The Intersect

31 May 2007

หนู

ห่างจากอาร์มิเดลไปหนึ่งเดือน กลับมาถึงบ้านคุณภรรยาเปิดลิ้นชักครัวปุ๊บก็เป็นเรื่องเลยครับ

กรี๊ดๆๆๆ เสียงคุณแม่ลูกหนึ่งดังมาจากห้องครัว ผมก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไปดู

พอเห็นภาพเข้าก็ผงะไปเหมือนกันครับ ตู้เก็บของในครัวทั้งตู้ เละตุ้มเป๊ะ แถมยังมีทั้งขี้ทั้งฉี่หนูส่งกลิ่นอบอวลไปทั่ว

หนี่งเดือนที่ไม่อยู่ หนูยึดบ้านซะแล้วเหรอเนี่ย -"-

จะว่าทิ้งของกินไว้ก็ใช่ที่ เนื่องจากหนูมันเจาะไปหมดตั้งแต่ถุงเครื่องแกง ถุงเต้าฮวยทั้งหลายที่ยังไม่ได้แกะ ลามไปถึงไม้จิ้มลูกชิ้น และถุงพลาสติกใส่ของ

ขนาดจุกนมน้องอาร์มที่ล้างเก็บไว้ยังแหว่งไปครึ่งหนึ่งอย่างสยดสยองครับ -"-

ยังดีที่ไม่เห็นตัวต้นเหตุตัวเป็นๆ แต่เพียงแค่นี้ก็พอที่จะทำให้คุณตุ๋มเกิดอาการจิตตกได้แล้ว

แทนที่กลับบ้านมาวันแรกจะได้พักผ่อนเอื่อยเฉื่อยกันซักหน่อย กลับกลายมาเป็นว่าภรรยาต้องล้างเครื่องครัวยกชุด ส่วนสามีต้องรื้อทำความสะอาดตู้ใหม่ทั้งหมด

หลังจากทำความสะอาดเสร็จ ก็ต้องถึงเวลาล้างแค้น

ผมไปรื้อกับดักหนูที่เคยซื้อไว้เมื่อปีที่แล้วออกมาจากตู้ ใช้เนยถั่วเป็นเหยื่อล่อ แล้วก็วางไว้ในตู้เจ้าปัญหาตู้นั้น

พอกลับมานั่งเล่นเว็บได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียง แต๊บ!! ตอนแรกคุณตุ๋มก็ยังนึกว่าเป็นเสียงของอะไรตก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่

หนูชะตาขาดตัวแรก โดนกับดักเข้าไปเต็มๆ กลายเป็นศพเฝ้าตู้ไปซะแล้ว

ด้วยความสะใจ ผมรีบเอาศพหนูไปทิ้ง ทาเนยถั่วลงกับดัก แล้วก็วางกับดักไว้ในตู้เดิม

เวลาผ่านไปซักพัก แต๊บ!! ตัวที่สอง เรียบร้อย

สุดท้ายสรุปว่าวันแรกที่กลับมาถึงอาร์มิเดล ดักหนูไปได้ 5 ตัว ตายไปแล้ว 3 ยังเป็นๆ 2 ส่วนวันที่สองดักได้เพิ่มอีก 4 ศพครับ

เนื่องด้วยยังไม่ซาดิสม์พอ ก็เลยไม่ได้ฆ่าหนูตัวที่ยังไม่ตาย แค่เอาไปเขวี้ยงนอกบ้าน ไม่รู้ว่ามันกลับมาเป็นศพในวันที่สองบ้างหรือเปล่า

เมื่อประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม คืนวันที่สองผมก็เลยทิ้งกับดักไว้เหมือนเดิม กะว่าถ้ายังเหลือหนูอยู่เช้ามาก็คงจะได้เห็นศพอีก

ที่ไหนได้ เช้ามา เนยถั่วหายไป ส่วนกับดักยังอยู่ในสภาพเดิม

สงสัยว่าจะตั้งกับดักไม่ดี ผมก็เลยเอากับดักมาตั้งใหม่ ใส่เหยื่อใหม่ มั่นหมายว่าคราวนี้ต้องจับให้ได้

ผ่านไปซักพัก เหยื่อหายไปอีกแล้ว กับดักอยู่ในสภาพเดิม!!

เป็นอย่างนี้ 5-6 ครั้ง! วันนี้จับไม่ได้เลยซักตัว!!

ไม่รู้ว่าจะเป็นหนูตัวเดียวกันหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นหนูตัวเดียวกัน หากไม่เป็นเพราะว่ามันฉลาดมาก มันก็ต้องมีวิชาตัวเบาแล้ว

สามีภรรยาก็เลยปรึกษากันว่าจะเอายังไง สรุปว่าก็คงต้องดักมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ตัว

สุดท้ายแล้วแทนที่จะจับจะกลับกลายเป็นเลี้ยงมันจนอ้วนพีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้ามันยังหนีได้อยู่เรื่อยๆ

ตอนนี้จับมันยังไม่ได้ หนูมันฉลาดนัก ก็เลยตั้งชื่อแก้เคล็ดเอาไว้ก่อน

มาเอาใจช่วยให้ผมจับ "ไอ้พรั่ง" ได้ในเร็ววันนี้เถอะครับ -"-

17 May 2007

บ้าน

ครอบครัวของผมอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันทุกอย่างเริ่มจะเปลี่ยนไป

ความสุขความรักไม่ได้ลดลง แต่ดูจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำครับด้วยจำนวนสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้เจ้าน้องชายและคุณพ่อคุณแม่ก็เลยปลูกบ้านหลังใหม่ครอบครัวละหลัง อยู่ในบริเวณรั้วเดียวกันนี่แหละครับ

เจ้าน้องชายสร้างบ้านสองชั้นขนาดพอๆ กับบ้านหลังปัจจุบัน คงเตรียมไว้เป็นเรือนหอในอนาคต

คุณพ่อคุณแม่ ด้วยความที่อายุล่วงเข้าวัยรุ่นตอนปลายยยยยยแล้ว ก็เลยจะสร้างบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ไม่ต้องมีบันได อยู่กันสองคน บ้านหลังน้อยนี้จะอยู่ตรงกลางระหว่างบ้านของลูกชายทั้งสอง

บ้านใหม่ทั้งสองหลังนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตอนนี้เห็นเป็นบ้านชัดเจนแล้ว กำลังติดฝ้ากับเดินระบบไฟฟ้า

งบประมาณบ้านใหม่ทั้งสองหลังถ้ารวมตกแต่งก็คงปาเข้าไปเกือบสองล้าน งานนี้เงินเก็บทุกคนหมดเกลี้ยงก็ยังไม่พอต้องไปกู้เงินมาโปะอีก

ไม่รู้ว่าข้าราชการผู้พอเพียงบางคนเค้าทำได้ยังไง เกษียณอายุออกมามีบ้านหลายหลังแถมยังมีสินทรัพย์อีกเกือบร้อยล้านบาท เฮ้อ

คาดว่าอีกไม่เกิน 4-5 เดือนก็คงตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ครับ

ส่วนบ้านหลังปัจจุบันก็จะกลายเป็นบ้านของ ผม คุณตุ๋มแล้วก็น้องอาร์ม 3 คนพ่อแม่ลูก

ยังไงก็ตาม บ้านหลังนี้มี 3 ห้องนอน เป็นห้องนอนใหญ่ของพ่อกับแม่ 1 ห้อง แล้วก็ห้องเล็กอีก 2 ห้อง

หนึ่งในนั้นก็จะต้องเป็นของน้องอาร์มอย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนอีกห้องหนึ่งก็คงสำรองไว้สำหรับสมาชิกคนใหม่ของครอบครัวในอนาคต

แต่จะเป็นลูกคนที่สองหรือเมียคนที่สองนี่ไว้ติดตามกันต่อไปนะครับ =P

06 May 2007

กิน

ถ้าไม่นับพักผ่อน เลี้ยงลูก กับเยี่ยมญาติแล้ว วัตถุประสงค์หลักของการกลับเมืองไทยก็คือกินๆๆ ครับ

อยู่อาร์มิเดลมันขัดสนนัก จะกินนอกบ้านก็แพง แถมยังไม่อร่อยอีก แต่จะซื้อวัตถุดิบมาทำกินเองก็มีวัตถุดิบไม่ค่อยครบเหมือนเมืองใหญ่ๆ

กลัวมาได้อาทิตย์กว่าๆ ตอนนี้ก็ไล่กินไปได้หลายร้านแล้วครับ

ลาดหน้านำชัย อร่อยเหมือนเดิม จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยกินลาดหน้าผัดซีอิ๊วร้านไหนอร่อยในราคาประหยัดขนาดนี้

ไก่นางฟ้า กรอบ อร่อย เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนไปนิดหน่อยคือจะขายไวขึ้น เนื่องจากเดี๋ยวนี้ร้านเหล้าเปิดถึงได้แค่ตีหนึ่ง

ยามาโตะ ร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น ตอนนี้ขึ้นราคามาเป็น 320 บาทต่อหัว ไม่รวมค่าน้ำ เป็นที่แรกที่รู้สึกว่าไปกินแล้วไม่ค่อยคุ้ม ราคาแพงขึ้นเรื่อย แต่มีของให้เลือกไม่เยอะอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าเชียงใหม่มีบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่อื่น ก็คงไม่ไปร้านนี้อีกแล้ว

เฮือนเพ็ญ คอมโบขนมจีนน้ำเงี้ยว+ข้าวเงี้ยว เข้ากันเป็นอย่างดี อร่อยไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังใกล้บ้านอีกต่างหาก

ข้าวมันไก่ศาลากลาง นอกจากจะอร่อยเหมือนเดิมแล้ว ยังบริการรวดเร็วเช่นเคย ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยผิดหวังซักครั้ง

ก๋วยจั๊บศาลากลาง กินข้าวหมูกรอบคู่กับเกาเหลา อร่อยหาไหนเปรียบ อยากทำหมูกรอบให้กรอบได้อย่างร้านนี้บ้าง

ถ้าไม่ติดว่าคุณภรรยาต้องเร่งงาน ก็คงได้ออกไปกินนอกบ้านทุกมื้อ เป็นชูชกตายกันไปข้างนึงเป็นมั่นคง ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ สงสัยถ้าจะกินให้หายเสี้ยนอาจจะต้องแอบหนีคุณตุ๋มไปกินบ้างแล้วล่ะครับ อิอิ

ว่าแล้วก็ลองลิสต์รายการร้านที่ต้องไปให้ได้มาก่อนดีกว่า

วีระลาบเป็ด ลาบไก่สะเมิง กุ้งเผาสุพรรณ ชุมแพหมูกระทะ เย็นตาโฟศรีพิงค์ ช้างม่อยกาแฟ ข้าวต้มบาทเดียว ซาลาเปาวิกุล กุ้งเต้นน้องฟลุค บ้านขนมจีน ขาหมูเยอรมันสันกำแพง ข้าวซอยเสมอใจ ร้านไอ้แขก

อ๊ะ เดี๋ยวก่อน ต้องไม่ลืมไอติมป่าตันด้วย ^^

จ๊าก จ๊าก ชูชก ชูชก

01 May 2007

ร้อน

ครอบครัวหรรษากลับเมืองไทยมาได้เกือบอาทิตย์แล้วครับ

เดินทางมาราธอนกันมา 20 ชั่วโมง กว่าจะถึงเชียงใหม่ แต่เจ้าตัวเล็กเก่งมาก ไม่ค่อยร้องไห้งอแงให้ลำบากใจ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโตขึ้น หรือรู้เรื่องขึ้น หรือแข็งแรงขึ้น หรือเล็งจะจีบแอร์ก็ไม่รู้

ก่อนจะกลับถึงเชียงใหม่ พวกเราก็มีโอกาสได้ไปเหยียบสนามบินสุวรรณภูมิครับ

(นอกเรื่อง) ท่านผู้ใหญ่อีหลี เสียอีกมื้อแล้วนะเฟ้ย กรั่ก กรั่ก

อาจเป็นเพราะคาดหวังไว้มาก พอมาเจอเข้าจริงเลยผิดหวังพอสมควร กับปัญหาพวกป้าย ลิฟต์ ราคาอาหาร แล้วก็อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ของสนามบินแห่งนี้

ที่แย่ที่สุดก็คิดว่าเป็นเรื่องการใช้ปูนเปลือยนี่แหละ ถ้าปูนเปลือยทำดีๆ มันก็สวยได้ แต่นี่มันไม่สวย

แต่ขอโทษนะครับ ปัญหาพวกนี้ ผมไม่ได้โทษคนสร้าง ผมโทษคนบริหารจัดการมากกว่า ปัญหาแทบทุกอย่างดูแล้วแก้ไขภายหลังได้ทั้งนั้น ยุคนี้มันยุคมีแต่คนดูงานไม่มีใครแก้

พอกลับถึงเชียงใหม่ สิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยก็คือ ร้อนเหลือเกินครับ

อาร์มิเดลอุณหภูมิสูงสุด 20 องศา เชียงใหม่วันนั้นถ้าจำไม่ผิดซัดเข้าไปซะ 43 องศา

อีกอย่างที่ค่อนข้างชัดเจนเลยก็คืออากาศครับ อากาศบ้านเราไม่สะอาดอย่างบ้านนอกของออสเตรเลียจริงๆ

น้องอาร์มกลับถึงบ้านได้สองสามวันก็เริ่มเสียงแหบ น่าจะมีสาเหตุจากอากาศเปลี่ยนอย่างรุนแรง

ส่วนคุณตุ๋มก็ทรุดเหมือนกันครับ แทนที่จะได้ทำงานเต็มที่อย่างที่หวัง กลับต้องมานอนตั้งแต่หัวค่ำเพื่อจะได้หายเร็วๆ

ได้ยินว่าช่วงสัปดาห์ก่อนๆ เชียงใหม่ร้อนกว่าตอนนี้ซะอีก นี่โชคดีแล้วที่ฝนตกลงมาบ้างเลยชะทั้งความร้อนทั้งฝุ่นควัน

แต่จะร้อนแค่ไหน จุ้นจ้านวุ่นวายแค่ไหน ไม่มีระเบียบแค่ไหน

ได้กลับบ้านเรา ก็สุขใจที่สุดแล้วครับ ^^