The Intersect

23 April 2007

ปรี๊ด

วันนี้ได้รับจดหมายจากผู้ดูแลนักเรียนไทยประจำออสเตรเลีย ขอความร่วมมือให้นักเรียนทุนรัฐบาลสรุปค่าใช้จ่ายประจำเดือน โดยอ้างว่าจะนำไปพิจารณาปรับปรุงเรื่องทุนตามความเหมาะสมครับ

เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว นักเรียนทุนออสเตรเลีย ได้ค่าใช้จ่ายเหมารวมเดือนละ $1,440 (ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท)

ปัจจุบัน นักเรียนทุนออสเตรเลีย ได้ค่าใช้จ่ายเหมารวมเดือนละ $1,440

อ้าว...ผ่านไปสิบปี เท่าเดิมเด๊ะเลยครับท่านผู้ชม

สี่หมื่นกว่าบาท ดูมันก็เหมือนจะเยอะ แต่เอาเข้าจริงกับบ้านเมืองที่ข้าวจานละสามร้อยกว่าบาท มันก็ไม่ไหวเหมือนกันแฮะ

เมื่อต้นปีที่แล้ว เคยฟังคุณภรรยาคุยเชิงบ่นกับเพื่อนสนิทอยู่เหมือนกัน ว่ารายรับไม่พอรายจ่าย ยิ่งเพื่อนสนิทคุณภรรยาเรียนอยู่ซิดนีย์ ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงเป็นพิเศษ

จำได้ว่าตอนนั้นผมคุ้ยเน็ตหาข้อมูลดู ก็ได้ความว่านักเรียนไทยได้รับเงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรรมกรที่นี่ซะอีก

เมื่อก่อนจำได้ว่าช่วงลาเรียนต่อ จะเป็นช่วงที่เหล่าอาจารย์ไส้แห้งทั้งหลายร่ำรวยกันมากที่สุด ถ้าอดทนประหยัดหน่อยบางคนกลับเมืองไทยอาจพอมีเงินสร้างบ้านได้

แต่เดี๋ยวนี้คงยากล่ะครับ เดือนชนเดือนยังพอไหว แต่ถ้าถามถึงเงินเก็บนั่นคงจะลำบาก

พอผู้ดูแลนักเรียนไทยขอความร่วมมือมา ผมก็ทำการสรุปค่าใช้จ่ายทันที แล้วก็ได้ยอดรายจ่ายออกมาขนาดที่ดูแล้วก็ยังตกใจอยู่เหมือนกัน

ที่พัก สัปดาห์ละ $145 รวมเดือนละ $580 (ที่พักในมหาวิทยาลัยจะแพงกว่า และต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างหากเช่นกัน)
ค่าไฟฟ้า เดือนละประมาณ $70 (บ้านหลังนี้ใช้ฮีทเตอร์แก๊ส ถ้าใช้ฮีทเตอร์ไฟฟ้าคงจะแพงกระฉูดกว่านี้หลายเท่า)
ค่าแก๊ส เดือนละประมาณ $30
ค่าเช่าโทรศัพท์ เดือนละ $35 (ไม่รวมค่าโทรและค่าเน็ตอีกเดือนละ $80)
ค่าเดินทางไปมหาวิทยาลัย ตามทฤษฏีถ้านั่งรถเมล์ไปทุกวันเช้าเย็น เที่ยวละ $2 ก็จะตกอยู่ที่เดือนละ $120
ค่าอาหาร สมมุติว่ากินแบบถูกๆ เช้า $5 กลางวัน $10 เย็น $10 ก็ตกวันละ $25 เดือนละ $750
ค่าประกันสุขภาพ เดือนละ $28.5

บวกลบคูณหารรวมกันหมด ค่าใช้จ่ายเดือนละ $1,613.5

ไม่รวมค่าใช้โทรศัทพ์ ค่าเน็ต ค่าสันทนาการ ค่าผ้าอ้อมลูก และอื่นๆ

อ่าวพระเจ้าช่วยกล้วยจอร์จมันทอดยาก นี่รายจ่ายตามทฤษฏีแซงรายได้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลยนะครับนี่

ยังดีที่ช่วงก่อนทำงานร้านอาหารไทย เลยช่วยให้มีรายรับเข้ามาบ้าง แล้วก็ได้ลดรายจ่ายเพราะมีอาหารติดไม้ติดมือมาบ้าง

แล้วก็ยังดีอีกเรื่องที่ผมชอบทำอาหารเอง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อกับข้าวได้เยอะโขอยู่เหมือนกัน

แต่ในอนาคต ถ้ารายจ่ายยังสูงปรี๊ดอย่างนี้ต่อไป สงสัยได้ย้ายบ้านไปนอนที่มหาวิทยาลัย แล้วก็กินแกลบแทนข้าวดีกว่าละมั้งครับ ^^"

19 April 2007

ที่ระลึก

อีกไม่ถึงสัปดาห์ น้องอาร์มกับเมืองอาร์มิเดล ก็จะต้องโบกมือบ๊ายบายกันแล้ว

ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่เจ้าตัวน้อยถึงจะมีโอกาสได้กลับมาเยือนเจ้าเมืองเล็กๆ เงียบๆ บ้านนอกๆ เมืองนี้

ถ้ามีเงินมีเวลา แล้วอยากมาออสเตรเลีย ก็เอาเวลาไปเที่ยวเมืองใหญ่ๆ อย่างซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน ดีกว่าเนาะลูก ^^"

ไหนๆ ก็คงหาโอกาสกลับมาลำบาก ดังนั้นก่อนจากกัน ก็เลยต้องพาไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย


ตามไปชมภาพชุดเต็มที่ไม่มีการแต่งเติมได้ที่ KASITCHON: New Human Little กันนะครับ ^^

15 April 2007

อึด

เมื่อสองสามวันก่อนน้องอาร์มงอแงตอนกลางคืนมากจนขนาดที่คุณแม่รับมือไม่ไหว ต้องปลุกให้คุณพ่อเลิกกรนมาช่วยอุ้มเจ้าตัวน้อย

ก็อย่างที่เคยบ่นไปว่าช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเร็วมากครับ เดี๋ยวร้อนจัด เดี๋ยวหนาวจัด ช่วงกลางคืนนี่บางวันก็หนาวสุดๆ แต่บางวันก็อุ่นๆ ซะอย่างนั้น

ปรากฏว่าช่วยคุณแม่ดูเจ้าตัวงอแงได้แค่คืนเดียว แต่ด้วยความที่วันนั้นเจอโหมดงอแงสุดๆ ไม่ได้นอนไปทั้งคืน มาวันนี้คุณพ่อเปื่อยซะแล้ว

อยู่อาร์มิเดลมาเกือบจะสองปี แข็งแรงมาตลอด ไม่เคยจะป่วยเป็นอะไรไม่ว่าจะร้อนตับแตกหรือหนาวหิมะตก

วันก่อนหน้านี้ไข้ขึ้น วันนี้ไข้ลดแล้วแต่เจ็บคอมโหฬารมาก อัดยา กินน้ำเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ขณะนี้พิมพ์ไปก็เจ็บคอไป ส่องกระจกดูก็จ๊ะเอ๋กับเจ้าต่อมทอนซิลคู่ชีพที่ตอนนี้แข่งกันบวมอย่างสนุกสนาน

เจอเดชปูทันน้อยเข้าไปคืนเดียว ทรุดเลยครับ อายจัง ^^"

ไม่รู้ว่าคุณแม่เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ตัวก็เล็กนิดเดียว แต่ดูแลเจ้าตัวเล็กมาได้ตั้งแต่คลอดจนเดี๋ยวนี้ปาเข้าไปหกเดือนนิดๆ แล้ว

คุณแม่มือใหม่ต้องตื่นนอนคืนละไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้งมาให้นม ให้นมแต่ละทีก็อย่างต่ำสิบนาที ในขณะที่คุณพ่อตัวดีนอนหลับสบายน้ำลายยืดแถมยังกรนสนั่นอยู่ข้างๆ นานๆ ถึงจะต้องตื่นมาช่วยซักที

ได้ยินเค้าว่ากันว่า เพศหญิงจะอึดกว่าเพศชาย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยสงสัยแล้วครับว่าเป็นข่าวลือหรือเรื่องจริง

ยอมรับโดยดุษฏีเลยว่าคุณแม่ทั้งหลายที่เลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาได้เนี่ย อึดจริงๆ ทั้งอึดทั้งแข็งแกร่ง

อีกสิบวันก็จะได้กลับเมืองไทยแล้ว คราวนี้งานคงจะเบาลงเพราะจะมีคุณปู่ คุณย่า คุณยาย ลุงป้าน้าอา เป็นโหลมาช่วยแบ่งเบาเจ้าตัวเล็กได้บ้าง อย่างน้อยตอนกลางวันก็ยังดี

ปลายเดือนนี้ที่เชียงใหม่ได้เจอกันแน่นอนครับ ^^

07 April 2007

ร้อง

หมู่นี้น้องอาร์มฟิตเหลือเกินครับ ตีสี่ตีห้าชอบตื่นมาร้องไห้เอะอะโวยวาย คุณแม่ผู้น่าสงสารก็ต้องแหกขี้ตาตื่นมาอุ้มมาปลอบทุกเช้า

แล้วไอ้เรื่องการนอนนี่ก็เป็นปัญหามาตั้งแต่สมัยอายุได้เดือนกว่าๆ แล้ว ตื่นง่าย หลับยาก ทำยังกะว่าแม่ให้กินนมผสมยาม้า

ตอนนี้เด็กน้อยอายุเกือบหกเดือน ร้องไห้ทีบ้านเกือบแตกครับ

จำได้ว่าช่วงสามสี่เดือนแรก น้องอาร์มก็จะมีตื่นกลางคืนหรือเช้าตรู่บ้าง แต่เวลาตื่นมาก็จะร้องเบาๆ ดิ้นไปดิ้นมาซักพักก็จะหลับได้เอง

มาระยะหลังนี่แหละครับ เริ่มมีนิสัยเป็นเด็กเปิดเผย ชอบตื่นขึ้นมาเช้ามืดแล้วก็ร้องไห้

จะตื่นขึ้นมาทำพรั่งอะไรครับลูก นอนดีๆ ไม่ได้หรือไง ^^"

ถ้าอยู่บ้านที่เมืองไทย อาจจะปล่อยให้ร้องได้นิดหน่อย เพราะปกติแล้วเด็กน่าจะนอนต่อได้เอง

แต่นี่คฤหาสน์ที่กระเหรี่ยงพ่อแม่ลูกอยู่กันเนี่ย มันเป็นห้องแถว ผนังบาง แค่เสียงแคะขี้มูกยังได้ยินไปถึงห้องข้างๆ

ถ้าร้องมากๆ เราอาจโดนเพื่อนบ้านฟ้องเจ้าของที่ ดีไม่ดีอาจต้องระเห็จไปร้องต่อที่ใต้สะพานลอยนะครับคุณลูก ^^"