พ่อครัวใหม่ ภาค 2
เมื่อเช้าขับรถไปตรวจสภาพ ก่อนเอาไปต่อประกันและทะเบียนของปีใหม่ เสียเงินไปสามสิบเหรียญ พร้อมทั้งได้รายการซ่อมเล็กน้อยมาอีก 3 รายการ รอให้นัดซ่อมใหม่วันพรุ่งนี้ครับ
ไฟหน้าเสื่อม เข็มขัดนิรภัยหลวม แล้วก็ที่เหยียบเบรคสึก
ที่เหยียบเบรคสึก เห็นเหล็กโผล่มาหนึ่งมิล แม่มยังต้องเปลี่ยนเลยครับไอ้ประเทศนี้
ราคาประเมินซ่อมทั้งสามรายการ ตกอยู่ประมาณ $80 ขูดเลือดขูดเนื้อกันเข้าไป คาดว่าค่าอะไหล่ประมาณ $10-15 นอกนั้นเป็นค่าแรง
จากเมื่อก่อนเคยต่อต้าน ตอนนี้เริ่มเห็นด้วยเป็นอย่างมากแล้วที่สถานที่ท่องเที่ยวบ้านเราหลายแห่งโขกค่าผ่านประตูฝรั่งแพงกว่าคนไทยครับ
หลังจากรับรถเสร็จ ก็ขับรถไปซื้อกับข้าวจากร้านอาหารไทยตามคำสั่งคุณภรรยาที่อยากลองชิมฝีมือพ่อครัวใหม่เหลือเกิน
ได้ข้าวราดไก่กระเทียมพริกไทย กับข้าวราดกะเพราไก่มาอย่างละจาน
อร่อยครับ พี่คนนี้ทำกับข้าวอร่อยจริงๆ คุณภรรยาชมไม่ขาดปากเลย ^^
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ แกจะเลิกทำแล้วครับ
ก๊ากกกกกกกกกก
พ่อครัวใหม่เริ่มทำงานมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็เข้าถึงสัจธรรมแล้วว่างานร้านนี้หนักมาก
ทำทุกอย่างตั้งกะหั่นผัก นับเงิน รับออร์เดอร์ ทำกับข้าว เช็คสต๊อก ฯลฯ
เมื่อก่อนตอนอยู่ซิดนีย์แกทำงาน 5 วัน ตอนนี้ต้องทำ 7 วัน เริ่มตั้งแต่เที่ยงเลิกงานสี่ทุ่ม ไม่นับเวลาเตรียมของ ซื้อของ
จากที่ตอนแรกว่าเบื่อชีวิตเมืองหลวง อยากมาหาความสงบบ้าง กลับมาเจอกับงานที่เพิ่มขึ้น รายได้น้อยลง แถมปัญหาจุกจิกเต็มไปหมด
คิดไปคิดมาก็เลยตัดสินใจกลับไปทำงานที่เก่าดีกว่า สบายกว่า ไม่เหนื่อยขนาดนี้ด้วย
ผมคาดผิดไปหน่อยนึง ตอนแรกฟันธงว่าถ้าแกไม่ร่วมเป็นหุ้นส่วนด้วย แกจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ปรากฏว่าแค่เดือนเดียวแกก็ไม่เอาด้วยแล้ว
สรุปว่าพ่อครัวใหม่จะทำงานถึงปลายเดือนสิงหาคมนี้ แล้วหลังจากนั้นถ้าเจ้าของร้านหาคนมาเพิ่มไม่ได้ อาร์มิเดลโภชนาก็คงจะกลับเข้าสู่ระบบบริหารงานโดยนักศึกษามือสมัครเล่นตามเดิม
แล้วผมกับภรรยาก็คงจะไม่ได้ไปกินอาหารไทยนอกบ้านอีก เหมือนเดิม ^^
ไฟหน้าเสื่อม เข็มขัดนิรภัยหลวม แล้วก็ที่เหยียบเบรคสึก
ที่เหยียบเบรคสึก เห็นเหล็กโผล่มาหนึ่งมิล แม่มยังต้องเปลี่ยนเลยครับไอ้ประเทศนี้
ราคาประเมินซ่อมทั้งสามรายการ ตกอยู่ประมาณ $80 ขูดเลือดขูดเนื้อกันเข้าไป คาดว่าค่าอะไหล่ประมาณ $10-15 นอกนั้นเป็นค่าแรง
จากเมื่อก่อนเคยต่อต้าน ตอนนี้เริ่มเห็นด้วยเป็นอย่างมากแล้วที่สถานที่ท่องเที่ยวบ้านเราหลายแห่งโขกค่าผ่านประตูฝรั่งแพงกว่าคนไทยครับ
หลังจากรับรถเสร็จ ก็ขับรถไปซื้อกับข้าวจากร้านอาหารไทยตามคำสั่งคุณภรรยาที่อยากลองชิมฝีมือพ่อครัวใหม่เหลือเกิน
ได้ข้าวราดไก่กระเทียมพริกไทย กับข้าวราดกะเพราไก่มาอย่างละจาน
อร่อยครับ พี่คนนี้ทำกับข้าวอร่อยจริงๆ คุณภรรยาชมไม่ขาดปากเลย ^^
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ แกจะเลิกทำแล้วครับ
ก๊ากกกกกกกกกก
พ่อครัวใหม่เริ่มทำงานมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็เข้าถึงสัจธรรมแล้วว่างานร้านนี้หนักมาก
ทำทุกอย่างตั้งกะหั่นผัก นับเงิน รับออร์เดอร์ ทำกับข้าว เช็คสต๊อก ฯลฯ
เมื่อก่อนตอนอยู่ซิดนีย์แกทำงาน 5 วัน ตอนนี้ต้องทำ 7 วัน เริ่มตั้งแต่เที่ยงเลิกงานสี่ทุ่ม ไม่นับเวลาเตรียมของ ซื้อของ
จากที่ตอนแรกว่าเบื่อชีวิตเมืองหลวง อยากมาหาความสงบบ้าง กลับมาเจอกับงานที่เพิ่มขึ้น รายได้น้อยลง แถมปัญหาจุกจิกเต็มไปหมด
คิดไปคิดมาก็เลยตัดสินใจกลับไปทำงานที่เก่าดีกว่า สบายกว่า ไม่เหนื่อยขนาดนี้ด้วย
ผมคาดผิดไปหน่อยนึง ตอนแรกฟันธงว่าถ้าแกไม่ร่วมเป็นหุ้นส่วนด้วย แกจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ปรากฏว่าแค่เดือนเดียวแกก็ไม่เอาด้วยแล้ว
สรุปว่าพ่อครัวใหม่จะทำงานถึงปลายเดือนสิงหาคมนี้ แล้วหลังจากนั้นถ้าเจ้าของร้านหาคนมาเพิ่มไม่ได้ อาร์มิเดลโภชนาก็คงจะกลับเข้าสู่ระบบบริหารงานโดยนักศึกษามือสมัครเล่นตามเดิม
แล้วผมกับภรรยาก็คงจะไม่ได้ไปกินอาหารไทยนอกบ้านอีก เหมือนเดิม ^^


