้นบ้างแล้วครับ ทำไงได้ก็มันเบื่อนี่นา

แต่ทีเล่นเกมส์ ไม่เห็นจะเคยเบื่อซักที ^^"

เจ้า Blog อันนี้ก็หน้าตาคล้ายๆ เดิมตั้งแต่เดือนกรกฏาเหมือนกัน เกือบ 4 เดือนแล้ว อย่างมากก็เปลี่ยนรูปตรงหัวนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบหรือสีองค์ประกอบอื่นๆ จริงๆ จังๆ ซักที

ก็เลยรู้สึกคึกขึ้นมาครับ เอาวะ มา Design หน้าตา Blog ใหม่ดีกว่า เปลี่ยนบรรยากาศให้ชาวบ้านงงเล่น

ทำไปทำมา เวลาก็ผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่าๆ งานการไม่ได้ทำ ฮาฮา

เพิ่งนึกได้ว่า Blog อันเก่าสีพื้นหลังออกโทนมืด แล้วพอเปลี่ยนอันใหม่เป็นพื้นสีขาว มันอาจจะทำให้ตัวหนังสือของวันเก่าๆ อ่านไม่ออก รูปบางรูปก็อาจจะไม่สวยเท่าเดิม แต่ช่างมันเหอะ อุตส่าห์ทำตั้งนาน ไม่แก้แล้ว

จัดหน้าเว็บตาม Template ที่เค้าทำไว้อยู่แล้วนี่มันเสียเวลาเหมือนกันแฮะ เพลียจัง นอนดีกว่า ^^"

06 November 2005

หมูกระทะ

อยู่ๆ คุณภรรยาคิดถึงหมูกระทะมาก เลยตกลงกันว่าเดี๋ยวไปหาซื้อหมูซื้อเนื้อมาแล่ ตำน้ำจิ้ม แล้วก็ไปย่างหมูกระทะกันที่สวนสาธารณะในเมืองกันดีกว่า

อาร์มิเดลมีสวนสาธารณะที่มีเตาย่างอยู่ 2 ที่ครับ ใครอยากใช้ก็เดินไปกดปุ่มก็พร้อมจะย่างได้ทันที แถมยังฟรีด้วย

สวนแรกอยู่ถัดจากบ้านไปแค่ 2 ช่วงถนน ถ้าฟิตหน่อยอยากเดินไปก็ไม่ไกลมาก แต่ถ้าของเยอะก็ขับรถไปสบายกว่า

เล็งสวนนี้อยู่หลายวันครับ แล้วก็ตกลงกันว่าไปย่างกันวันศุกร์ดีกว่า เพราะคนไม่น่าจะเยอะ วันเสาร์-อาทิตย์ ฝรั่งออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน อาจจะคิวยาว ไม่สะดวก

เที่ยงวันศุกร์ เช็คพยากรณ์อากาศแล้วฝนไม่ตก สองสามีภรรยาจัดการหั่นหมูหั่นเนื้อ แล้วก็ขับรถไปยังสวนที่เล็งไว้

แต่พอถึงที่หมาย ปรากฏว่ามีฝรั่งนั่งอยู่เต็มไปหมด ก็เลยต้องย้ายไปอีกสวนที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวเมืองอีกฟาก

โชคดีครับที่เตาย่างทั้งสองในสวนที่สองว่างอยู่ อากาศก็ดี วิวก็สวยกว่าสวนสาธารณะใกล้บ้าน มื้อนี้คงกินอย่างมีความสุข

แต่ที่ไหนได้ครับ เอาหมูลงได้ไม่ถึง 2 นาที ยังไม่สุกเลย

มันมากันอีกแล้ว!!! หลายกองร้อย!!!!

ถ่ายรูปมาได้เฉพาะกลุ่มที่กำลังเกาะอยู่ตามขวดตามกล่องนิดหน่อยครับ ของจริงมีไม่ต่ำกว่าสองสามร้อยตัว -_-''

ตอนแรกก็ยังพยายามจะทน มือซ้ายย่างหมู มือขวาปัดแมลงวัน แต่ผ่านไปอีก 2-3 นาที เริ่มไม่ไหวครับ ดูเหมือนมันจะมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ!! แถมยังใช้กลยุทธ์พลีชีพ ไม่ว่าเตาจะร้อนแค่ไหนมันก็เกาะได้

ถ้ายังฝืนทำไป มันจะมากันถึงหมื่นตัวมั้ยเนี่ย

สรุป หมูกระทะกลางแจ้งเป็นอันล่ม ในที่สุดสองสามีภรรยาก็ต้องจำใจเก็บข้าวเก็บของกลับไปย่างเตาแก๊สที่บ้าน

สงสัยถ้าอยากกินกลางแจ้งจริงต้องเล็งไปตอนฝนตกซะแล้ว เฮ้อ

03 November 2005

เทพศาสตรา

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1. กระดาษหนังสือพิมพ์ แคตตาล็อกโฆษณาสินค้า หรือม้วนกระดาษ ความหนาอย่างต่ำ 10 แผ่น
2. หนังยาง 2 เส้น

วิธีทำ
1. นำม้วนกระดาษมาม้วนให้แน่น ถ้าเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เอาสันออกไว้ด้านนอก ม้วนให้ส่วนด้ามจับกลมขนาดพอเหมาะมือ ส่วนปลายแบนกว้างประมาณ 5-8 ซม.
2. ใช้หนังยางรัดส่วนด้ามจับและปลายให้แน่น หากทำถูกต้อง เวลาฟาดไปในอากาศจะไม่เกิดเสียงดัง

เทคนิค
1. กระดาษที่ใช้สร้างเทพศาสตรา ควรเลือกใช้ที่มีโฆษณาอาหาร เช่น โฆษณาพิซซ่า หรือเบอร์เกอร์ แมลงวันจะชอบและเข้ามาตอมเอง
2. หนังยางควรใช้สีแดงสดใส เพื่อหลอกให้แมลงวันตกใจและสับสน บินหนีไม่ได้
3. การม้วนกระดาษไม่ควรให้มีเหลี่ยมหรือมุมเนื่องจากจะมีแรงต้านอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์
4. ควรม้วนกระดาษให้แน่นเนื่องจากมัดกระดาษที่แน่นจะทำให้เทพศาสตราไร้เสียงเมื่อกระทบกำแพง พื้น หรือฝาผนัง
5. การม้วนกระดาษให้แน่นยังสามารถช่วยเพิ่มอานุภาพทำลายล้างให้เทพศาสตรา ทำให้สามารถพิฆาตแมลงวันได้แม้กระทั่งกลางอากาศ

คำเตือน
1. ระวังการใช้เทพศาสตรากับวัตถุเปราะบาง เช่นกระจก จาน ชาม แก้วน้ำ
2. ไม่ควรให้เทพศาสตราเปียกน้ำ เนื่องจากอานุภาพทำลายล้างจะลดลงอย่างรวดเร็ว

ภาพประกอบ
บน - หม่ำศาสตรา เป็นศาสตรารุ่นที่ 3 ถัดจาก เท่งศาสตรา และโหน่งศาสตรา มีข้อเสียที่ไม่ได้ม้วนกระดาษให้สันอยู่ด้านนอก ทำให้เกิดความเสียหายทุกครั้งที่ใช้งาน และเนื่องจากไม่มีหนังยางทำให้ต้องม้วนใหม่ทุกครั้ง การม้วนใหม่บ่อยๆ ทำให้อานุภาพทำลายล้างลดลง ความเร็วสูงสุดในการกำจัดแมลงวัน 3 ตัว / นาที
ล่าง - เทพศาสตรา เป็นศาสตราที่ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ ความเร็วสูงสุดในการกำจัดแมลงวัน 10 ตัว / นาที

01 November 2005

ลาบจิงโจ้

ความฝันอีกอย่างหนึ่งของผมได้เป็นจริงในวันนี้ครับ หลังจากที่เล็งเจ้าเนื้อสีแดงเข้มชนิดนี้มาตั้งแต่วันแรกๆ ที่มาออสเตรเลีย

"เนื้อจิงโจ้" ครับ ^^

ในเมืองเล็กๆ อย่างอาร์มิเดล เนื้อจิงโจ้ค่อนข้างจะหายากซักหน่อย เห็นมีขายอยู่ที่ Coles แค่ที่เดียว แล้วก็ไม่ได้มีวางขายตลอดเวลา หรือถ้ามีก็มีแต่ชิ้นใหญ่ๆ ราคาแพง

โชคดีวันก่อนไปเจอเนื้อจิงโจ้แพ็คเล็กสองเหรียญกว่าๆ ก็เลยจัดการสอยมาซะ

รสชาติจะเป็นยังไงน้อ เนื้องจิงโจ้ จะเหมือนไก่ หมู วัว หรือว่าแกะ

วันนี้ฤกษ์ดี ก็เลยขอคุณภรรยามาลองทำเป็นลาบให้กิน เพราะคิดว่าลาบมันใช้เครื่องปรุงไม่มากเท่าไหร่ น่าจะพอได้รับรสชาติเต็มที่ซะหน่อย

ระหว่างที่กำลังสับเนื้อ ก็ลองหยิบเนื้อดิบชิ้นเล็กๆ มาทดสอบซะหน่อย

ปรากฏว่าจืดสนิทครับ ไร้รสชาติโดยสิ้นเชิง!!

คิดว่าคงไม่เป็นไรมั้ง เนื้อดิบมันจืดๆ ก็คล้ายๆ ไก่ที่ดิบๆ จืดแต่พอทำให้สุกแล้วเดี๋ยวมันก็อร่อยเอง

ถึงเวลาทำอาหาร คุณภรรยาก็ปรุงตามสูตร ออกมาเป็นลาบจิงโจ้ เมนูเด็ดที่ (น่าจะ) สามารถหาได้ในออสเตรเลียเท่านั้น

ปรากฏว่าตัวเครื่องปรุง หอม พริก อร่อยเหมือนเดิมครับ แต่เนื้อ จืดสนิท!!! -"-

นอกจากหน้าจะจืดแล้ว เนื้อยังจืดอีก จิงโจ้ประเทศนี้
จากการทดลองครั้งนี้ สรุปว่า เนื้อจิงโจ้ หาความอร่อยไม่ได้ ซื้อหมูมากินดีกว่าครับ