ลุ้น
เจ้ามิตซูบิชิแม็กน่า รถยนต์คู่ใจที่ขับไปตะลอนๆ ถึงเมลเบิร์น ซิดนีย์ บริสเบน ถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอีกแล้วครับ
จริงๆ ควรจะไปเปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่นี่แกล้งลืมบ้างแกล้งหลับบ้าง ขับเลยกำหนดเปลี่ยนไปพันกว่ากิโล
ก็มันแพงนี่นา เปลี่ยนครั้งนึงก็ $109 เหรียญ เพราะฝรั่งบวกรวม Package ตรวจเช็คทั่วไปให้อีกด้วย
ที่แย่ก็คือ ยิ่งเช็คก็ยิ่งเจอจุดที่ต้องซ่อมครับ
ครั้งที่แล้วเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จ คุณช่างลิสต์รายการซ่อมให้อีกบานเบอะเลย ทั้งระบบเบรค เกียร์ โช๊ค ยาง สรุปว่าหลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จไปร้อยกว่าเหรียญ ยังต้องมาจ่ายค่าซ่อมโน่นซ่อมนี่ตามรายการใหม่อีกสามร้อยกว่าเหรียญ บรมโหดจริงๆ
ว่าแล้วก็นึกอิจฉาคุณช้างที่มีลุงหนวดที่เป็นเซียนด้านช่างยนต์อยู่ใกล้ๆ บ้าน เวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองถ้าเกิดอะไรผิดพลาดก็ยังลากลุงมาช่วยแก้ได้
ส่วนที่อาร์มิเดลมีแต่วิศวกรคอมพิวเตอร์ เกษตรกร หมอ ทนาย ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดมาก็ตัวใครตัวมันละครับ
ทางที่ดีที่สุดก็คงจะต้องเข้าอู่ฝรั่ง เอาชัวร์ไว้ก่อน
งวดนี้ตอนส่งรถเข้าอู่ก็เลยลุ้นกันสุดตัวครับว่ามันจะตรวจเจอที่เสียอีกกี่รายการ แถมโช๊คซึมครั้งที่แล้วที่ยังไม่ได้ซ่อมก็ไม่รู้จะแย่ลงหรือเปล่า
ตกเย็นไปรับรถ ผลปรากฏว่าผิดคาดจากหน้ามือเป็นหลังมือ
มีรายการเพิ่มเติมแค่รายการเล็กๆ อันเดียว ฟังอาการเป็นภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แต่ช่างบอกไม่ร้ายแรงจะซ่อมก็ได้ไม่ซ่อมก็ได้ (บอกมาอย่างนี้จ้างให้ก็ไม่ซ่อม) แถมโช๊คซึมก็ตรวจไม่พบ คาดว่าคงเป็นเพราะรถคันนี้ใช้นาโนเทคโนโลยีทำให้มันสามารถซ่อมตัวเองได้ตามกาลเวลา
ยังไม่หมดครับ โชคสองชั้นก็คือคุณตุ๋มเผอิญโทรไปจองคิวก่อนหน้า 1 วัน ซึ่งทางอู่มีโปรโมชั่นลดราคา 20% วันสุดท้ายพอดี อู่ก็เลยใจดีว่าไหนๆ ก็โทรมาทัน ถึงจะส่งรถวันรุ่งขึ้นก็ยังลดราคาให้
เปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งนี้เลยประหยัดเงินไปได้ $20 หุหุ
จริงๆ ควรจะไปเปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่นี่แกล้งลืมบ้างแกล้งหลับบ้าง ขับเลยกำหนดเปลี่ยนไปพันกว่ากิโล
ก็มันแพงนี่นา เปลี่ยนครั้งนึงก็ $109 เหรียญ เพราะฝรั่งบวกรวม Package ตรวจเช็คทั่วไปให้อีกด้วย
ที่แย่ก็คือ ยิ่งเช็คก็ยิ่งเจอจุดที่ต้องซ่อมครับ
ครั้งที่แล้วเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จ คุณช่างลิสต์รายการซ่อมให้อีกบานเบอะเลย ทั้งระบบเบรค เกียร์ โช๊ค ยาง สรุปว่าหลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จไปร้อยกว่าเหรียญ ยังต้องมาจ่ายค่าซ่อมโน่นซ่อมนี่ตามรายการใหม่อีกสามร้อยกว่าเหรียญ บรมโหดจริงๆ
ว่าแล้วก็นึกอิจฉาคุณช้างที่มีลุงหนวดที่เป็นเซียนด้านช่างยนต์อยู่ใกล้ๆ บ้าน เวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองถ้าเกิดอะไรผิดพลาดก็ยังลากลุงมาช่วยแก้ได้
ส่วนที่อาร์มิเดลมีแต่วิศวกรคอมพิวเตอร์ เกษตรกร หมอ ทนาย ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดมาก็ตัวใครตัวมันละครับ
ทางที่ดีที่สุดก็คงจะต้องเข้าอู่ฝรั่ง เอาชัวร์ไว้ก่อน
งวดนี้ตอนส่งรถเข้าอู่ก็เลยลุ้นกันสุดตัวครับว่ามันจะตรวจเจอที่เสียอีกกี่รายการ แถมโช๊คซึมครั้งที่แล้วที่ยังไม่ได้ซ่อมก็ไม่รู้จะแย่ลงหรือเปล่า
ตกเย็นไปรับรถ ผลปรากฏว่าผิดคาดจากหน้ามือเป็นหลังมือ
มีรายการเพิ่มเติมแค่รายการเล็กๆ อันเดียว ฟังอาการเป็นภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แต่ช่างบอกไม่ร้ายแรงจะซ่อมก็ได้ไม่ซ่อมก็ได้ (บอกมาอย่างนี้จ้างให้ก็ไม่ซ่อม) แถมโช๊คซึมก็ตรวจไม่พบ คาดว่าคงเป็นเพราะรถคันนี้ใช้นาโนเทคโนโลยีทำให้มันสามารถซ่อมตัวเองได้ตามกาลเวลา
ยังไม่หมดครับ โชคสองชั้นก็คือคุณตุ๋มเผอิญโทรไปจองคิวก่อนหน้า 1 วัน ซึ่งทางอู่มีโปรโมชั่นลดราคา 20% วันสุดท้ายพอดี อู่ก็เลยใจดีว่าไหนๆ ก็โทรมาทัน ถึงจะส่งรถวันรุ่งขึ้นก็ยังลดราคาให้
เปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งนี้เลยประหยัดเงินไปได้ $20 หุหุ



3 Comments:
โชคดีจริงๆ ..
เพิ่งเห็นข้อดีของการฟังไม่รู้เรื่องก็คราวนี้แหละ
By
k, at February 17, 2006 10:47 PM
เสียตังค์น้อยๆ ดีที่สุดเนาะ
By
Mujira, at February 18, 2006 2:26 PM
โชคดีจังนะครับ...ว่าแต่พี่อี้ชอบลงเพลงแนววัยรุ่นแหววๆจังเนาะครับ
By
mink, at February 18, 2006 2:57 PM
Post a Comment
<< Home