The Intersect

26 July 2007

R5

ผมเป็นคนชอบดูหนัง ก่อนนอนทุกคืนก็จะเปิดโปรแกรมสำหรับโหลดหนังใหม่ๆ หรือหนังเก่าๆ ที่ประทับใจ เอามาไว้ดูเวลาว่าง

เอ้อ ถ้ามีใครสงสัยละก็ ตอบได้อย่างภาคภูมิใจเลยครับว่า "เถื่อน 100%"

สมกับเป็นแม่พิมพ์ของชาติมั้ยเนี่ย ^^"

ตอนเริ่มโหลดใหม่ๆ ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพหนังอะไรเท่าไหร่ โหลดมาดูมั่วไปหมด คุณภาพดีบ้างไม่ดีบ้าง

แต่หลังๆ เริ่มศึกษานิดหน่อย ก็เลยเริ่มเข้าใจว่า ของเถื่อนนี่ เค้าก็แบ่งกันเป็นหลายเกรดนะครับ

ถ้าเจอคุณภาพอย่าง CAM หรือ TS นี่เมื่อก่อนคลิกโหลดโดยไม่คิด แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่แตะเลย

เพราะ CAM คือหนังซูม ใช้กล้องเห่ยๆ ถ่าย ภาพโย้ต้องเอียงคอดู เสียงกับภาพตรงมั่งไม่ตรงมั่ง ดีไม่ดีเจอหัวคนเดินไปเดินมา ข้อดีข้อเดียวคือหนังชนโรง

ส่วน TS นี่ย่อมาจาก Telesync จะเป็นพวกที่แอบถ่ายมาจากห้องอัด ภาพถึงจะยังไม่ชัดแต่ก็ดีกว่าพวกแรก แต่เสียงอาจจะไม่ตรงเท่าไหร่เพราะอัดมาจากคนละแหล่ง

คุณภาพที่ดีขนาดพอดูได้ก็จะเริ่มตั้งแต่ DVDSCR ที่จะแปลงมาจาก DVD ตัวอย่างที่มีการส่งให้โรงงานก่อนการผลิตจริง หรือส่งให้นายหน้าเพื่อทำการโปรโมท หนังพวกนี้ความคมชัดจะสูง แต่บางทีจะมีตัวหนังสือไม่พึงประสงค์ออกมาเตือนว่า แผ่นนี้เอาไว้โฆษณา ห้ามขายนะเฟ้ย เป็นต้น

ที่เจ๋งจริงๆ ก็ต้องโหลดพวกที่เรียกว่า DVDrip ครับ พวกนี้จะอัดมาจาก DVD ของแท้ ภาพเสียงคมชัด ถ้าจะมีข้อเสียก็อย่างเดียวคือต้องรอนานกว่าจะออก

แต่อยู่ๆ มาเมื่อประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์นี้ ผมก็เริ่มเห็นหนังรหัสแบบใหม่ถูกปล่อยออกมาได้สามสี่เรื่อง

มันใช้ชื่อว่า R5 ครับ

ดูตอนแรกก็งง R5 นี่มันคืออะไร หรือว่าคนไทยทะลึ่งเอามาปล่อยแล้วตั้งรหัสว่า อะฮ่า อะฮ่า ก็ไม่น่าใช่

แถมที่น่าสนใจที่สุดก็คือ หนังแต่ละเรื่องนี่เป็นหนังใหม่ๆ ทั้งนั้น

ค้นหาข้อมูลทางเน็ตก็ไม่เจอ อาจเป็นเพราะเป็นมาตรฐานใหม่ หรือคำค้นมันสั้นไปก็ไม่ทราบได้

อ่านตำราหมื่นเล่มไม่เท่าเดินทางหมื่นลี้ ว่าแล้วผมก็เลยลองโหลดเอามาดูซักเรื่อง

เลือกเอา Fantastic Four ภาคใหม่ ที่เพิ่งลาโรงแถวนี้ไปได้ไม่กี่วันโหลดมาดู

ปรากฏว่าชัดครับ ชัดมาก เสียงภาพตรงกัน ดูตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีข้อเสียเลยแม้แต่น้อย

นี่มันคุณภาพเดียวกับ DVDrip เลยนี่หว่า แต่หนังเพิ่งออกโรงไป DVD ยังไม่น่าจะออก แล้วมันจะหลุดมาได้ยังไง

พอเริ่มสนใจก็เลยไปคุ้ยข้อมูลดู แล้วในที่สุดก็เจอจนได้ ว่า R5 นี่มันมาจาก Region 5 คือกลุ่มประเทศแถบรัสเซีย เกาหลีเหนือ

ดูเหมือนว่าหนังพวกนี้จะหลุดมาจากประเทศพวกนี้เองแหละครับ แต่ทำไมถึงหลุดมาจากทางนี้ ทำไมถึงหลุดมาเร็วขนาดนี้ ผมไม่สน

รู้แต่ว่าพรุ่งนี้จะได้ดู Die Hard 4 กับ Evan Almighty ที่ตอนนี้ยังไม่เข้าโรงหนังข้างบ้านเลยด้วยซ้ำ

ดีไม่ดีอาทิตย์สองอาทิตย์นี้อาจจะได้ดูแฮรี่เถื่อน หรือ Bourne Ultimatum ชนโรงนะครับเนี่ย ^^"

20 July 2007

จำ

หลังจากดูหนังพระนเรศวรมหาราชจบไปสองภาค ก็ได้มีโอกาสคุยนิดๆ หน่อยๆ กับรุ่นพี่คนไทยเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บ้านเรา

คิดไปคิดมาก็ประหลาดเหมือนกันครับ ที่ผมแทบจำประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่ได้เลย

แต่ถ้าถามเรื่องสามก๊ก กลับตอบได้อย่างคล่องแคล่วซะงั้น ^^"

ผมก็เลยมานั่งวิเคราะห์ดูว่า เอ ประวัติศาสตร์บ้านเรามันไม่น่าสนใจหรืออย่างไร แล้วก็ได้คำตอบว่าไม่น่าจะใช่ เพราะเท่าๆ ที่นึกออกก็มีการรบเด่นๆ การชิงไหวชิงพริบ และตัวละครที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

แต่ไหงผมถึงจำไม่ได้เลยหว่า

คิดไปสามตลบ ก็สรุปได้ว่า คงเป็นเพราะผมเป็นคนความจำไม่ค่อยดีนี่เอง

ความจำอันสั้นของผม ทำให้ผมไม่เคยได้เกรดดีๆ จากวิชาท่องจำทั้งหลาย ถ้าไม่ได้พวกวิชาคำนวณมาช่วยฉุดไว้ป่านนี้อาจจะยังไม่จบหรือไปซิ่วอยู่ที่ไหนซักแห่ง

คุณภรรยาจะรู้เลยว่า ผมเป็นคนที่สามารถดูหนังซ้ำได้หลายรอบมาก เพราะหลังจากดูจบก็จะลืมเกือบหมด ตัวละคร และการดำเนินเรื่อง จะจำได้ก็แต่บรรยากาศเท่านั้น

ยกเว้นหนังที่ประทับใจจริงๆ หรือดูเป็นสิบๆ รอบแล้วเท่านั้นแหละครับถึงจะจำได้ ^^"

พอกลับมานึกถึงประวัติศาสตร์ไทย เอาไปเปรียบเทียบกับสามก๊ก ผมก็คิดว่าสงสัยจะเป็นจริงที่ความจำของผมทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์ไทยไม่ยืด

แหม่ ก็คิดดูละกัน แค่ตัวเอกจากหนังเรื่องพระนเรศวร 4 คน ประกอบด้วย พระนเรศวร พระเอกาทศรถ ออกญาราชมนู มังรายกะยอชวา

นับดูแล้ว ต้องจำชื่อทั้งหมดตั้ง 22 พยางค์

เวลาอ่าน 3 ก๊ก เนื้อที่ความจำขนาดนี้ผมจำได้ตั้ง 11 คน มากกว่ากันเกือบสามเท่า

ก็คนจีนโบราณชื่อสั้นเหลือเกิน โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย จูล่ง ลิโป้ อย่างงี้เป็นต้น

ส่วนของไทย นอกจากจะชื่อยาวแล้วแต่ละคนยังมีหลายชื่อกันอีกต่างหาก เบิ้ลความสับสนเป็นสองเท่า

นึกไปนึกมาก็นึกถึงคำที่พ่อเลยเล่าให้ฟัง

สมัยพ่อผมเป็นหนุ่มๆ นิยายจีนจะฮิตมาก ตัวละครพวกลี้คิมฮวง ชอลิ่วเฮียง ก๊วยเจ๋ง เอี้ยก่วย ทั้งหลายพวกนี้ออกมาให้ติดตามกันแบบรายสัปดาห์

แต่พอถามพ่อว่าเรื่องนี้พระเอกชื่ออะไร พ่อกลับจำไม่ได้

พ่อบอกว่า จำชื่อไม่ได้ แต่จำรูปแบบตัวอักษรได้ พอไอ้รูปแบบตัวอักษรแบบนี้ออกมา ก็จำได้ว่าเป็นพระเอก เป็นตัวร้าย

โอ้โห ใช้วิชา Pattern Recognition ซะด้วย ^^"

17 July 2007

เชียร์

"ปีหน้าสงสัยจะไม่มีเชียร์แล้วว่ะ"

ผมได้ยินคำพูดประโยคนี้มาหลายปีแล้ว แล้วก็ไม่แน่ใจว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า

สาเหตุที่คำพูดประโยคนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เป็นเพราะว่าปัญหาที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่พบทุกปีก็อย่างเช่นผู้ปกครองร้องเรียน เด็กเข้าโรงพยาบาล หนักบ้างเบาบ้าง

ปีนี้ได้ข่าวมาว่า รุ่นพี่ปี 4 สั่งซ่อมรุ่นน้องเกินพอดี ทำให้รุ่นน้องสิบกว่าคนถึงกับมีปัญหากล้ามเนื้ออักเสบ ตับอักเสบ ไตวาย หลังประเพณีรับน้องขึ้นดอย ถึงกับต้องส่งเข้าโรงพยาบาลกันทีเดียว

ผมไม่ชื่นชอบระบบเชียร์ แต่ก็ผ่านมันมาแล้ว ได้รับรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียของมัน

อาจจะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่ผมก็ยอมรับว่าในระยะยาว ข้อดีของมันมีมากกว่าข้อเสีย และระบบนี้มีประโยชน์สำหรับสถานการณ์ที่เหมาะสม

ผมมองว่า การว๊าก การเชียร์ การกดดันรุ่นน้อง ในกรณีของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไรมากมาย

แต่ในทางกลับกัน กับคณะที่รับนักศึกษาปีหนึ่งทีละห้าร้อยคน โดยที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย วิธีเถื่อนๆ แบบนี้จะได้ผลเป็นอย่างมาก

ลองนึกภาพดูนะครับ นักศึกษาห้าร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ส่วนใหญ่เพิ่งผ่านการมีชีวิตแบบเป็นพี่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมาหยกๆ ต่างคนมาจากต่างสถาบัน มีทั้งที่เข้ามาเป็นกลุ่มและเข้ามาโดยไม่รู้จักใครเลย

ลองนึกภาพดูสิครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้ามีการเขม่นกัน มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน เรื่องพวกนี้เป็นธรรมชาติของวัยรุ่นอยู่แล้ว นี่ยังไม่นับการมีเรื่องข้ามรุ่นข้ามชั้นปีซึ่งอาจหนักกว่าหลายเท่า มันคงจะยุ่งดีพิลึก

บังเอิญมันมีโจทย์อยู่ข้อหนึ่งว่า จะทำยังไงให้เด็กทั้งห้าร้อยคนนี้ รู้จักกัน และละลายพฤติกรรมให้กลายเป็นเพื่อนกันให้หมด

...และทำให้ได้โดยเร็วที่สุด

จะใช้วิธีนุ่มนวล น้องครับน้องขา พี่ๆ ชวนมาทำกิจกรรมกันนะครับ มีขนมมีรางวัลให้ มันก็คงได้ผลอยู่บ้าง แต่พนันได้เลยว่าครั้งแรกคนจะมาไม่ถึงครึ่ง และจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ในครั้งต่อไปอีกด้วย

ก็คงต้องเป็นไม้แข็งแบบนี้แหละครับ ที่จะทำให้ได้ผล และได้ผลเร็ว

เมื่อสิบกว่าปีก่อน ภายในเวลาหนึ่งเดือน ผมสามารถทำความรู้จักกับเพื่อนได้ไม่ต่ำกว่า 80% ของทั้งรุ่น

ก็ทำไปเพราะโดนบังคับนั่นแหละครับ ในตอนนั้นก็ทั้งเครียด ทั้งโกรธ ทั้งแค้นรุ่นพี่

ยังจำได้ถึงความทรมาน ห้าโมงเย็นเข้าแถว วิ่ง ลุกนั่ง วิดพื้น ร้องเพลงเชียร์ ฯลฯ กว่าจะได้กลับบ้านก็ห้าทุ่มเที่ยงคืน บางคืนก็ลากยาวไปตีหนึ่งตีสอง

หลังจากหมดเวรหมดกรรมกับห้องเชียร์ สิ่งที่ได้มาก็คือเพื่อนเกือบห้าร้อยคน รุ่นพี่อีกเป็นร้อย ถึงแม้จะไม่สนิทแต่ก็รู้จักกันหมด

ถ้าคิดกลับกันว่าไม่มีระบบเชียร์บ้าๆ แบบนี้ ผมคงจะรู้จักคนในคณะไม่ถึงร้อยคนแน่ๆ

เพราะถ้าชวนผมไปทำกิจกรรม ร้องเพลงเชียร์แบบกันเอง ผมคงไม่ไป

ไปทำไม.....มีแต่ผู้ชาย

จนวันที่ได้เป็นรุ่นพี่ ผมก็ไปช่วยงานเชียร์ตลอด ได้ว๊ากกับเค้าบ้างเหมือนกัน

พอเป็นรุ่นพี่แล้วก็ค่อนข้างเข้าใจอะไรมากขึ้น ว่าการเชียร์นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สักแต่ว่าอยากทำก็ทำ มันต้องมีการวางแผน มีความสม่ำเสมอ แล้วก็อะไรต่อมิอะไรอีกมาก

และผมก็รู้ปัญหาอย่างหนึ่งของห้องเชียร์ ก็คือพอเอาเข้าจริงแล้วมันเหนื่อย คนที่ตั้งใจทำงานมันมีไม่มาก แถมยังมีพวกขาจรที่มาว๊ากน้องมาแกล้งน้องเพื่อความมันส์แล้วสร้างปัญหา ซึ่งไอ้พวกนี้ก็ไม่มีใครคุมได้

ยิ่งเดี๋ยวนี้ กระแสสังคมก็กดดันเข้ามา บีบให้ระบบเชียร์ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วครับ

ระบบเชียร์เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ เวลาทำกิจกรรมลดลงจากห้าวัน เหลือสัปดาห์ละสี่วัน จนเดี๋ยวนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิดเหลือแค่สองหรือสามวัน และวันหนึ่งก็เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมง

ผมมองว่าการเชียร์มันก็เหมือนยาแรง ถ้าให้ยาแรงแล้วให้ไม่ครบ แทนที่ผู้ป่วยจะหาย มันจะกลายเป็นแย่ไปซะเปล่า

ยิ่งมองถึงกรณีล่าสุด ที่มีการซ่อมรุ่นน้องจนเกินพอดี ผมก็ยิ่งมองว่านอกจากยาจะไม่ครบแล้ว ดูเหมือนคนให้ยายังไม่มีความรู้อีกด้วย

ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ผมคิดว่าการเลิกระบบนี้ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

แต่ถ้าจะวกกลับไปหาโจทย์เดิมที่ว่า จะทำยังไงให้เด็กทั้งห้าร้อยคนนี้ รู้จักกัน และละลายพฤติกรรมให้กลายเป็นเพื่อนกันให้หมด

ถึงวันนี้ ผมก็ยังนึกคำตอบอย่างอื่นไม่ออกอยู่ดีครับ ^^"

11 July 2007

๒๙๙

คัดลอกมาจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เอามาตราเด็ดมาตราเดียวนี่แหละครับ

มาตรา ๒๙๙ บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

มีหลายกระแสบอกว่าไอ้มาตรานี้มันหมกเม็ด แล้วก็เป็นโบว์ดำที่สุดของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าใครสนใจข้อมูลเชิงลึกก็ลองไปหาบทวิเคราะห์วิจารณ์ที่เป็นกลางมาอ่านกันดูนะครับ

ส่วนผมบังเอิญได้เจอกับกระทู้น่าสนใจกระทู้หนึ่งจากพันทิพย์ เอารัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 มาโยงกันให้ดู พออ่านแล้วก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจเมื่อเห็นมาตราด้านล่างนี้

มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลาย ซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึด และควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว หรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง

พอเอามาโยงกับมาตรา 299 ของร่างรัฐธรรมนูญข้างบน ก็รู้สึกเหมือนมีเสียงอะไรก้องอยู่ในหัว

ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้....

ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้....

ก่อน...ยังพอเข้าใจ

แต่ หลัง...นี่หมายความว่าอะไร

อืม.. วิเคราะห์กันเอาเองนะครับว่านี่เป็นแค่การนิรโทษกรรมตัวเอง หรือสืบทอดอำนาจอันมหาศาลเหนือกฏหมายกันแน่

06 July 2007

Asian Cup

อีกไม่กี่ชั่วโมง มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียก็จะเริ่มขึ้นแล้วครับ

Asian Cup 2007 จัดขึ้นโดยเจ้าภาพร่วม 4 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม แล้วก็พี่ไทยของเรานี่เอง

ปกติ 4 ทีมเจ้าภาพนี้ก็ไม่ค่อยจะได้เข้ามาเตะรอบสุดท้ายกันเท่าไหร่หรอกครับ ส่วนใหญ่จะเหมาตกรอบแรกกันมากกว่า นี่ถ้าเค้าไม่ให้เจ้าภาพลงแข่งด้วยก็คงต้องนั่งดูชาวบ้านเตะกันเหมือนอย่างเคย

ว่ากันว่าปีนี้การแข่งชิงถ้วยใบนี้จะเข้มข้นขึ้นอีกหลายเท่า เพราะเป็นปีแรกที่ออสเตรเลียแหกทวีปมาลงแข่งกับเค้าด้วย

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 สาย สายละ 4 ทีม แต่ละสายก็มีประเทศเจ้าภาพร่วมแข่งด้วย เตะพบกันหมดทีมละ 3 นัด เอาเฉพาะที่ 1 และที่ 2 ของสายเข้ารอบ

ไทยแลนด์ของเราอยู่ในกลุ่ม A ประกอบด้วย ไทย อิรัก โอมาน แล้วก็น้องใหม่....ออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย! จ๊าก!!

เกจิอาจารย์ทั้งหลายต่างฟันธงกันว่า งานนี้เจ้าภาพทั้งหลายคงจะจูงมือกันตกรอบแรกหมด ดีไม่ดีสี่ประเทศจตุรเทพนี่อาจจะได้คะแนนรวมกัน 0 แต้ม ^^"

เห็นบ่อนพนันยุโรปตั้งราคาสี่สหายเจ้าภาพเป็นแชมป์ไว้ที่ 1/100 ก็คือแทง 1 บาท ถ้าถูกได้ 100 บาท เรียกได้ว่าไม่ให้ราคากันเลย

ผมคนไทย นั่งไม่เปลี่ยนชื่อยืนไม่เปลี่ยนแซ่ ยังไงก็ต้องเชียร์ทีมไทยวันยังค่ำ แต่ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับเกจิทั้งหลายว่าโอกาสได้แต้มมันยากเหลือเกิน

ถ้าจะมีลุ้นที่สุดก็ต้องพยายามยันเสมออิรักให้อยู่ในนัดเปิดสนาม แล้วนัดที่สองเจอกับโอมาน ต้องชนะให้ได้ ก็อาจพอมีลุ้นเข้ารอบสอง

ส่วนนัดสุดท้ายที่เจอออสเตรเลียนี่มหาหินจริงๆ ตัวหลักทีมชาติเค้ากลับมาหมด ลำพังค่าจ้างแค่วิดูก้าคนเดียวก็คงเท่าจ้างทั้งนักเตะทั้งโค้ชไทยทั้งทีม

แต่มันก็ไม่แน่ ฟุตบอลก็ลูกกลมๆ หนึ่งทีมมี 22 เท้าเท่ากัน สนามก็ของเรา กองเชียร์เราก็มากกว่า ถ้าเกิดปาฏิหารย์ไทยชนะออสเตรเลียขึ้นได้นี่ คงได้ยืดกันไปอีกหลายปีเลยล่ะครับ

ขนาดอาร์เซน่อลเมื่อหลายปีก่อนยังเคยโดนซิโก้สอนเชิงด้วยลูกเตะสะดุดยอดหญ้าอันโด่งดังไปแล้ว คราวนี้ขอทีผู้เฒ่าอย่างตะวันสอนเชิงออสเตรเลียหน่อยจะเป็นไรไป...พิมพ์ไปก็ถอนหายใจไป ^^"

เอาวะ ไทยแลนด์ สู้ สู้ p(^o^)q

04 July 2007

โบว์แดง

มีหลายคนถามผมว่ารูปโบว์แดงที่ผมใช้ใน MSN ตอนนี้ หมายความว่าอะไร

โบว์แดง = ไม่เอาเผด็จการ ครับผม

ต่างคนต่างความคิด การเปิดรับและเข้าถึงข้อมูลต่างกัน ผมคิดว่าก็ผมรับข้อมูลจากหลายช่องทาง แต่สุดท้ายก็สรุปได้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงว่า

ผมไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ไม่ชอบใจการทำงานของรัฐบาลและทหารภายในระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา

จนถึงวันนี้ผมก็ยังรู้สึกเซ็งเวลาเห็นข่าวแต่ละข่าวที่ออกมาจากเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นข่าวไล่บี้อดีตนายก หรือการโชว์โง่โชว์งาบของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

อ้างโน่นอ้างนี่ตอนปฏิวัติ สุดท้ายถึงทุกวันนี้ทั้งๆ ที่มีธงจ๋า ตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องเค้าทุกวัน ก็ยังจับอะไรไม่ได้ซักเรื่อง

ขอทีเถอะครับไอ้เรื่องที่ดินรัชดา เรื่องงี่เง่าพรรค์นี้กลายเป็นเรื่องเด่นเรื่องเดียวที่เป็นคดีขึ้นโรงขึ้นศาล ขอถามหน่อยเถอะเรื่องแค่นี้มันรุนแรงขนาดต้องปฏิวัติเลยใช่มั้ย

ก่อนปฏิวัติครั้งนั้น อีกไม่ถึงเดือนก็จะเลือกตั้งแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินแล้ว กกต.ก็เป็นชุดใหม่แล้ว พรรคการเมืองฝ่ายค้านทั้งหลายก็ประกาศลงแข่งด้วยแล้ว ทุกอย่างพร้อมแล้ว ปรากฏว่าเจออำนาจปืนเข้าให้ต้องลากยาวไปถึงปลายปีนี้

รัฐธรรมนูญใหม่ยังลูกผีลูกคน จะผ่านหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ดีไม่ดีจะได้รอไปเลือกตั้งเอาชาติหน้า ทีอย่างนี้มาบอกให้อดทนรอ

9 เดือนที่ผ่านมานี่งาบงบกันหน้าด้านๆ กันไปตั้งเยอะแล้ว ทั้งงบปฏิวัติ งบความมั่นคง งบบ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้ทั้งที่หลุดออกมาและไม่เปิดเผย

ทีอย่างนี้สื่อประชาธิปไตยทั้งหลายไม่ไล่กัดให้เสียผู้เสียคนบ้างล่ะครับ

พอนึกถึงม๊อบพันธมิตรเมื่อปีที่แล้วก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด ตอนนั้นบ้านเมืองสงบสุขอยู่ดีๆ ก็มีพวกนี้มาป่วนมาประท้วงกัน เอาเรื่องราวมั่วซั่วที่ไหนก็ไม่รู้มาป้ายสีกันอย่างสนุกสนาน

ยังจำกันได้ไหมครับ วัดพระแก้ว ปฏิญญาฟินแลนด์ เกาะกูด ทุบศาลพระพรหม หมิ่นพระบรมราชานุภาพ ฯลฯ ถึงตอนนี้พิสูจน์แล้วว่ามีเรื่องจริงบ้างหรือเปล่า

ส่วนเรื่องขายหุ้นของอดีตนายก ถึงปัจจุบันก็ยังเอาผิดไม่ได้ บัญชีที่ถูกอายัดไปก็เพราะอ้างว่าเงินหายไปสองหมื่นล้าน พอเจอว่าเงินไม่ได้ไปไหนก็ไม่เห็นจะยกเลิกคำสั่งอายัดหรือขอโทษ เอากับเขาสิ

แหม่ คนบริสุทธิ์ผุดผ่องคงจะต้องเป็นพวกล้มละลายอย่างสนธิประชัยมั้งครับ แต่พวกนี้ก็แปลก ขนาดล้มละลายยังมีเงินเหลือกันหลายร้อยล้าน

ถ้าจะให้ผมสมมุติเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็คงประมาณว่ามีนักเลงขาใหญ่ประจำโรงเรียนสองโรงเรียนเป็นคู่อริกัน จู่ๆ มาวันนึงไอ้โรงเรียนต่างถิ่นก็มาตั้งหลักด่าขว้างปาสิ่งของเพื่อชวนเจ้าถิ่นทะเลาะ ถึงตัวเจ้าถิ่นจะแสบไม่เบาแต่ก็ยังไม่ได้ออกมาเปิดสงครามด้วย

การชุมนุมของนักเลงต่างถิ่นเริ่มยืดเยื้อเพราะเจ้าถิ่นไม่เล่นด้วย แต่อยู่ๆ วันดีคืนดีตำรวจก็โผล่เข้ามา เผาโรงเรียนทิ้ง แล้วจับไอ้นักเลงเจ้าถิ่นเข้าคุก ทั้งๆ ที่มันยังไม่ได้โผล่หน้าออกมานอกโรงเรียนด้วยซ้ำ ด้วยอ้างว่าเพื่อความสงบสุข

ส่วนไอ้ตัวที่คอยหาเรื่องแทนที่จะโดนโทษไปด้วย กลับได้รับสินบนนำจับซะอีก โอ้โห แหล่มลิงๆ

เอ้อ อย่าลืมนะครับ จตุคามรามเทพรุ่นยามเฝ้าแผ่นดิน สร้างจากวัตถุศักดิ์สิทธิ์ อิทฤทธิ์ปาฏิหารย์ร้อยแปด รีบๆ หามาบูชากันไว้ ยิ่งห้อยมากยิ่งรวยมาก

แต่ท่านแป๊ะนรกต่างหากนะครับที่รวย...ก๊าก

ยิ่งเขียนก็ยิ่งยาว ยิ่งมันส์เหลือเกินครับ จะมีใครอ่านถึงบรรทัดนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้

อ่านไม่อ่านก็ไม่ว่ากัน เห็นตรงหรือไม่ตรงก็ไม่ว่ากัน ส่วนตัวผมก็ยังยืนยันว่าถ้ามีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลก่อนชั่วช้าเลวทราม ผมก็พร้อมที่จะประนามได้ทันที

แต่จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นหลักฐานพวกนั้น ไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ

ผมเห็นสนามบินพังเพราะความจงใจของคนบางกลุ่ม ผมเห็นงบลับหลายพันล้านบาท ผมเห็นการข่มขู่เพื่อเรียกงบประมาณจากรัฐวิสาหกิจ ผมเห็นการจ้างม๊อบไปประท้วงหน้าสถานฑูตสิงคโปร์ ผมเห็นการปลุกกระแสคลั่งชาติ ผมเห็นการล้มโครงการที่มีประโยชน์ ผมเห็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของคนไทย ผมเห็นการกล่าวหาลอยๆ ไปวันๆ ผมเห็นการบริหารงานที่ไม่ได้เรื่อง ผมเห็นข่าวครู พระ ทหาร ชาวบ้าน เสียชีวิตที่ภาคใต้ทุกวัน

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมค่อนข้างเชื่อว่า คาร์บอมบ์เมื่อสมัยนู้นเป็นของจริง ระเบิดปีใหม่เป็นแค่การสร้างสถานการณ์เพื่อตั้งงบ มือระเบิดพันธมิตรเป็นตัวจริง ศาลยุคใหม่ตัดสินคดีตามธง

ใครอ่านจบแล้วเปลี่ยนใจจะมาติดโบว์แดงด้วย ก็เชิญตามอัธยาศัยนะครับ ^^