ปรี๊ด
วันนี้ได้รับจดหมายจากผู้ดูแลนักเรียนไทยประจำออสเตรเลีย ขอความร่วมมือให้นักเรียนทุนรัฐบาลสรุปค่าใช้จ่ายประจำเดือน โดยอ้างว่าจะนำไปพิจารณาปรับปรุงเรื่องทุนตามความเหมาะสมครับ
เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว นักเรียนทุนออสเตรเลีย ได้ค่าใช้จ่ายเหมารวมเดือนละ $1,440 (ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท)
ปัจจุบัน นักเรียนทุนออสเตรเลีย ได้ค่าใช้จ่ายเหมารวมเดือนละ $1,440
อ้าว...ผ่านไปสิบปี เท่าเดิมเด๊ะเลยครับท่านผู้ชม
สี่หมื่นกว่าบาท ดูมันก็เหมือนจะเยอะ แต่เอาเข้าจริงกับบ้านเมืองที่ข้าวจานละสามร้อยกว่าบาท มันก็ไม่ไหวเหมือนกันแฮะ
เมื่อต้นปีที่แล้ว เคยฟังคุณภรรยาคุยเชิงบ่นกับเพื่อนสนิทอยู่เหมือนกัน ว่ารายรับไม่พอรายจ่าย ยิ่งเพื่อนสนิทคุณภรรยาเรียนอยู่ซิดนีย์ ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงเป็นพิเศษ
จำได้ว่าตอนนั้นผมคุ้ยเน็ตหาข้อมูลดู ก็ได้ความว่านักเรียนไทยได้รับเงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรรมกรที่นี่ซะอีก
เมื่อก่อนจำได้ว่าช่วงลาเรียนต่อ จะเป็นช่วงที่เหล่าอาจารย์ไส้แห้งทั้งหลายร่ำรวยกันมากที่สุด ถ้าอดทนประหยัดหน่อยบางคนกลับเมืองไทยอาจพอมีเงินสร้างบ้านได้
แต่เดี๋ยวนี้คงยากล่ะครับ เดือนชนเดือนยังพอไหว แต่ถ้าถามถึงเงินเก็บนั่นคงจะลำบาก
พอผู้ดูแลนักเรียนไทยขอความร่วมมือมา ผมก็ทำการสรุปค่าใช้จ่ายทันที แล้วก็ได้ยอดรายจ่ายออกมาขนาดที่ดูแล้วก็ยังตกใจอยู่เหมือนกัน
ที่พัก สัปดาห์ละ $145 รวมเดือนละ $580 (ที่พักในมหาวิทยาลัยจะแพงกว่า และต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างหากเช่นกัน)
ค่าไฟฟ้า เดือนละประมาณ $70 (บ้านหลังนี้ใช้ฮีทเตอร์แก๊ส ถ้าใช้ฮีทเตอร์ไฟฟ้าคงจะแพงกระฉูดกว่านี้หลายเท่า)
ค่าแก๊ส เดือนละประมาณ $30
ค่าเช่าโทรศัพท์ เดือนละ $35 (ไม่รวมค่าโทรและค่าเน็ตอีกเดือนละ $80)
ค่าเดินทางไปมหาวิทยาลัย ตามทฤษฏีถ้านั่งรถเมล์ไปทุกวันเช้าเย็น เที่ยวละ $2 ก็จะตกอยู่ที่เดือนละ $120
ค่าอาหาร สมมุติว่ากินแบบถูกๆ เช้า $5 กลางวัน $10 เย็น $10 ก็ตกวันละ $25 เดือนละ $750
ค่าประกันสุขภาพ เดือนละ $28.5
บวกลบคูณหารรวมกันหมด ค่าใช้จ่ายเดือนละ $1,613.5
ไม่รวมค่าใช้โทรศัทพ์ ค่าเน็ต ค่าสันทนาการ ค่าผ้าอ้อมลูก และอื่นๆ
อ่าวพระเจ้าช่วยกล้วยจอร์จมันทอดยาก นี่รายจ่ายตามทฤษฏีแซงรายได้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลยนะครับนี่
ยังดีที่ช่วงก่อนทำงานร้านอาหารไทย เลยช่วยให้มีรายรับเข้ามาบ้าง แล้วก็ได้ลดรายจ่ายเพราะมีอาหารติดไม้ติดมือมาบ้าง
แล้วก็ยังดีอีกเรื่องที่ผมชอบทำอาหารเอง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อกับข้าวได้เยอะโขอยู่เหมือนกัน
แต่ในอนาคต ถ้ารายจ่ายยังสูงปรี๊ดอย่างนี้ต่อไป สงสัยได้ย้ายบ้านไปนอนที่มหาวิทยาลัย แล้วก็กินแกลบแทนข้าวดีกว่าละมั้งครับ ^^"
เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว นักเรียนทุนออสเตรเลีย ได้ค่าใช้จ่ายเหมารวมเดือนละ $1,440 (ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท)
ปัจจุบัน นักเรียนทุนออสเตรเลีย ได้ค่าใช้จ่ายเหมารวมเดือนละ $1,440
อ้าว...ผ่านไปสิบปี เท่าเดิมเด๊ะเลยครับท่านผู้ชม
สี่หมื่นกว่าบาท ดูมันก็เหมือนจะเยอะ แต่เอาเข้าจริงกับบ้านเมืองที่ข้าวจานละสามร้อยกว่าบาท มันก็ไม่ไหวเหมือนกันแฮะ
เมื่อต้นปีที่แล้ว เคยฟังคุณภรรยาคุยเชิงบ่นกับเพื่อนสนิทอยู่เหมือนกัน ว่ารายรับไม่พอรายจ่าย ยิ่งเพื่อนสนิทคุณภรรยาเรียนอยู่ซิดนีย์ ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงเป็นพิเศษ
จำได้ว่าตอนนั้นผมคุ้ยเน็ตหาข้อมูลดู ก็ได้ความว่านักเรียนไทยได้รับเงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรรมกรที่นี่ซะอีก
เมื่อก่อนจำได้ว่าช่วงลาเรียนต่อ จะเป็นช่วงที่เหล่าอาจารย์ไส้แห้งทั้งหลายร่ำรวยกันมากที่สุด ถ้าอดทนประหยัดหน่อยบางคนกลับเมืองไทยอาจพอมีเงินสร้างบ้านได้
แต่เดี๋ยวนี้คงยากล่ะครับ เดือนชนเดือนยังพอไหว แต่ถ้าถามถึงเงินเก็บนั่นคงจะลำบาก
พอผู้ดูแลนักเรียนไทยขอความร่วมมือมา ผมก็ทำการสรุปค่าใช้จ่ายทันที แล้วก็ได้ยอดรายจ่ายออกมาขนาดที่ดูแล้วก็ยังตกใจอยู่เหมือนกัน
ที่พัก สัปดาห์ละ $145 รวมเดือนละ $580 (ที่พักในมหาวิทยาลัยจะแพงกว่า และต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างหากเช่นกัน)
ค่าไฟฟ้า เดือนละประมาณ $70 (บ้านหลังนี้ใช้ฮีทเตอร์แก๊ส ถ้าใช้ฮีทเตอร์ไฟฟ้าคงจะแพงกระฉูดกว่านี้หลายเท่า)
ค่าแก๊ส เดือนละประมาณ $30
ค่าเช่าโทรศัพท์ เดือนละ $35 (ไม่รวมค่าโทรและค่าเน็ตอีกเดือนละ $80)
ค่าเดินทางไปมหาวิทยาลัย ตามทฤษฏีถ้านั่งรถเมล์ไปทุกวันเช้าเย็น เที่ยวละ $2 ก็จะตกอยู่ที่เดือนละ $120
ค่าอาหาร สมมุติว่ากินแบบถูกๆ เช้า $5 กลางวัน $10 เย็น $10 ก็ตกวันละ $25 เดือนละ $750
ค่าประกันสุขภาพ เดือนละ $28.5
บวกลบคูณหารรวมกันหมด ค่าใช้จ่ายเดือนละ $1,613.5
ไม่รวมค่าใช้โทรศัทพ์ ค่าเน็ต ค่าสันทนาการ ค่าผ้าอ้อมลูก และอื่นๆ
อ่าวพระเจ้าช่วยกล้วยจอร์จมันทอดยาก นี่รายจ่ายตามทฤษฏีแซงรายได้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลยนะครับนี่
ยังดีที่ช่วงก่อนทำงานร้านอาหารไทย เลยช่วยให้มีรายรับเข้ามาบ้าง แล้วก็ได้ลดรายจ่ายเพราะมีอาหารติดไม้ติดมือมาบ้าง
แล้วก็ยังดีอีกเรื่องที่ผมชอบทำอาหารเอง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อกับข้าวได้เยอะโขอยู่เหมือนกัน
แต่ในอนาคต ถ้ารายจ่ายยังสูงปรี๊ดอย่างนี้ต่อไป สงสัยได้ย้ายบ้านไปนอนที่มหาวิทยาลัย แล้วก็กินแกลบแทนข้าวดีกว่าละมั้งครับ ^^"





