The Intersect

27 April 2006

หาย

ประกาศ!

ซาจี๊ หรือชื่อจริง อับดุลคาเดิร ซาเยด มูฮัมมัด ซาจีฟ หายตัวไปจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา หากมีใครพบเห็นสุภาพบุรุษ สัญชาติอินเดีย รูปร่างสันทัด ผิวคล้ำ มีหนวดเคราพองาม นัยน์ตาชวนฝัน ยิ้มแย้มร่าเริง พูดสำเนียงอังกฤษแท้ มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ทุกแขนง กรุณาแจ้งด่วน

ผมจะได้รีบกลับไปปั่นงานต่อ =P

20 April 2006

158

คุณตุ๋มเกิดอาการปวดท้องขึ้นมากระทันหันเมื่อเช้าวานนี้ครับ ถึงแม้จะเป็นอาการปวดสั้นๆ แต่ก็ปวดมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฟังแล้วตกใจครับ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็เลยรีบขับรถกันไปที่โรงพยาบาลประจำเมืองที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน

มาถึงหน่วย Maternity แล้วนั่งรออยู่ซักพักใหญ่ๆ กระวนกระวายใจมาก ในที่สุดคุณป้าพยาบาลก็เข้ามาตรวจ

ป้าถามว่าเจ็บตรงไหน มีเลือดออกมั้ย มีอาการอะไรนอกจากนั้นหรือเปล่า ฯลฯ

คุยกันไปคุยกันมาสรุปว่าไม่มีอะไรครับ ไม่ต้องเป็นห่วง เป็นอาการปกติของคนท้องทั่วไปนั่นเอง

แต่พอเห็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ยังใจคอไม่ค่อยดี ป้าพยาบาลก็อมยิ้มเล็กๆ แล้วบอกเอางี้ละกัน

แล้วป้าก็ย่องไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง หน้าตาคล้ายๆ หูฟัง แล้วเดินมาที่คุณตุ๋ม

"เรามาฟังเสียงหัวใจตัวเล็กกันดีกว่า"

ผมกับภรรยาชะงักไปพักนึง เพราะจริงๆ อยากทำอะไรที่เป็นการยืนยันว่าเจ้าตัวเล็กแข็งแรงมาตั้งนานแล้ว หมอประจำก็ไม่เคยแนะนำให้ฟังเสียงหัวใจหรืออัลตร้าซาวด์จริงๆ ซักที

คุณป้าเอาเจลประหลาดๆ มาทาที่บริเวณสะดือของคุณตุ๋ม แล้วเอาหูฟังแนบลงไป ควานๆ ดูซักไม่กี่วินาทีก็ได้ยินเสียง

"ใจกะตึ๊ก ใจกะตึ๊ก ใจกะตั่ก ใจกะตั่ก"

โห ลูกเรา หัวใจเต้นได้อินเทรนด์มาก

เสียงตุ๊บๆ ตุ๊บๆ เบาๆ ที่ได้ยินผ่านออกมาทางหูฟัง เร็วกว่าเสียงหัวใจคนปกติเล็กน้อย เครื่องวัดบอกว่าเต้นอยู่ที่ความเร็ว 158 ครั้งต่อนาที

เจ้าตัวเล็กนี่เอง เจอกันจนได้ซะที ^^

ป้าพยาบาลบอกหัวใจเต้นระดับนี้แข็งแรงดี ไม่ต้องห่วง หายตกใจแล้วนะ

หายสิครับป้า จากที่ตกใจคุณตุ๋มปวดท้อง หงุดหงิดที่ป้าปล่อยให้รอนาน ตอนนี้ไม่เหลือแล้วครับ มันมีแต่ความดีใจ ความปลื้มใจ

แปลกดีเหมือนกันนะครับชีวิตคนเรา ตอนเช้าตกใจกันจะเป็นจะตาย เย็นมายิ้มหน้าบานไม่ยอมหุบกันอยู่สองคน

ว่าแต่ 158 นี่ถ้าเป็นความเร็วรถ คงโดนจับปรับบานเบอะ โตมาคงซิ่งน่าดูนะเจ้าลูกคนนี้ ^^

19 April 2006

อาย

หลังจากการประชุมประจำสัปดาห์จบ ไม่รู้ยังไงจู่ๆ ซาจี๊ก็พูดขึ้นมา

"ช่วงนี้ได้ข่าวการเมืองจากประเทศยูบ่อยจัง มันเป็นอะไรเหรอ"

ซาจี๊บอกว่า ตอนแรกก็ได้ข่าวว่ามีประท้วงเล็กๆ น้อยๆ แต่หลังๆ เริ่มได้ยินถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มสงสัยว่ามันมีอะไรกันนักหนา

ผมก็เลยต้องอธิบายไปให้แกฟังว่า มันเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะคนไม่กี่คนมันทำให้บ้านเมืองวุ่นวายขนาดนี้ได้ยังไง

ก็แปลกดีนะครับ สุภาษิตจีนที่ว่า "คนชั่วฟ้องก่อน" นี่ใช้ได้ผลจริงๆ กับบ้านเมืองเรายุคนี้

ไม่ว่าจะถูกจะผิดจะเท็จจะจริง ขอให้ได้พูดก่อน คนพูดมีชัยไปกว่าครึ่ง คนฟังก็ไม่สนใจเลยว่าจริงเท็จมีน้ำหนักเหตุผลแค่ไหน คนฟ้องมันมีเบื้องหลังยังไง มีจุดประสงค์ซ่อนเร้นหรือไม่

ถ้าลองเข้าไปดูใน Manager Online หนังสือพิมพ์ที่เคยเป็นหนังสือพิมพ์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย ก็จะเห็นได้ชัดว่าคนในนั้นเชื่อฝังใจเหลือเกินว่าเรื่องใหญ่ๆ เช่นเรื่องวัดพระแก้ว และการขายหุ้นไม่เสียภาษี ทั้งๆ ที่แต่ละเรื่องก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ผิด

การเสพข่าวสารควรจะเสพให้ครบทุกด้าน แล้วมาตีความด้วยตัวเองว่าจริงเท็จยังไง ไม่ใช่เค้าว่าอะไรก็เฮตามเค้าไป หรือใครพูดเก่งโน้มน้าวเก่งก็หลับหูหลับตาเชียร์ ประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมากเป็นตัวตัดสินสูงสุด กติกาบ้านเมืองมีไว้ให้เคารพไม่ใช่ฉีกเล่น

คุยกันไปคุยกันมาก็สรุปให้จี๊ฟังว่า ผมคิดว่าทั้งหมดมันเป็นเรื่องการเมือง การขัดผลประโยชน์ ยิ่งดูข้อมูลจากหลายที่ประกอบกันแล้วยิ่งรู้สึกว่าการเมืองมันสกปรกจริงๆ สกปรกทั้งสองฝ่าย

ถ้ามีแต่ตัวเลือกที่สกปรก แล้วจะเลือกใครดีระหว่างสกปรกแล้วก้าวไปข้างหน้า สกปรกแล้วย่ำอยู่กับที่ หรือสกปรกแล้วเดินถอยหลัง

ยิ่งอธิบายให้จี๊ฟัง ก็ยิ่งรู้สึกอาย อายที่มีเหตุการณ์งี่เง่าแบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา

เล่าก็ยากเพราะเรื่องมันยาว แถมศัพท์การเมืองภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยรู้ ก็เลยยิ่งอายเข้าไปใหญ่

กลับมาบ้าน กำลังเก็บผ้าที่ตากแห้งแล้ว เจอเพื่อนบ้านทักทายกัน เพื่อนบ้านก็ดั๊นถามขึ้นมาอีก

"ช่วงนี้ได้ข่าวการเมืองจากประเทศยูบ่อยจัง มันเป็นอะไรเหรอ"
ก๊าก อายครับอาย ^^"

14 April 2006

Easter

เทศกาลแห่งวันหยุดเมืองฝรั่งมาถึงอีกระลอกแล้ว ปกตินี่ฝรั่งจะมีช่วงหยุดยาวอยู่ 2 ช่วง คือคริสต์มาสปลายปี และอีสเตอร์ต้นปี

เทศกาลอีสเตอร์ปีนี้เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 จนถึงวันจันทร์ที่ 17 เมษายนครับ

ความเป็นมาเป็นไปของงานนี้เป็นอย่างไร เค้าจัดไปเพื่ออะไร มีกิจกรรมอะไรบ้าง...

ไม่รู้ครับ ไว้ถ้าอยากรู้เมื่อไหร่ค่อยไปหาใน wikipedia ก็ได้

รู้แต่ว่าหยุด พักผ่อน ไม่ต้องทำงาน อาจารย์ไม่อยู่ สบายใจ ^^

แถมอีสเตอร์ปีนี้ก็ยังตรงกับสงกรานต์บ้านเราพอดีอีก

ที่เชียงใหม่คงกำลังเล่นน้ำกันสนุกน่าดู คิดๆ แล้ววัยรุ่นก็อยากไปทัวร์คูเมืองกับเค้ามั่งจัง

น้ำคูโรยน้ำอบใส่น้ำแข็ง ทั้งเหม็น ทั้งหอม ทั้งเย็น หวานมันส์เค็มอร่อย ใครไม่เคยชิมคงไม่รู้

ยังไงก็อย่าลืม ไม่ว่าปีนี้ปีไหน เล่นน้ำกันแบบสุภาพ เมาไม่ขับนะครับ ^^

10 April 2006

วี๊ดว๊าย

เชื่อไหมครับว่าจนถึงวันนี้ นอกจากซาจี๊กับหมอแล้ว ยังไม่มีใครคนอื่นเลยที่รู้ว่าคุณตุ๋มกำลังมีเจ้าตัวน้อย

วันนี้ที่ร้านอาหารไทยขอแรงพิเศษไปช่วยกันทำความสะอาด โดยเฉพาะกำจัดแมลงสาบที่ชอบออกมาทักทายกับลูกค้า

ก็เลยบอกแกมบังคับคุณนายมุจิราผู้ขี้อายไปว่า วันนี้ถือโอกาสบอกไปเลยนะ จะได้สบายใจเวลามีคนมาถามว่าทำไมช่วงนี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นผิดปกติ

กลัวถ้าคนอื่นมารู้ทีหลัง เค้าจะหาว่า มุจิราเบนโล เดี๋ยวจะเสียความนิยมหมด ^^

เที่ยงตรงก็เลยไปช่วยทำงานที่ร้าน คุณตุ๋มก็ตำน้ำพริกทำน้ำเงี้ยวเลี้ยงคนที่มาช่วยงาน ผมก็ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ

พอคนเริ่มมาหลายคน ก็เลยส่งสัญญาณบอกคุณภรรยาไปว่า เอ้าได้โอกาสแล้ว บอกเลยๆ

คุณภรรยาก็อือๆ แล้วเดินไปเดินมา ซักพักก็กลับมาแล้วบอกว่า อายอ่ะ จะพูดยังไงดี

ก็พูดๆ ไปเหอะ พูดเรื่องได้อนุมัติ Extension 6 เดือนไปก่อนก็ได้ แล้วค่อยแวะเข้าเรื่องตัวเล็ก ^^"

ตอนแรกก็ว่าสงสัยคงจะไม่ได้บอกอีกแล้ว ก็ไม่เป็นไร ไว้รอหายอายเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน

หลังจากนั้นร้านก็เริ่มเงียบๆ ไปซักพักเพราะต่างคนต่างทำงาน

จู่ๆ ท่ามกลางความเงียบ ก็มีเสียงวี๊ดว๊ายดังมาจากหลังร้าน ^^"

กรี๊ดๆๆๆ ตอนแรกตกใจนึกว่าสาวๆ เจอแมลงสาปยักษ์ตัวเท่าควาย

ที่แท้กลายเป็นว่า พี่แจง อาจารย์สาวสวยจากคณะบริหารธุรกิจ ที่เคยเป็นเฮ้าส์เมทกับคุณตุ๋มมาก่อน รู้เรื่องเป็นคนแรกแล้ว

ในที่สุดก็บอกไปซะที หลังจากที่คนแรกรู้ ต่อไปคนอื่นๆ ก็คงรู้ มีอะไรจะได้ช่วยเหลือดูแลกัน ดีออก

กำหนดคลอด ตุลาคม ศกนี้ครับ ^^

05 April 2006

Anniversary

เวลานี่ผ่านไปไวเหมือนกันนะครับ เผลอแป๊บเดียว 1 ปีแล้ว

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมกับภรรยาได้แต่งงานกัน ยังจำได้ดีถึงวันแห่งความสุข ยังจำได้ว่ามีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมากมายที่มาร่วมให้กำลังใจ บางคนก็หอบสังขารที่ร่วงโรยมา บางคนก็มาไกลจากกรุงเทพ บางคนก็หอบลูกเล็กๆ มา

ครบ 1 ปีแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ยังมีความสุขกันดี แถมยังไม่พอกำลังจะมีตัวเล็กๆ ออกมาลืมตาดูโลกในอีก 6 เดือนข้างหน้าอีกต่างหาก ^^

นอกจากจะเป็นวันครบรอบแต่งงานแล้ว ยังเป็นวันเกิดคุณแม่ของผมอีกต่างหาก สุขสันต์วันเกิดนะครับม๊ะ ขอให้สุขภาพแข็งแรง สมหวัง แล้วก็ถูกหวยรางวัลที่ 1 ด้วย ^^

ว่าแล้วก็เลยถือโอกาสชวนคุณตุ๋มไปทานข้าวนอกบ้าน ฉลองวันพิเศษกันซักหน่อย

คุณตุ๋มก็เลือกร้านอาหารสเปนครับ เป็นร้านที่ไม่เคยไปกันทั้งคู่ แต่ได้ยินมาว่าอร่อย

เมนูไม่กี่อย่างแต่ท่าทางน่ากินทั้งนั้นเลยครับ ก็เลยลองสั่งขนมปังกระเทียม กุ้งใหญ่ย่าง สลัดเป็ด แล้วก็เป็ดทอดมากกิน

อร่อยยยยยยย อร่อยมากกก

น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมาเพราะมันมาไม่พร้อมกัน ประจวบเหมาะกับที่หน้าตามันน่ากินมาก มือยังไม่ทันคว้ากล้องอาหารก็เข้าไปอยู่ในท้องหมดแล้ว

งานนี้คุณตุ๋มถือโอกาสทำเซอร์ไพรส ให้ของขวัญเป็นสมุดภาพเล่มใหญ่ รวมรูปภาพตั้งแต่ทั้งสองคนยังเป็นเด็ก จนมาได้รู้จักกัน แต่งงานกัน จนถึงวันนี้

สมุดภาพนี้ยังไม่สมบูรณ์ครับ ในอนาคตคงจะได้ใส่ภาพประทับใจอีกมากมายอย่างแน่นอน เล่มนี้คงเป็นเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง วันข้างหน้าจะต้องมีเล่มสอง สาม สี่ ห้า ตามมาเรื่อยๆ

รักนะจ๊ะ ^^

03 April 2006

เพลง

ว่ากันว่าถ้าแม่ฟังเพลงคลาสสิค ลูกที่อยู่ในท้องจะฉลาด

ช่วงนี้คุณภรรยาผู้น่ารักของผมก็เลยไปไล่หาโหลดเพลงคลาสสิคมาฟังเต็มคอมพิวเตอร์ไปหมดเลยครับ

ทั้งบีโธเฟ่น บาค โมสาร์ท บอยด์ โกสิยะพงศ์ และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าฟังทั้งวันก็ไม่มีหมด

บางทีก็มีแอบร้องเพลงเบาๆ อ๊ะ เสียงดีเหมือนกันนะ ฝึกหน่อยแล้วจะส่งไปประกวด Australian Idol ปีนี้ดีมั้ยเนี่ย

ฟังเพลงกันเยอะๆ นะครับ ดนตรีไม่มีพิษมีภัย ดนตรีทำให้คนเรามีความสุข

แต่ยังไงสำหรับคุณภรรยา...ช่วงนี้ฟังเพลงอะไรก็ได้ไม่ว่า แต่ขออย่างเดียว...

ห้ามเปิด I will survive ให้ลูกฟังเด็ดขาด นะจ๊ะ ^^"