มหาโหด
อาทิตย์ที่แล้วก็เลยไปตบรถจักรยานมือสองมาสองคันจาก Garage Sale ราคาตั้งไว้คันละ $10 แต่โดนพ่อต่อเหลือสองคัน $15 ดูคุณภาพรถกับราคาแล้วคุ้มมากเลย
แต่จะขี่จักรยานที่ประเทศนี้ต้องใส่หมวกกันน็อค ไม่งั้นโดนตำรวจจับ พ่อกับแม่ก็เลยไปหาซื้อหมวกมา ปรากฏว่าราคาหมวกใบเดียวแพงกว่าจักรยานสองคันรวมกันซะอีก กลายเป็นว่าหมวกสองใบราคารวมกันเกือบๆ $40
แล้วก็มาค้นพบอีกว่าที่ล้อหลังจักรยานคันนึงมีรอยปรินิดหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในสภาพยังขี่ได้ ก็เลยตกลงกันว่าจะใช้ไปพลางๆ ก่อน แล้วค่อยไปหายางใหม่เปลี่ยนอีกที
หลังจากหยุดคริสต์มาสไปหลายวัน วันนี้ร้านต่างๆ ก็เริ่มเปิดให้บริการ พ่อก็เลยเอาจักรยานไปถามราคาเปลี่ยนยางครับ
ราคายางจักรยานที่นี่ก็ไม่ต่างจากบ้านเรามา เส้นละ $15-20 เป็นเงินไทยก็สี่ห้าร้อยบาท แพงหน่อยแต่ก็พอรับได้
แต่ราคาค่าแรงเปลี่ยนยางนี่สิ มหาโหด!
ค่ายาง $15 ค่าเปลี่ยนยาง $50!!!
จะบ้าเรอะ แถวบ้านเอาชะแลงงัดๆ แล้วยัดยางใส่เข้าไป สูบลมก็เสร็จแล้ว จะขูดรีดกันไปถึงไหน ถ้าเปลี่ยนยางแพงขนาดนี้สู้ซื้อคันใหม่เอี่ยมเลยไม่ดีกว่าเรอะ
พอรู้ราคา พ่อสะบัดก้นเดินออกจากร้านทันที ไม่ง้อฝรั่งหน้าเลือดแล้ว
สรุปว่าไม่ป่งไม่เปลี่ยนมันแล้วยางบ้านี่ ถ้าขี่ๆ ไปแล้วยางมันแตก ก็ทิ้งถังขยะเลย สะใจครับ -"-





ชุดครุยปริญญาเอกของ RMIT เป็นสีดำคาดแดง พร้อมหมวกทรงประหลาดๆ ใส่แล้วดูตลก แต่รวมๆ แล้วก็สวยดี ได้ยินอาจารย์ที่ปรึกษาของอู้บอกติดตลกไว้ว่า ชุดครุยนี่ ยิ่งสีเยอะเท่าไหร่ ความเจ๋งของปริญญาก็น้อยลงเท่านั้น (ฮา)
หลังจากรับปริญญาเสร็จ สมาชิกในครอบครัวก็ตกลงใจจะเลื่อนวันเดินทางกลับไป 1 วัน เพื่อไปเที่ยวถนนชื่อดัง
Great Ocean Road เป็นชื่อถนนสายชมวิวทางทิศตะวันตกของเมลเบิร์น ระยะทางไกลประมาณหนึ่งร้อยกว่ากิโลเมตร เป็นถนนเลียบทะเลสลับกับป่าเขา ไฮไลท์ของถนนเส้นนี้อยู่ที่แท่งหิน
หลังจากเที่ยวกันเหน็ดเหนื่อยก็ได้เวลากลับบ้าน อู้แยกตัวกลับประเทศไทยก่อนเพราะมีสอนทุกวัน ส่วนป๊ะกับม๊ะติดรถกลับมาที่อาร์มิเดลด้วย และก็คงจะใช้เวลาช่วงลาพักร้อนประมาณหนึ่งเดือนนี้เที่ยวเมืองแถบนี้ให้ทั่ว แล้วก็จะขับรถขึ้นไปแถบบริสเบนซักหน่อย
