The Intersect

30 December 2006

วินนิ่ง

ลอกกระทู้ยอดฮิตมาจากราชดำเนินพันธ์ทิพย์ครับ อาจจะไม่ update ทันสถานการณ์ล่าสุดซักเท่าไหร่เพราะต้นฉบับถูกเขียนตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมา แต่อ่านแล้วก็ยังฮาเหมือนเดิมครับ

-------------------------------------------------------

เด็กชายแม้ว กำลังเล่นวินนิ่งกับเพื่อนคู่อริอีกกลุ่ม ใช้กฏใครแพ้ออก ถ้าชนะอยู่ต่อ ปรากฏว่าเด็กชายแม้วมีทักษะที่เหนือกว่าเพื่อนยิงเด็กชายชวนไป 2-0 ถล่มเด็กชายหยัด 4-0

พอมานัดที่สามเจอกับเด็กชายมาร์ค ที่ดูแล้วบุคลิกท่าทางจะเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ และน่าหวั่นใจแทนเด็กชายแม้วเป็นอย่างยิ่งแต่เมื่อเกมเริ่มต้น เด็กชายมาร์คเอาแต่ดำเนินกลยุทธ์ ทำสงครามน้ำลาย พร่ำบ่นว่าเด็กชายแม้วเอาเปรียบเพราะนั่งเก้าอี้สบายกว่า แสงแยงตา จอยของตนไม่ดี พัดลมไม่เย็น ไม่คิดที่จะตั้งสมาธิเล่นเกมด้วยความมุ่งมั่นเลย เด็กชายแม้วรำคาญก็เลยยอมให้ทั้งแลกเก้าอี้ แลกจอย หันพัดลม ปิดหน้าต่าง แต่สุดท้ายก็มักจะมีข้ออ้างใหม่ๆ จากเด็กชายมาร์คเสมอหลังจากโดนยิงประตู บางครั้งเด็กชายแม้วหงุดหงิดก็ตอบโต้เป็นบางครั้งตามประสาคนปากไว

จบครึ่งแรกเด็กชายแม้วต้อนเด็กชายมาร์ค 6-0 เด็กชายมาร์คจึงประกาศก้องกลางร้านว่า กติกาวินนิ่งไม่ดี พวกเราในกลุ่มต้องแก้ไขโดยเร็วหลังจบเกมนี้แต่เด็กชายแม้วบอกว่าควรเรียกเพื่อนกลุ่มอื่นที่เล่นไม่เก่งแต่ชอบวินนิ่งมาคุยด้วยก่อน เหล่าคนดูในร้านเริ่มมีการถกเถียงกันบ้างก็ว่าควร บ้างก็ว่าไม่ควร เด็กชายมาร์คยื่นคำขาดว่าไม่ได้ ต้องเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้น เป็นอันว่าการเจรจาล้มเหลว ทำให้เด็กชายมาร์ค เด็กชายหนั่น และ เด็กชายเติ้ง ยืนยันการบอยคอตไม่เล่นด้วย สุดท้ายเด็กชายแม้วต้องเล่นครึ่งหลังคนเดียว จึงเผาเครื่องฝั่งเด็กชายมาร์คที่มีแต่จอยเปล่าไป 20-0

ตามกติกาเด็กชายมาร์คต้องออกจากเกมแต่เด็กชายมาร์คพยายามไปฟ้องเจ้าของร้านบอกว่า เป็นการชนะที่ไม่สมศักดิ์ศรีควรเป็นโมฆะ เจ้าของร้านเห็นด้วย จึงตัดสินใจเข้ามากดปุ่มรีเซ็ต เพื่อให้ทั้งคู่เล่นใหม่ พอเล่นไปได้ไม่นานเด็กชายมาร์คโดนไปอีก 2-0 เด็กชายมาร์คคิดว่าทำยังไงก็ไม่ชนะมันเสียทีอย่ากระนั้นเลยประณามหาว่ามันแอบใช้สูตรโกงเราดีกว่า

พอได้ไอเดียแล้วเด็กชายมาร์คจึงวิ่งแจ้นเข้าไปหาเจ้าของร้าน บอกว่าเห็นเด็กชายแม้วแอบเอาโปรแกรมโกงเกมมาลงเมื่อวันก่อนทำให้กรรมการตาถั่วตัดสินลำเอียงเข้าข้างเด็กชายแม้วเสมอ เจ้าของร้านเชื่อจึงสั่งให้ไปเล่นเครื่องอื่นแทนกระนั้นเด็กชายมาร์คก็ยังคงเล่นได้อย่างน่าผิดหวังเช่นเคยตาม 0-3 และทำท่าจะแพ้อยู่รอมร่อ คนดูก็โต้คารมกันไปมาเสียงดังลั่นร้านบ้างก็ว่าเด็กชายแม้วหาช่องทางโกงอย่างโน้นอย่างนี้ และไร้จริยธรรม แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ข้างเด็กชายแม้วเพราะข้อกล่าวหามักจะเลื่อนลอยและขัดกับสามัญสำนึก เช่น เด็กชายทิที่มีปัญหาสติไม่สมประกอบมักจะบอกว่าเด็กชายแม้วจ้างตีนแมวงัดหน้าต่างเข้ามาตอนกลางคืนเพื่อลงโปรแกรมโกงเกมในร้านทุกเครื่อง แต่ก็น่าแปลกที่ยังมีคนหลงเชื่อ อาจจะเป็นเพราะบ้านเด็กชายแม้วรวยทำให้คนที่คิดวิเคราะห์ไม่เป็นมักจะมองว่าทุกคนที่เข้าข้างเด็กชายแม้วถูกซื้อได้ด้วยเงิน ไร้ปัญญา และไม่ทันคนทั้งนั้น ฝ่ายที่เกลียดเด็กชายแม้วมักจะใช้ข้อกล่าวหานี้โจมตีและยั่วโมโหเมื่อหาเหตุผลที่ดีมาสนับสนุนคำพูดตนเองไม่ได้ (แต่เมื่อถูกตั้งคำถามว่าพวกเขาเหล่านั้นเชื่อเด็กชายทิหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” ทั้งที่เป็นข้อกล่าวหาเดียวกับที่เด็กชายทิบอก เป็นไปได้ว่าหากบอกว่า“เชื่อ” จะทำให้ถูกมองว่าสติไม่สมประกอบเหมือนเด็กชายทิ และสังคมอาจรังเกียจเพื่อนจะเลิกคบได้)

ระหว่างที่สถานการณ์ในร้านระอุไปด้วยการโต้เถียง เด็กชายแม้วเกิดติดธุระต้องออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก พอดีกับที่เด็กชายบังที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบในร้าน และใกล้ชิดสนิทสนมกับญาติผู้ใหญ่ของเด็กชายมาร์ค ใส่ชุดเขียวพร้อมพวกหลายคนแอบอยู่ใกล้ๆจึงฉวยโอกาสเข้ามานั่งแทนที่ พอเด็กชายแม้วจะกลับมาเพื่อทวงจอยคืน แต่เด็กชายบังตะโกนบอกว่าไม่ยอมคืนให้ ปากก็บอกเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า “สมานฉันท์ เดี๋ยวเพื่อนทะเลาะกัน” (ดังนั้น เอ็งออกไปให้กรูเล่นแทน 555)

เด็กชายแม้วจึงต้องจำใจเดินออกจากร้านพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของกลุ่มเด็กชายมาร์ค ทว่าเหล่าคนดูส่วนใหญ่ต่างสุดแสนเสียดายที่จะอดเห็นฝีมือของเด็กชายแม้วอีกต่อไปแต่ไม่ปริปากบ่นอะไรด้วยความกลัวคนของเด็กชายบังจะหาเรื่องปล่อยให้คนดูที่เกลียดเด็กชายแม้วซึ่งบางคนก็เคยคับแค้นใจเนื่องจากเคยพ่ายแพ้เด็กชายแม้วแบบหมดรูปมาหลายคราได้กระดี๊กระด๊าเริงร่า บ้างก็ขอเล่นเกมด้วย

หลังจากนั้นเด็กชายบังจึงตัดสินใจเรียกเด็กชายสุที่ดูท่าทางสุภาพ อ่อนโยน สุขุมลุ่มลึกเยือกเย็น และมีจริยธรรมอันเต็มเปี่ยม มาเล่นแทน เหล่าคนดูต่างหวังว่าจะได้เห็นฟอร์มอันไร้เทียมทานของเขา เด็กชายสุนั่งหน้าจอคอมด้วยความองอาจ และโทรศัพท์ไปถามญาติผู้ใหญ่ของเด็กชายมาร์คคำแรกที่เอ่ยคือ “เฮีย ปุ่มไหนส่ง ปุ่มไหนยิง ปุ่มไหนสไลด์ ฮะ

เมื่อได้ยินดังนั้น คนดูหลายคนในร้านต่างส่ายหน้าและถอนหายใจเดินออกจากร้าน บ้างก็เดินไปดูเครื่องอื่นแทนด้วยความเซ็ง

23 December 2006

จิ๊กโก๋

16 December 2006

อะคู

อะคู อะควัว เฮะ เฮะ แง่งงง


13 December 2006

พัฒนาการ

น้องอาร์มลืมตาดูโลกได้สองเดือนเต็มๆ แล้วครับ นึกถึงวันแรกที่ได้ยินเสียงอุแว้ รู้สึกได้ถึงพัฒนาการมากมายที่เกิดขึ้นครับ

พัฒนาการของน้องอาร์ม ณ ปัจจุบัน
- ยิ้ม
- อะควัว อะคู
- กรี๊ด
- แขนขาเต่งตึง แก้มยุ้ย
- ไม่ค่อยทำปากจู๋แล้ว
- เลิกร้องไห้เวลาอาบน้ำ
- นอนหลับง่ายขึ้น
- บนหัวมีรังแค
- อึทะลุทะลวง
- สามารถหลับได้นานขึ้นเป็นบางครั้ง
- กระหม่อมยังไม่ปิดเต็มที่

พัฒนาการของพ่อกับแม่
- ไม่ได้ทำงานวิจัยเลย
- พ่อกลายเป็นนักใส่ผ้าอ้อมมืออาชีพ
- แม่กลายเป็นขวดนมเดินได้
- ไม่ค่อยได้กินข้าวพร้อมกัน เพราะลูกชอบตื่นมาตอนเวลากินข้าวทุกที
- เถียงกันบ่อยๆ ว่าลูกหน้าเหมือนพ่อหรือแม่
- แม่ต้องตื่นนอนทุก 3 ชั่วโมงตอนกลางคืนเพื่อให้นม
- พ่อเลยต้องนอนเผื่อแม่

พัฒนาการของบ้านและรถ
- บ้านและรถรกขึ้นทุกวัน จากข้าวของเครื่องใช้ทารก
- ไม่ค่อยมีใครกล้ามาเยี่ยมบ้าน
- เพื่อนบ้านหนีหายไปไหนก็ไม่รู้
- ท้ายรถห้ามไว้ของอะไรเพราะต้องเก็บรถเข็นเด็ก
- พ่อแปรสภาพกลายเป็นสารถีโดยสมบูรณ์เพราะแม่กับลูกนั่งเบาะหลัง

โตไวๆ นะลูกรัก ^^

07 December 2006

โหลด

ขอเชิญดาวน์โหลดวีดิโอสาธิตการอะควัว แสดงนำโดย น้องอาร์ม ณ อาร์มิเดล

http://www.yousendit.com/download/eG19MWE%2BbWx5TA%3D%3D วีดิโอตัวเต็ม ขนาด 3M กว่าๆ สำหรับคนใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

http://www.yousendit.com/download/eG19MYZTwLh5TA%3D%3D
วีดิโอตัวย่อ สำหรับคนเน็ตไม่แรงแต่ใจสู้

วีดิโอสองตัวนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ถึงประมาณวันที่ 12 ธันวานะครับ ช้าหมดอดด้วย ^^

02 December 2006

สบาย

วันนี้มีเมฆเยอะ อากาศไม่ร้อนเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน กำลังสบาย

ก็เลยเอาน้องอาร์มมาแต่งตัวเล่น

เอ...จะแต่งตัวแบบใหนดีนะ

เอาให้เหมือนดาราดีกว่า

สมัยก่อนแต่งตัวเหมือนดาราหรือตัวละครดังๆ เค้าเรียก แฟนซี (Fancy) แต่สมัยนี้ญี่ปุ่นมาแรง วัยรุ่นเค้าเลยเปลี่ยนมาเรียก คอสเพลย์ (Cosplay) ครับ

น้องอาร์มจะแต่งตัวเหมือนใครดีน้อ

ตุ้บ ตั้บ ตุ้บ ตั้บ...คุณแม่ใส่เสื้อตัวนี้ให้ คุณพ่อใส่กางเกงตัวนู้นให้

แถ่น แท้น ในที่สุดก็ได้ออกมาแล้ว

ไหนน้องอาร์มลองพูดซิลูก


อะ อะ อะ อะ อะ อะ อะ อะควัว ^^