The Intersect

30 March 2006

ว่ายน้ำ

ไม่ได้ออกกำลังกายนานครับ คุณตุ๋มเลยพา (ลาก) ไปว่ายน้ำ ออกกำลังกายเป็นเพื่อนเจ้าตัวน้อยหน่อย

สระว่ายน้ำ ก็เป็นอีกหนึ่งในสวัสดิการ (ที่ต้องจ่ายเงินแพงๆ) ของ Univeristy of New England เช่นเดียวกับแบดมินตัน เทนนิส บาสเก็ตบอล ฯลฯ แต่จะถูกกว่านิดหน่อยเพราะเล่นได้ไม่จำกัดเวลาแถมครั้งละแค่ $2 (60 บาท)

สระเป็นสระขนาดมาตรฐาน 25 เมตร มีช่องเล่นอยู่ 6 ช่อง ก็นับว่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก อาจจะประมาณ 2 ใน 3 ของสระรุจิฯ

แต่ปํญหาก็คือ ไม่รู้ว่าเป็นสระยอดนิยมของเมืองยังไงไม่ทราบ เพราะมีคนว่ายน้ำเยอะมาก ทั้งเด็กมหาวิทยาลัย คนแก่ เกรียน ทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าสระจะพลุกพล่านไปด้วยคนเกือบตลอดเวลา บางช่วงเวลาก็จะมีโรงเรียนสอนว่ายน้ำมาใช้ บางช่วงเวลาก็จะมีโรงเรียนประถมมาจอง

มีเวลาว่างให้สมาชิกใช้เต็มที่อยู่ไม่กี่ช่วงครับ ซึ่งก็โชคดีที่จะมีช่วงหนึ่งที่สระค่อนข้างว่าง เพราะเป็นเวลาเรียน นั่นก็คือประมาณบ่ายสามถึงบ่ายสี่โมง หรือไม่งั้นก็เช้าตรู่แปดเก้าโมงไปเลย

คุณแม่มือใหม่ไปว่ายน้ำแล้วติดใจมาก บางวันกลายเป็นเด็กไฮเปอร์เต้นๆ ร้องๆ อยากจะไปว่ายน้ำ

ถ้าจะชวนไปก็ขอเป็นช่วงบ่ายนะจ๊ะ ไม่ได้ทำงานไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นช่วงเช้าขอบ๊ายบาย แหะๆ ^^"

25 March 2006

Gattaca

วันนี้ได้มีโอกาสดูหนังเรื่องโปรดเรื่องหนึ่งครับ หลังจากไม่ได้ดูมานานพอสมควร ก็ยังสนุกไม่เปลี่ยนเลย

Gattaca เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติบางอย่างในยุคอนาคตที่มนุษย์สามารถเลือกความสมบูรณ์ให้กับเด็กทารกเกิดใหม่ได้ และความผิดปกตินั้นส่งผลให้เขาไม่สามารถไล่ตามความฝันที่มีอยู่

แต่ความ (โคตร) พยายามก็ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น

เนื้อเรื่องรายละเอียดจะเป็นยังไงก็ลองหาดูกันเอาเองนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน น่าจะได้อารมณ์ใกล้ๆ กับดู The Shawshank's Redemption ครับ

ลองมาดู Quote ประทับใจในหนังเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า

"If at first you don't succeed... try, try again."
"ถ้าทำครั้งแรกไม่สำเร็จ ก็พยายามใหม่ พยายามเข้าไป"

"You want to know how I did it? This is how I did it, Anton: I never saved anything for the swim back. "
"นายอยากรู้ใช่มั้ยว่าฉันทำได้ยังไง ฉันทำอย่างนี้แหละ ฉันไม่เคยเผื่ออะไรไว้สำหรับขากลับเลย"

หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น นั่นเองครับ

22 March 2006

ข้าวผัดไข่

สัปดาห์นี้มีคณาจารย์ (มั้ง) จาก ม.นเรศวร มาดูงาน (มั้ง) ที่มหาวิทยาลัย และก็จะอยู่ที่อาร์มิเดลประมาณ 2-3 สัปดาห์ (มั้ง) ครับ

สี่สาวคณาจารย์คงไม่ค่อยถูกปากกับอาหารของที่พักเท่าไหร่ ก็เลยมาขอลองอาหารไทยที่ร้านไทยแห่งเดียวในเมืองซะหน่อย

ประจวบเหมาะกับที่ผมไปเป็นพ่อครัววันนั้นพอดีครับ

อาหารไทยที่ร้านไทย "One Baht" มีอยู่ด้วยกัน 36 รายการด้วยกัน แต่กลุ่มผู้มาเยือนไม่รู้จะสั่งอะไรดี ก็เลยเลือกอาหารจานเดียวมาลองก่อน

ผัดไทย 3 ข้าวผัดไข่ 1

ผมผัดข้าวผัด ส่วนน้องอีกคนที่เป็นแม่ครัวทำผัดไทย

ก่อนจะลงกระทะ ปรากฏว่ามีคำสั่งเพิ่มเติมครับ ตามแบบฉบับคนไทยกินอะไรต้องละเอียดนิดหน่อย

เอารสชาติแบบคนไทยนะ ข้าวผัดไข่ขอใส่ไก่ ใส่พริก ใส่ผักทุกอย่าง ผัดไทยก็เผ็ดนิดหน่อย แบบไทยนะ แบบฝรั่งไม่เอา

เอ่อคือว่า ปกติเป็นนักศึกษาครับ ไม่ใช่พ่อครัว จะให้ปรับสูตรอะไรนิดหน่อยคงไม่เป็นไร แต่เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่เยอะๆ นี่เสียวๆ เหมือนกันแฮะ

เงื่อนไขเยอะ งั้นก็ทำตามเงื่อนไขก่อนละกัน อร่อยไม่อร่อยไว้ทีหลัง ค่อยแก้ตัวเอาละกัน

ปกติกับข้าวร้านนี้ทำทีละ 1 เสริฟครับ ก็เลยได้ผัดไทยออกไปก่อน 1 จาน ข้าวผัดไข่อีก 1 จาน

หลังผัดเสร็จ ผมก็เตรียมจะไปหั่นเนื้อหลังร้าน ปล่อยให้น้องแม่ครัวผัดไทยต่ออีก 2 จานที่เหลือ เพราะกลัวถ้าแย่งกันผัดเดี๋ยวรสชาติหน้าตาออกมาไม่เหมือนกันลูกค้าจะงง

ปรากฏว่าเดินไปยังไม่พ้นครัว ก็มีเสียงไล่หลังมาว่า "น้องๆ ผัดไทยทำรึยังคะ ถ้ายังไม่ทำขอเปลี่ยนเป็นข้าวผัดไข่แบบนี้ได้มั้ย"

ก๊าก อร่อยล่ะสิครับ ข้าวผัดไข่สูตรจับฉ่าย ^^

โดนน้องแม่ครัวค้อนไป 1 ที ข้อหาแย่งลูกค้าเลยครับ

นอกจากนั้นยังไม่พอ ก่อนกลับมีสั่งข้าวผัดสูตรเดิมกลับไปกินตอนเช้าอีก สงสัยจะชอบจริงแฮะ

.....

วันถัดมา ผมก็ไปเป็นพ่อครัวอีก ได้ข่าวว่าคณาจารย์กลุ่มเดิมจะโทรศัพท์มาสั่งอาหาร ก็ยังว่าเองวดนี้จะสั่งอะไรกันนะ

สั่งไปกินที่หอ คงสั่งกับหลายอย่างละมั้ง

ถึงเวลาโทรศัพท์กริ๊งมา อดอมยิ้มไม่ได้เลยครับ

เอาข้าวผัดไข่ สูตรเดิม 3 ผัดไทย 2 นะคะ

วันหลังทำกลับมาฝากเมียมั่งดีกว่า อิอิ

Edit เพิ่มเติม: เห็นมีคน Google มาหน้านี้เยอะ สูตรข้าวผัดดูได้ ที่นี่ เลยครับ

18 March 2006

แตงโม

ช่วงนี้ตามใจคุณภรรยากับเจ้าตัวเล็กหน่อยครับ อยากกินอะไรก็สรรหามาให้

แต่รู้สึกว่านิสัยการกินจะเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน หลายอย่างจากที่เมื่อก่อนเคยชอบ ตอนนี้ก็กลับกินไม่ลงไปซะอย่างงั้น

ไม่ว่าจะเป็นบะกุ๊ดเต๋ของโปรด สตูซี่โครงหมู หรือแม้กระทั่งขนมจีนน้ำเงี้ยว คุณภรรยาที่เคยกินได้ครั้งละสองสามจาน วันนี้กินได้เต็มจานก็ถือว่าเยอะแล้ว

มีอย่างเดียวที่รู้สึกว่าคุณภรรยาสามารถกินได้ตลอด กินได้ทั้งวัน ทุกมื้อ ไม่มีเบื่อ

"แตงโม" นั่นเองครับ

เดี๋ยวนี้หลังกินข้าวก็จะได้กินแตงโมตบท้ายทุกมื้อ แตงโมแดงๆ แช่เย็นๆ นี่มันอร่อยจริงๆ โดยเฉพาะเห็นคนกินแล้วมีความสุขยิ่งทำให้แตงโมอร่อยไปใหญ่

กิโลละ 95c แต่ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มของแม่ลูกอ่อนทุกครั้งนี่ คุ้มจริงๆ ครับ ^^

13 March 2006

ของเล่น

ไปเจอของเล่นใหม่โดยบังเอิญครับ เคยอยากรู้หรือเปล่าว่าหน้าตาของคุณเหมือนกับดาราดังคนไหน

เว็บ MyHeritage มีบริการที่จะทำการค้นหารูปภาพดาราดังที่มีหน้าตาคล้ายกับคุณให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียตังค์ด้วย ^^

วิธีเล่นก็ง่ายแสนง่าย แค่อัพโหลดรูปถ่ายของคุณขึ้นไปที่เว็บข้างต้น ระบบคอมพิวเตอร์จะทำการค้นหาและจับคู่อัตโนมัติ แล้วสรุปผลให้เห็นกันเลยว่าหน้าคุณคล้ายกับใคร

ว่าแล้วก็เลยลองทดสอบซะหน่อยครับ คว้ารูปใกล้ตัวที่สุดมาได้ ไม่ใช่ใคร ศรีภรรยาของผมนั่นเอง

Uploading photo....Gathering image data....Scanning for face....Recognizing new face...

แถ่นแท้นนนน....



ผลปรากฏว่า คุณตุ๋ม มีหน้าตาคล้ายกับนักร้องสาวสวยชาวเกาหลี BoA โดยมีเปอร์เซ็นต์ความคล้ายคลึงซะ 75% (โอ้ววว) แล้วก็คล้ายเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณไปซะ74% ถัดมาก็เป็นดาราดังชาวจีน จางซิยี่ 70% อินเตอร์น่าดูเลยแฮะภรรยาผม ใครไม่เชื่อก็คลิกดูรูปใหญ่ได้นะครับ ^^

ชักเริ่มสนุก เลยคุ้ยๆ หาภาพในเครื่องมาลองอีกซักหน่อย ไปเจอรูป คุณช้าง ที่ไปเที่ยวกันที่บริสเบนเมื่อปีที่แล้ว ลองซะหน่อย

Uploading photo....Gathering image data....Scanning for face....Recognizing new face...

แถ่นแท้นนน....


ชายหนุ่มรูปงามอย่างคุณช้าง หน้าตาไปคล้ายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักสิทธิมนุษยชนผิวหมึกชาวอเมริกามากที่สุดถึง 66% (อะไรเนี่ย) ถัดมาก็เป็น แกรี่ โอลด์แมน นักแสดงชาวอังกฤษ 63% และสุดท้าย หน้าคุณช้างไปคล้ายเฉินหลงซะ 60%!! ให้มันรู้ซะบ้างว่าใคร Jacky Chan ใคร Jacky Chang

เริ่มสนุก หยุดไม่อยู่ เลยเปิดเว็บหารูปของเพื่อนคนนึง อยากรู้เหลือเกินว่าเพื่อนคนนี้จะหน้าตาไปคล้ายใคร

Uploading photo....Gathering image data....Scanning for face....Recognizing new face...

แถ่นแท้นนน...ผลลัพธ์ออกมาแทบจะวิ่งออกไปตะโกนนอกบ้าน!!!

ลองนึกดูสิครับ ว่าหนึ่งในคนที่คุณน่าจะรู้จัก เค้าคนนี้ มีหน้าตาละม้ายคล้ายโจวซิงฉือ 63% และคล้าย เจย์โชว 59%

ใครกันนะที่ทั้งหล่อทะเล้นแบบโจวซิงฉือ และหล่อตี๋แบบเจย์โชว ไม่น่าเชื่อว่าโลกนี้จะมีคนมีเสน่ห์ได้ขนาดนี้....

ลองนึกดูก่อนจะเลื่อนลงไปดูคำตอบด้านล่างนะครับ เขาเป็นใคร.....

นึกได้แล้วก็เลื่อนลงไปดูเฉลยกันเล้ยยยย

































ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านรูลู่ เจ้าของบ้าน Project-ile หลังนี้นี่เอง ^^"

10 March 2006

ซวย

บ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้มีลักษณะเป็นแฟลตครับ ประกอบไปด้วย 6 ยูนิต มีโรงรถเปิด ทำเลเรียกได้ว่าดีมากเพราะอยู่เกือบใจกลางเมือง เดินไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงหนัง ธนาคาร และสถานที่ราชการต่างๆ หน้าบ้านก็เป็นสวนขนาดใหญ่เอาไว้ทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬากัน

ก็ดูเหมือนว่าน่าจะสงบปลอดภัยดีครับ ถึงแม้บางทีจะมีเสียงอะไรประหลาดๆ ตอนค่ำๆ บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีเหตุร้ายอะไร ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของเมือง โดยเฉพาะบริเวณที่มีชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ จะมีข่าวโจรขโมยหรือข่าวยกพวกตีกันอยู่บ่อยๆ ไม่รู้ว่าว่างงานกันมากหรือยังไง

เวลาได้ยินว่าเพื่อนคนนั้นคนนี้โดนขโมยขึ้น ก็ยังอดกลัวไม่ได้ว่าซักวันเราจะโดนบ้างหรือเปล่า ถึงแม้จะไม่มีสมบัติมีค่าเท่าไหร่แต่ถ้าโดนขโมยก็คงเจ็บใจน่าดู

ออสเตรเลียฟังดูน่าจะเจริญ แต่จริงๆ แล้วสวัสดิภาพความปลอดภัยทั่วไปก็ไม่ได้จะดีกว่าบ้านเราเท่าไหร่เลยครับ จะว่าไปก็คงเหมือนกันทุกๆ ที่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น

สองสามวันก่อน ขณะกำลังซักผ้าตอนเช้า เพื่อนบ้านฝรั่งก็เปิดประตูออกมาคุยด้วยครับ

ปกติเพื่อนบ้านคนนี้จะเฮฮาสนุกสนานยิ้มแย้มได้ทั้งวัน แต่วันนี้กลายเป็นทำหน้าเครียด ผมก็เลยแปลกใจถามไปว่ามีอะไรเหรอ เพื่อนก็ตอบมาได้น่าตกใจยิ่ง

"Somebody smashed our car's window last night"

จอดรถอยู่เฉยๆ ตอนกลางคืน ไม่รู้มีมือดีที่ไหนทุบกระจกรถแตก!!

"Our car" เฮ้ย โดนทั้งรถเค้ารถเราเลยเหรอ

จำได้ว่าคืนหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว มีใครก็ไม่รู้มือบอนเอาไข่มาปารถที่จอดอยู่บนถนนทั้งสายมาแล้ว ทั้งรถผมรถเค้าก็โดนมาแล้วทั้งคู่ ถ้าคราวนี้จะมีคนบ้าขนาดทุบรถก็คงจะเป็นไปได้เหมือนกัน

ด้วยความตกใจก็รีบวิ่งไปดูที่รถ ปรากฏว่ารถที่โดนทุบเป็นรถเค้าคันเดียว คันอื่นยังสุขภาพดีอยู่

ที่แท้ "Our car" คือรถของครอบครัวเค้านั่นเอง ค่อยยังชั่วแฮะ

แต่ที่ประหลาดก็คือรถเค้ากับรถของผม ก็จอดข้างกัน คืนนั้นมีรถจอดเรียงกัน 3 คัน รถของเค้าอยู่ตรงกลางมีรถผมและบ้านข้างๆ ขนาบอยู่ แต่รถของเค้ากลับเป็นคันเดียวที่โดนทุบ แถมยังทุบเหมือนทุบเล่นๆ ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยของอะไรในรถแม้แต่น้อย

สงสัยจะเป็นคราวซวยของเค้าจริงๆ ปกติถ้ามีคนมือบอน อยากจะทุบรถเล่น มันก็น่าจะทุบคันที่อยู่ด้านข้างถึงจะถูก แล้วคันที่น่าทุบที่สุดก็น่าจะเป็นรถผมนี่แหละ

หรือว่าคนทุบมาทุบตอนที่คุณภรรยาไปรับผมที่ทำงานร้านอาหารไทยพอดีก็ไม่ทราบได้ เลยทำให้รอดไปอย่างหวุดหวิด

ถึงแม้กระจกที่แตกจะเป็นบานเล็ก แต่ขี้หมูขี้หมาราคาซ่อมก็คงไม่หนี $200 อยู่เฉยๆ ก็เสียทั้งเงินทั้งอารมณ์

ครั้งนี้รอดตัว แต่ขออย่าให้มีครั้งหน้าเลยครับ

07 March 2006

Format

IBM Notebook คู่ใจที่ใช้มาเกือบสองปีแล้ว ตอนนี้เริ่มจะออกอาการงอแงบ้างแล้วครับ

จากที่ใช้งานเร็วทันใจ ตอนนี้กลับอืดเป็นหอยทาก ไม่รู้ว่าน้อยใจที่บริษัทแม่โดนบริษัทจากจีนเทคโอเวอร์ไปหรือเบื่อเจ้านายซะแล้ว

แค่ Boot เครื่อง จับเวลาดูใช้เวลา 7 นาทีครับ กว่าจะโหลดโน่นโหลดนี่เสร็จและเริ่มทำงานได้จริง

ทั้งๆ ที่ปรับแต่งค่าต่างๆ ให้น่าจะไวที่สุดแล้ว ก็ยังไม่มีอาการดีขึ้น

จริงๆ ก็เข้าใจว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมานาน ลงโปรแกรมโน้น ถอดโปรแกรมนี้บ่อยๆ จะทำให้การทำงานโดยรวมช้าลง แต่ทำไมมันต้องช้าขนาดนี้ด้วยเนี่ย

เปิดเครื่องใช้เวลา 7 นาที เปิดเวิร์ดโปรเซสเซอร์ใช้เวลาอีก 2 นาที โหลดเอกสารอีก 1 นาที กดเปลี่ยนภาษาจากอังกฤษเป็นไทยมันก็โหลดอะไรไม่รู้อีก 1 นาที

ไม่ทันใจวัยรุ่นเล้ย!

วิธีแก้จริงๆ แล้วก็มีครับ อยากให้คอมพิวเตอร์คู่ใจกลับไปสดใสซาบซ่าปราศจากราคีคาวเหมือนซื้อมาใหม่เอี่ยมอ่อง ก็ไม่ได้ยากอะไร

Format สถานเดียว!

การ Format คือการล้างข้อมูลทิ้งทั้งหมด แล้วลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด ผลที่ได้ก็คือเครื่องจะไม่ต้องโหลดและงงกับโปรแกรมและขยะที่โปรแกรมต่างๆ สร้างไว้ ทำให้ทำงานได้เร็วเต็มประสิทธิภาพ

เหมือนกับการสร้างบ้าน ถ้ามีการต่อเติมไปเรื่อยๆ ตัดโน่น เพิ่มนี่ ซักวันโครงสร้างก็จะมั่ว แก้ยังไงก็ไร้ประโยชน์ สู้รื้อแล้วสร้างใหม่หมดเลยไม่ได้

แต่ปัญหาก็คือ สมบัติทั้งหลายที่เก็บไว้ ซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ ถ้า Format มันก็จะหายไปหมดด้วยเหมือนกัน ต่อให้ Backup ดียังไงก็ต้องมีที่ไหนซักที่ที่ลืมแน่ๆ

จำได้ว่าเคยลืม Backup ข้อมูลสำคัญหลายอย่างมาแล้ว เช่น My Document, Bookmark และ Outlook Mail ไม่รู้ถ้าครั้งนี้ Format อีกจะลืมอะไรอีกหรือเปล่า

นอกจากนั้นกว่าจะ Format ลงโปรแกรมใหม่เสร็จทั้งหมดก็คงกินเวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง แล้วยังต้องตั้งค่าอะไรยิบย่อยอีกหลายอย่าง

คิดไปคิดมาชักขี้เกียจ

ก็เลยสรุปว่าไว้มันช้าทะลุ 15 นาทีเมื่อไหร่ค่อย Format ละกันครับ ^^"

01 March 2006

ฝน

ฤดูร้อนของอาร์มิเดลดูท่าทางจะผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ขณะนี้ก็คงกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) นั่นเอง

อยากเห็นมานานแล้วว่าเวลาใบไม้เปลี่ยนสีมันจะสวยขนาดไหน โดยเฉพาะเมืองที่มีต้นไม้เยอะขนาดนี้คงสวยน่าดูชม

แต่จะว่าไปจริงๆ ก็เริ่มคิดถึงหน้าร้อนนิดๆ แล้วแฮะ เพราะอากาศตอนนี้เริ่มกลับมาหนาว หนาวพอสมควรทีเดียวครับ

แถมพระพิรุณก็ยังใจดี ปล่อยฝนตกมาได้ทุกวัน หนาวอยู่แล้วเลยยิ่งหนาวเข้าไปอีก

ไม่รู้ว่าพอถึงฤดูใบไม้ร่วงจริงๆ อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงไปเหลือเท่าไหร่ แล้วก็ไม่รู้ว่าปีนี้จะหนาวแค่ไหน จริงๆ จะหนาวหน่อยก็ไม่ว่านะแต่อยากให้มีหิมะ

ได้ยินว่าอาร์มิเดลนี่บางปีจะมีหิมะตกมาให้เล่นเหมือนกันครับ แต่รับรองว่ามีหรือไม่มีหิมะอุณหภูมิก็ติดลบแน่ๆ

แค่นึกถึงก็ขนลุกแล้วครับ บรึ๋ย