The Intersect

29 January 2006

Country Music Festival

Tamworth เมืองแห่งดนตรีลูกทุ่งที่อยู่ห่างลงไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตรจะมีประเพณีจัดงาน Country Music Festival (ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยก็คงได้ประมาณเทศกาลมนต์เพลงลูกทุ่งแห่งชาติ) เป็นประจำทุกปีครับ

ถ้าใครจำไม่ได้ว่า Tamworth เป็นอย่างไรก็ลองกลับไปค้นดู blog เก่าๆ ช่วงต้นเดือนมกราคมได้ครับ เมืองที่มีกีต้าร์ยักษ์สีทองนั่นแล

Country Music Festival กินเวลาประมาณ 10 วัน และวันเสาร์ที่ผ่านมาก็เป็นวันที่สำคัญที่สุดของเทศกาล เนื่องจากจะมีขบวนพาเหรดใหญ่ เริ่มเวลา 10.00 น. ครับ

เที่ยวนี้ชาวอาร์มิเดลติดงานกันหลายคน จากตอนแรกที่นับๆ ไว้ประมาณ 8-9 คน สุดท้ายเหลือคนไปแค่ 4 ซึ่งก็ฟิตกับรถหนึ่งคันพอดี

ขับรถไปประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงปลายทาง แล้วเราก็พบว่าเทศบาล Tamworth ปิดถนนสายหลักไว้เตรียมที่ทางให้ขบวน

ไม่รู้ว่ามีฝรั่งแห่กันมาจากไหนเป็นพันๆ คน ต่างคนต่างจับจองที่นั่งข้างถนน หลายคนเตรียมพร้อมมาดีมีเก้าอี้มาด้วยก็สะดวกอย่าบอกใคร

สิบโมงตรง ขบวนพาเหรดก็เริ่มเดินครับ เริ่มจากขบวนปี่สก๊อต ม้า รถเก่า แล้วก็เริ่มมีรถขนศิลปินเพลงลูกทุ่งเรียงหน้ากันมาทีละคัน คันละคนบ้างสองคนบ้าง บางคันก็มากันเป็นคณะเลย แถมรถบางส่วนก็ติดอุปกรณ์เล่นดนตรีครบชุดเล่นกันสดๆ บนนั้นอีก

ลองนึกภาพยืนอยู่ที่ข้างถนนท่าแพ แล้วมีรถกระบะขนยิ่งยง ยอดบัวงาม เอกชัย ศรีวิชัย อาภาพร นครสวรรค์ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ฯลฯ มาทีละคนสองคนก็แล้วกันครับ รับรองว่าจะได้บรรยากาศเหมือนกันไม่มีผิด

ข้อเสียของงานนี้ก็คือ กะเหรี่ยงไม่รู้จักนักร้องลูกทุ่งครับ มันโบกมือให้เรา เราก็โบกมือให้มัน ฝรั่งข้างๆ กรี๊ด ส่วนเราไม่รู้เรื่องรู้ราวกะเค้า โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูปก็ไม่รู้จะถ่ายมาให้ใครดู สู้ถ่ายสาวเชียร์เบียร์ไม่ได้ จริงมั้ยครับ ^^

ขบวนพาเหรดใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มีรถประมาณเกือบห้าสิบคัน ศิลปินเท่าที่กะดูคร่าวๆ ก็น่าจะไม่ต่ำกว่าสามสี่สิบชีวิต นอกจากนั้นตามข้างทางก็จะมีพวกมือสมัครเล่นแต่งเอง ร้องเอง อัดเอง ขายเอง เจ๊งเอง ยืนร้องเพลงโปรโมทเทปอยู่เป็นระยะๆ ใครไม่ซื้อเทปก็หย่อนตังค์ลงขันที่นักร้องเตรียมไว้ ดูไปดูมาเหมือนงานหลักเป็นวณิพก งานรองขายเทปไปซะนี่เพราะไม่ค่อยมีคนซื้อเทปเลย มีแต่คนหย่อน

ระหว่างกลับบ้าน เห็นตำรวจออสซี่ไม่รู้แห่มาจากที่ไหนกัน คอยดักจับความเร็วที่ซุปเปอร์ไฮเวย์ สงสัยคงประมาณการณ์ว่าคนมาร่วมงานเยอะจะได้ลูกค้าเยอะแน่ๆ เลย แต่เสียใจด้วย ไม่ได้กินเงินผมหรอก ฮ่าฮ่า

กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพครับ ^^

26 January 2006

วันชาติ

วันนี้เป็นวันชาติออสเตรเลียครับ รายละเอียดความสำคัญของวันนี้ตามไปดูที่ NungNing's Today กันได้เลย

อาร์มิเดลก็จัดงานเฉลิมฉลองแบบเล็กๆ ที่สนามม้าชานเมือง แต่วันนี้เหล่าพี่ม้าทั้งหลายอดเป็นพระเอกเพราะมีหนุ่มสาวอิมพอร์ตเข้ามาแย่งความดังกันถึงที่

วันนี้เป็นวันของ อูฐ ครับ ^^


ท่ามกลางฝูงชนร่วมพันที่กำลังเดินไปเดินมาดูโน่นดูนี่ขวักไขว่ ก็มีอูฐตัวหนึ่งวิ่งออกมาในลู่วิ่ง

ผมยกนาฬิกาขึ้นมาดู เป็นเวลาบ่ายสามโมงสิบห้านาที ก่อนเวลาแข่งไปห้านาที

"มันเริ่มแข่งแล้วเหรอ" คุณตุ๋มถาม
"ยังจ้ะ อีก 5 นาที มันคงลงมาวอร์มเฉยๆ" ผมตอบไปอย่างมั่นใจ

แมคกายเวอร์ อูฐตัวแรกวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ ซักพักแฮร์รี่ อูฐอีกตัวหนึ่งก็วิ่งตามมาแบบเหยาะๆ แต่พอเห็นกล้องคุณตุ๋มเท่านั้น พ่อแฮร์รี่พุ่งเข้ามาหากล้อง แล้ววิ่งวนไปวนมาเป็นวงกลมอยู่ตรงนั้นเหมือนท้าให้ถ่ายรูป

สีหมอก อูฐตัวที่สามเดินตามมาช้าๆ พอเห็นแฮร์รี่กำลังวิ่งวนให้ถ่ายรูป สีหมอกก็นั่งหมอบลงไปดื้อๆ

อูฐอีกสองสามตัว ค่อยๆ ทะยอยเดินตามกันมาจากด้านหลัง พร้อมๆ กับเสียงโฆษกประกาศผ่านลำโพงขนาดยักษ์ว่า

"แมคกายเวอร์เข้าเส้นชัยไปแล้วครับ แมคกายเวอร์ชนะรอบนี้ นี้ นี้ นี้ นี้"

......เวรกรรม....มันเริ่มแข่งกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

แฮร์รี่ยังวิ่งวนเป็นวงกลมให้คุณตุ๋มถ่ายรูปอยู่ สีหมอกยังนั่งหมอบไม่รู้เรื่องรู้ราว ส่วนอูฐตัวที่เหลือเดินยงโย่ไปทางเส้นชัยกันหมดแล้ว

สรุปว่ามันเริ่มไปตั้งนานแล้วนี่เอง แต่ท่าทางพี่อูฐทั้งหลายอาจจะร้อนแดด ก็เลยวิ่งกันไม่ค่อยออก

ออกแนวฮาดีครับ แข่งอูฐ ไว้ปีหน้าจะมาดูใหม่นะ ^^"

หลังจากแข่งอูฐจบ ก็มีการวิ่งแข่งสำหรับเด็ก แล้วก็มีดนตรีลุงๆ ป้าๆ ตามเรื่องตามราว นอกจากนั้นก็มีการจัดปูเสื่อแสดงเครื่องจักรโบราณ เครื่องมือกู้ภัย (อะไรกันเนี่ย มั่วไปหมด) แล้วก็มีขนมสายไหม บาร์บีคิว และของเล่นหลอกเด็กให้เสียเงินกัน



ก่อนกลับ คุณตุ๋มก็ได้รับแจกแตงโมเย็นๆ จากคุณป้าใจดีอีกด้วย

อากาศร้อนๆ กินผลไม้เย็นๆ ชื่นใจจริงๆ ครับ

23 January 2006

ใจดี

ซาจี๊เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาที่ใจดีที่สุดในโลกครับ

เหตุเกิดในห้องประชุมรายสัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ผมก็เอางานไปเสนอแกปกติ ที่มีพิเศษนิดนึงก็เนื่องจากปกติจะคุยกันเรื่อง Literature ที่ผมได้ค้นคว้ามาในแต่ละอาทิตย์เป็นหลัก แต่คราวนี้ไม่มีเนื่องจากผมใช้เวลาไปกับการเขียนงานวิจัยของตัวเอง

ก็เลยไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากมาย เพราะไม่มี Literature อะไรใหม่ ส่วนงานที่เขียนขึ้นมาก็ต้องให้เวลาซาจี๊ไปนั่งอ่านก่อนซักนิด

คุยกันนิดๆ หน่อยๆ พองาม ด้วยความที่ปากพล่อย ผมก็เลยบอกแกไปว่า
"อาทิตย์หน้างานอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่นะครับ เพราะผมจะดูออสเตรเลี่ยนโอเพ่น"

ซาจี๊ชะงักไปสามเสี้ยววินาทีด้วยความตกใจ เพราะคงไม่ค่อยมีลูกศิษย์คนไหนทะลึ่งกับแกเท่าไหร่ พอตั้งสติได้ก็ตอบกลับมาว่า
"อ้าวเหรอ เพิ่งรู้นะว่าชอบดูกีฬา แล้วชอบอะไรมากที่สุดล่ะ"

ถ้าเป็นอาจารย์ท่านอื่นอาจจะจับใส่ซิทดาวน์พาวเวอร์บอมบ์ไปแล้วข้อหาวางแผนสมคบคิดอู้งาน เจอตอบกลับมาแบบนี้ก็ดีใจสิครับ
"แน่นอนครับ ฟุตบอล โดยเฉพาะฟุตบอลอังกฤษ ชอบมากครับ"

"อ้อ ฟุตบอล เอ...ปีนี้มีฟุตบอลโลกไม่ใช่เหรอ มันจัดเมื่อไหร่นะ"
"กลางๆ ปีครับ ช่วงมิถุนายน ที่เยอรมัน"

ซาจี๊อมยิ้ม แล้วพูดออกมาในสิ่งที่พอได้ยินแล้ว ผมดีใจจนบอกไม่ถูก
"เอางี้สิ ลองเขียนเปเปอร์อีกซักชิ้นนะ แล้วก็ส่งไปคอนเฟอเรนซ์ที่เยอรมันที่จัดในช่วงนั้นเลย เสนองานเสร็จก็ได้ไปดูฟุตบอลโลกด้วย ค่าใช้จ่ายทางภาควิชามีงบฯ อยู่ไม่ต้องห่วง"

กรี๊ดดดดดดด จี๊ใจดีจังเลย แต่ผมจะมีปัญญาเขียนเปเปอร์มั้ยเนี่ย ^^"

20 January 2006

แปล

หน้าร้อนออสเตรเลียอากาศก็พอๆ กับบ้านเราเลยครับ กิจกรรมอย่างหนึ่งนี่ผมเคยทิ้งมันไปในช่วงฤดูหนาวก็เลยกลับมา

อ่านหนังสือในส้วม!

ตอนอยู่ที่บ้านเมืองไทย ก่อนเข้าห้องน้ำผมจะหยิบหนังสือหรือการ์ตูนติดมือเข้าไปด้วยหนึ่งเล่มเสมอๆ แล้วค่อยๆ อ่านหนังสือไปพร้อมๆ กับทำธุระอย่างใจเย็น

โบราณว่าคนอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไม่ได้ แต่ผมอ่านสามก๊กจบสี่รอบ ในส้วม! จะมีใครคบกับผมอีกมั้ยเนี่ย

ช่วงหน้าหนาวที่นี่ทำไม่ได้ครับ แค่นั่งให้ตูดติดกับฝาชักโครกก็ยังทรมานแทบตาย จะนั่งแช่อ่านหนังสือนี่ฆ่าตัวตายชัดๆ

เนื่องจากที่นี่ไม่มีหนังสือการ์ตูนหรือนิยายอะไรเท่าไหร่ ก็เลยหยิบโฆษณาซุปเปอร์มาร์เก็ตบ้าง หนังสือนำเที่ยวบ้าง เข้าไปอ่านเป็นเพื่อน

ล่าสุดภรรยาเอานิยายขายดี แฮรรี่ พอตเตอร์ ภาค 5 ภาคีนกฟีนิกซ์ เข้ามาวางไว้ในส้วมครับ

เคยดูหนังมาแล้ว 4 ภาค ก็สนุกเรื่อยๆ ดี ไหนลองอ่านหนังสือหน่อยซิว่าจะสนุกสมกับที่เป็นหนังสือขายดีมั้ย

พลิกๆ อ่านๆ ไปก็เพลินดีครับ แต่มันรู้สึกเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ชักช้า แล้วก็หน่อมๆ ยังไงก็ไม่รู้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหนังสือตั้งใจทำให้เด็กอ่าน หรือว่าคนแปล แปลได้ไม่ดีอย่างที่ควร หรือว่าช่วงครึ่งเล่มแรกมันยังไม่เริ่มสนุก หรือว่ามันไม่เหมาะกับวัยรุ่นตอนปลายอย่างผมซะแล้ว

อ่านไปแล้วนึกไปถึงนิยายจีนพวกที่อ่านแล้วเหมือนมีผีมาจับมือไว้จนวางไม่ลงอย่าง ฤทธิ์มีดสั้น

อะไรจะแปลได้ คม เท่ รวดเร็ว กระชับ ฉับไว ไม่เยิ่นเย้อ ขนาดนั้น

ใช้ประโยคสั้นๆ แต่อ่านแล้วมันบาดลึกไปถึงในใจ

มันส์ขนาดนั้นแต่ที่มันไม่ดังไปทั่วโลก คงเป็นเพราะมันแปลเป็นภาษาอังกฤษยากมากนี่เอง

ปรึกษากับ อ.ปื๊ด จอมปราชญ์แห่งบอสตันอยู่ตั้งนาน ก็ยังมิอาจหาคำใดมาแปลประโยคมาตรฐาน อย่าง "กระบี่อยู่ที่ใจ" หรือ "มิอาจไม่ทำ" เป็นภาษาอังกฤษได้

จะพอเข้าท่าบ้างก็บางประโยคที่ตาปื๊ดพยายามแปลให้ดู เช่น
- This day next year, it'll be your first death anniversary.
- Your honor, I must die, but, please forsake my death.
- See on coffin, shed no tear.

พอจะรู้เรื่องกันมั้ยครับ ^^

18 January 2006

ออสโอเพ่น

Australian Open แกรนด์สแลมเทนนิสรายการแรกแห่งปีเริ่มขึ้นแล้วครับที่กรุงเมลเบิร์นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา

ช่วงนี้ช่อง prime ของออสเตรเลียจะถ่ายทอดสดให้ดูทั้งวันเลยครับ เรียกได้ว่าเช้ามาเริ่มแข่งก็เริ่มถ่ายทอดกันเลย ตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืน ละครน้ำเน่าต่างๆ ต้องหลีกทางให้กีฬาหมด

ที่แย่ก็คือแข่งมาได้ไม่กี่วัน คนไทย 3 คนที่ผ่านเข้ารอบ ทั้งภราดร แทมมี่ ดนัย ไม่ทันได้ดูถ่ายทอดซักคู่เลย นัดกันตกรอบแรกไปหมดซะแล้ว

ก็ยังดีที่มือวางอันดับสูงๆ อย่างเฟดเดอร์เรอร์ รอดดิก นาลบานเดี้ยน ยังรักษาฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่งั้นงานคงกร่อยก่อนกำหนดแน่

เมื่อซักครู่เปิดทีวีดู เห็น เซเรน่า วิลเลียมส์ กำลังแข่งอยู่ครับ

แต่จะเรียกให้ถูกจริงๆ ต้องเรียกว่าบดขยี้คู่แข่งมากกว่า

ผู้หญิงอะไร หวดแรงยังกะควายธนู ทั้งดำ ทั้งบึก ทั้งถึก ทั้งอึด ทั้งตึกนรก

แล้วอย่างนี้น้องมาเรียจะสู้ไหวป่าวเนี่ย...

15 January 2006

ปั่น

ช่วงก่อนที่ป๊ะกับม๊ะมาอยู่อาร์มิเดล ตื่นเช้ามาสองคนตายายก็จะชวนพากันไปปั่นจักรยานเล่นรอบๆ เมืองครับ

ป๊ะเคยบอกไว้ว่าจากบ้านปั่นไปมหาวิทยาลัยนี่มีทางสำหรับจักรยานดีมาก ปลอดภัย วิวสวย สะดวกสบาย จากบ้านไปมหาวิทยาลัยข้ามถนนใหญ่แค่สองครั้ง

ดูท่าว่าเมืองเล็กๆ อย่างอาร์มิเดลเมืองนี้จะมีข้อดีอีกข้อหนึ่งแล้วแฮะ

วันนี้ตอนบ่ายไปตีแบดมินตันที่มหาวิทยาลัย ประจวบเหมาะกับที่ท้องฟ้าแจ่มใสหลังจากฝนตกติดๆ กันมาหลายวัน คุณตุ๋มก็ชวนว่าเรามาลองปั่นจักรยานไปกันดีมั้ย

ว่าไงก็ว่าตามกันสิครับ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะสวยอย่างที่ป๊ะโม้ไว้รึเปล่า

สองคนก็เลยปั่นจักรยานไป กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง ผ่านแม่น้ำ ผ่านฟาร์ม อ้อมหลังหอพักนักศึกษา ต้นไม้เขียวๆ นกสาลิกา นกพิราบเยอะแยะ เพลินดีครับ

เผลอแป๊บเดียวไม่ทันอะไร ถึงมหาวิทยาลัยซะแล้ว ใกล้และเร็วกว่าที่คิดไว้มากเลย ไม่ผิดหวังจริงๆ

มาปั่นจักรยานกันมั้ยครับ ^^

12 January 2006

หนัง

ผมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนเคยร่วมแสดงหนังเรื่องนึงครับ ตอนจบ ม.6 ใหม่ๆ



กระโปรงบานขาสั้น ภาค 1 มี ธัญญ่า เป็นนางเอก

จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นตัวเด่นอะไรหรอก (มันแหงอยู่แล้ว) แต่ขอโทษ! ผมเป็นหนึ่งในตัวประกอบไม่กี่คนที่มีบทพูดนะเออ

หนังทั้งเรื่องได้พูดอยู่แค่ประโยคเดียวเนี่ย เก็บไว้โม้จนวันตาย ^^

อยู่ๆ ก็เห็นชื่อหนังเรื่องนี้ผุดขึ้นมาใน pantip.com ก็เลยรำลึกถึงความหลังนิดๆ หน่อยๆ จำได้ว่าช่วงถ่ายทำสนุกมากเลยครับ

เดินไปเดินมาก็ได้เงิน แถมยังมีข้าวให้กินฟรีเป็นบางมื้อ ช่วงว่างๆ ก็เข้าไปดีดกีต้าร์จีบเหล่านางเอกอีกต่างหาก

หนังเรื่องนี้ทำเงินได้สิบกว่าล้าน นับว่าประสบความสำเร็จมากในขณะนั้น อาจเป็นเพราะไม่ใช้สลิงไม่ใช้ตัวแสดงแทน

แต่พวกดาราที่ร่วมแสดงด้วยกลับเงียบไปเกือบหมด ที่เหลือรอดมาทุกวันนี้ยังพอเห็นหน้าก็มีธัญญ่า กัปตัน แล้วก็เอ๊าะ นอกนั้นตายบ้าง ดับบ้าง ^^"

เพลงที่พวกผมแต่งก็เกือบได้เป็นเพลงประกอบหนังแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีใบสั่งให้ใช้เพลงประกอบจากนักแต่งเพลงเส้นใหญ่ของค่ายซะก่อนละก็...

ป่านนี้ Intersect อาจเป็นหนึ่งในบอยแบนด์ในตำนานไปแล้วก็ได้ ใครจะรู้ ^^

09 January 2006

ลองของ

ร้านอาหารไทยร้านเดียวในเมืองอาร์มิเดลกำลังมีปัญหาขาดคนอย่างหนัก ทั้งตำแหน่งพ่อครัวและตำแหน่งผู้จัดการร้าน (เด็กรับออร์เดอร์) วันก่อนพี่ที่ถือหุ้นใหญ่ของร้านอาหารไทยก็เลยมาชวนแกมบังคับให้ไปช่วยทำงานที่ร้าน

"เฮ้ยอี้ ไปช่วยกันหน่อยเว้ย ไปลองๆ หัดทำอาหารตามสูตรร้าน เดี๋ยวจะได้เลื่อนชั้นเป็นกุ๊กมือ 1"

ปกติเมื่อก่อนทำเป็นผู้จัดการร้านทำงานวันละ 3 ชั่วโมงได้ $30 (900 บาท) ถ้าเลื่อนเป็นกุ๊กจะได้วันละ $50 (1,500 บาท)แต่ก็แลกกับชั่วโมงทำงานที่มากขึ้นอีก 2 ชั่วโมง สรุปมันก็ชั่วโมงละ $10 เท่ากันนี่หว่า -"-

ไม่เป็นไรครับหยวนๆ ถือว่าช่วยกัน ช่วยแล้วได้เงินด้วยนี่มันก็น่าช่วยอยู่เนาะ แหะๆ

แต่ปัญหามันอยู่ที่ทำอาหารตามสูตรเนี่ยสิครับ ถึงแม้ผมจะเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้วก็เหอะ แต่เวลาทำตามสูตรของร้านเมื่อไหร่

ไข่เจียว -> ไหม้
ไก่ผัดเม็ดมะม่วง -> เค็ม
แกงเขียวหวานไก่ -> จืด
ผัดไทย -> แฉะ
เนื้อผัดน้ำมันหอย -> แข็ง
กระหรี่พัฟ -> ไส้แตก

ก๊าก จะไปรอดมั้ยเนี่ย ^^"

07 January 2006

เงียบ

พ่อกับแม่ออกเดินทางจากอาร์มิเดลไปยังซิดนีย์เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับเชียงใหม่เมื่อเช้าตรู่วันนี้เองครับ

เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่ได้พบกับครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ และน้อง แถมมีภรรยาอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา มันอบอุ่น มีความสุขมากเลย โดยเฉพาะหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งครึ่งปี

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าในช่วงเกือบหนึ่งเดือนนี้ เราได้เที่ยวออสเตรเลียถึงสามรัฐ ตั้งแต่ New South Wales, Victoria จนถึง Queensland ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวง บ้านนอก ภูเขา น้ำตก ทะเล รวมระยะเดินทางไม่น่าต่ำกว่า 4-5,000 กิโลเมตร

ตอนนี้เมืองเล็กๆ เมืองนี้ก็เลยกลับมาเงียบเหมือนเดิมอีกครั้ง

ไว้วันหลังมาเที่ยวกันใหม่นะครับ ^^

04 January 2006

วินนิ่ง

ช่วงไปบริสเบน ได้ขัดสนิมวินนิ่งกับคุณช้างไปนิดหน่อยครับ ฝีมือตกไปนิดหน่อย แต่รู้สึกฝีปากจะตกไปเยอะเลย

เอ....เล่นเกมส์ทำไมต้องใช้ฝีปาก

วินนิ่ง เป็นชื่อย่อของเกมส์ตระกูล Winning Eleven ซึ่งเป็นเกมส์ฟุตบอลที่สนุกที่สุดในยุคนี้ครับ ปกติคนที่เล่นฟุตบอลหรือดูฟุตบอลก็จะชอบเล่นวินนิ่งด้วยกันทั้งนั้น

แต่เซียนๆ จะรู้กันว่าเวลาเล่นวินนิ่ง แค่ใช้ฝีมืออย่างเดียวนี่ไม่มันส์พอ มันต้องมีฝีปากเข้าไปร่วมด้วย

บอลแพ้ ปากห้ามแพ้ ว่างั้นเถอะ

เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองไทย ค่ำๆ จะนัดกับเพื่อนคนหนึ่งเป็นประจำครับ เล่นกันเป็นพันๆ เกมส์ จนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว ก็ยังสนุกได้ทุกเกมส์

ลองมาดูตัวอย่างฝีปากของไอ้เพื่อนคนนี้ดูนะครับ

มันยิงเข้า - สุดยอด! ลูกนี้เรียกบานาน่าชู๊ต (ร๊อคเก็ตชู๊ต ไดร์ฟชู๊ต ไปตามเรื่อง) ต้องฝึกแรมปีถึงจะทำได้นะเฟ้ย
ผมยิงเข้า - ก๊าก ยิงเป็นอยู่แค่เนี้ยนะ ก็ยังดี นึกว่ายิงเป็นแต่ลูกโทษกับลูกจ่อ

มันยิงออก - อุวะ! สนามนี้ไม่ได้มาตรฐานเลย คานเตี้ย เสาก็แคบ
ผมยิงออก - โอ๊ย! นกๆๆๆ นกตายหมดเลย

มันเลี้ยงหลบสำเร็จ - ดูๆ ปีกพ่อมด
ผมเลี้ยงหลบสำเร็จ - วู้ กองหลังตัวนี้ช้าจริงๆ ต้องเปลี่ยนออกละ

มันเลี้ยงหลบไม่สำเร็จ - อะไรเนี่ย ทำไมจอย (คันบังคับ) มันหน่อมอย่างนี้ กดไม่ไปเลย
ผมเลี้ยงหลบไม่สำเร็จ - กองหลังกำแพงเหล็ก!!

มันเสียบแล้วไม่ฟาล์ว - แฟร์ชาร์จ! ตัดเกมส์งดงาม
ผมเสียบแล้วไม่ฟาล์ว - เว้ย! กรรมการเอาตาไปไว้ไหนวะ เสียบอย่างงี้ไม่ฟาล์วได้ไง

มันเสียบแล้วฟาล์วโดนใบเหลือง - โอ๊ย! กรรมการห้ามไก่นี่หว่า ลูกอย่างงี้เหลืองได้ไง
ผมเสียบแล้วฟาล์วโดนใบเหลือง - อะไรเนี่ย! ลูกอย่างงี้มันต้องแดงแล้ว ทำไมกรรมการให้แค่เหลือง

มันเสียบแล้วฟาล์วโดนใบแดง - เฮ้ยอะไรวะ เกมส์นี้มีสูตรซื้อกรรมการด้วยเหรอ โกงนี่หว่า
ผมเสียบแล้วฟาล์วโดนใบแดง - ก๊าก สม ไปอาบน้ำเลยไป

มันล้มในเขตโทษ - เฮ้ย! ลูกนี้ไม่เป็นจุดโทษได้ยังไง ไอ้ไลน์แมนต่ำกว่ามาตรฐาน
ผมล้มในเขตโทษ - โอ้ๆๆ หากระดาษมาเช็ดขี้เร็ว ขี้พุ่งเลอะสนามเต็มไปหมดเลย (มาจากคำแซวนักฟุตบอลที่ล้มบ่อยๆ ว่าไอ้ขี้พุ่ง)

จริงๆ ยังมีอีกเยอะ แต่ติดเรทครับคงไม่เหมาะกับผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ใครอยากรู้บ้างก็ลองมาเล่นกันดู

วินนิ่งกันไหมครับ ^^

01 January 2006

Count Down

วันส่งท้ายปีเก่าปีนี้ ถ้าฉลองอยู่ที่อาร์มิเดลคงจะเหงาๆ เบื่อๆ ปีใหม่ทั้งทีก็ต้องคึกคักกันหน่อยจริงไหมครับ

ด้วยเหตุผลหลายประการ ก็เลยทำให้ครอบครัวของผมตกลงใจกันที่จะไปพักผ่อนรวดฉลองวันขึ้นปีใหม่กันที่บริสเบน ก็เลยนัดหมายกับเจ้าถิ่นอย่าง คุณช้าง กับ คุณหนุงหนิง ให้ช่วยเป็นธุระดูแลที่พักให้ ขอบคุณทั้งสองไว้มากๆ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ^^

ถนนจากอาร์มิเดลไปบริสเบนไปได้สองทางครับคือตัดเข้ากลางทวีปหรือเลียบชายฝั่ง พลพรรคก็ตกลงใจกันว่าขาไปจะไปแบบช้าๆ ตามชายฝั่ง แวะพักถ่ายรูปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ต้องรีบร้อน แล้วขากลับค่อยกลับทางสั้นเพื่อประหยัดเวลา

เนื่องจากเลือกทางอ้อม ก็เลยต้องตื่นกันตั้งแต่เช้าตีห้ากว่าๆ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปตามถนนสาย Waterfall Highway ผ่านภูเขา วนอุทยานต่างๆ มากมาย อากาศตอนเช้าดีมากครับ แถมยังไปเจอและชักภาพกับดาราใหญ่จากฮอลลีวู๊ดอีกด้วย

ทัวร์หวานเย็นแวะจอดถ่ายรูปเป็นระยะๆ ใช้เวลานานกว่าที่คิด จากบ้านกลางภูเขากว่าจะมาถึงทะเลที่ท่าคอบก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี หลังจากกินเสร็จก็เดินทางต่อไปยังจุดหมาย แต่ก็ยังไม่วายแวะถ่ายรูปตามจุดชมวิวสวยๆ เช่นหัวเลนนอก อ่าวใบรอน และหาดทรายทอง

ถึงบริสเบนก็สองทุ่มกว่าๆ ก็ได้เวลาออกไปดูพลุรอบแรก พลุที่ประเทศนี้จัดเป็นสองรอบครับ รอบแรกสามทุ่มเป็นพลุขนาดย่อมสำหรับเด็ก รอบสองเที่ยงคืนสำหรับบุคคลทั่วไปเป็นพลุแบบเต็มพิกัด ชอบแบบไหนก็ไปดูได้แล้วแต่สะดวก

พลุทั้งสองรอบถูกจุดขึ้นกลางแม่น้ำสายหลักของบริสเบน ท่ามกลางการรอคอยของฝูงชนหลายหมื่น และก็ไม่ผิดหวังครับ พลุวันนี้สวยจริงๆ สวยกว่ากู๊ดวิวเชียงใหม่เยอะ

สวัสดีปีใหม่ครับ ^^