The Intersect

30 August 2007

KFC

ด้วยความที่ขี้เกียจทำกับข้าว ผมกับภรรยาจึงมักจะไปซื้อ KFC มากินกันอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ครั้ง เติมสีสันให้ชีวิต

ไก่เมนูหลักของ KFC ออสเตรเลียเป็นสูตรต้นตำรับ จืดๆ เหี่ยวๆ ไม่ค่อยอร่อย แต่โชคดีที่หนึ่งในเมนูที่มีให้เลือก มีปีกไก่สูตร Hot & Spicy อยู่ด้วยครับ

สูตร Hot & Spicy นี่ก็เป็นสูตรที่รสชาติคล้าย KFC บ้านเรา กรอบนอกนุ่มใน ออกรสเครื่องเทศนิดๆ กินกับโค้กเข้ากันเป็นอย่างดี

แถมเจ้าปีกไก่ที่มีชื่อเรียกว่า Wicked Wings นี้ยังราคาถูก เรียกได้ว่าถูกที่สุดในเมนูเลยมั้ง ก็เลยถูกใจผมกับภรรยาอย่างมาก

ดังนั้นเวลาอยากกิน KFC ก็เลยจะเดินเข้าร้านไม่ต้องคิด สั่งเจ้า Wicked Wings นี่อย่างเดียวแล้วเอากลับมากินที่บ้าน

เมื่อก่อนมันก็อร่อยอยู่หรอกครับ แต่หลังๆ มานี่ไม่รู้เป็นอะไรของมัน

สามสี่ครั้งติดๆ กันแล้ว ที่เจ้าปีกไก่สูตรนี้ รสชาติไม่เหมือนเดิมเลยซักครั้ง

บางทีก็จืดไป บางทีก็ไม่กรอบ บางทีก็เค็ม สี่ครั้งสุดท้ายที่ซื้อมา มีครั้งเดียวที่อร่อยถูกใจ

ครั้งก่อนๆ หน้าถึงแม้จะค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่ก็ยังพอกล้อมแกล้ม มาครั้งล่าสุดนี่แหละครับที่รู้สึกพิศวงงงงวยกับมาตรฐานของ KFC อาร์มิเดล

เค็ม!

เค็มโคตรๆ!!

นี่เราเข้าร้านผิดไปเข้าเค็มเอฟซีหรือเปล่าเนี่ย

ไม่รู้มันทำยังไงให้เค็มได้ขนาดนี้ เหมือนกับใช้ไก่ที่เลี้ยงด้วยเกลือมาคลุกเกลือแล้วเอาไปทอดในน้ำเกลือผสมเกลือป่น แล้วเอามาโรยเกลืออีกทีก่อนเสริฟ

ขนาดผมเป็นคนชอบกินเค็ม ยังกินเข้าไปได้แค่ 3-4 ชิ้นก็ทนไม่ไหวซะแล้ว

จะทิ้งก็เสียดาย เงินตูทั้งนั้น ก็เลยเก็บไปทำเป็นอาหารมื้ออื่นแทน ปรุงโน่นปรุงนี่เข้าหน่อยคงลดความเค็มให้พอกินได้บ้าง

กินแล้วก็มานั่งคุยกับคุณภรรยาว่า ก็พอเข้าใจว่าบางทีมันอาจจะมีผิดสูตรกันได้บ้าง แต่แหกสูตรมาขนาดนี้นี่มันไม่ไหวแล้ว

ก็เลยว่าคราวหน้าคงจะให้โอกาส ลองอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ไม่อร่อยก็คงเลิกคบ หาอย่างอื่นกินแทนดีกว่า

นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่พอนึกกลับไป ยังเค็มไม่หายเลยครับ ^^"

24 August 2007

มั่ว

เนื่องด้วยบ้านหลังที่ผมซุกหัวนอนอยู่ตอนนี้ มีสภาพค่อนข้างเก่า ยิ่งอยู่ไปมันก็ยิ่งเก่ามากขึ้น

บางอย่างที่ทนได้ก็ปล่อยไว้ ส่วนที่ทนไม่ได้ก็ต้องซ่อมแซมปรับปรุงกันไปตามสภาพ

ล่าสุดที่รำคาญจนทนไม่ได้ ก็คือประตูตู้เสื้อผ้าที่ตัวยึดพลาสติกหลุดหายไปไหนก็ไม่รู้ ทำให้ประตูปิดไม่ได้เปิดพะเยิบพะยาบตลอดทั้งวัน เห็นแล้วหงุดหงิดรำคาญใจยิ่งนัก

ผมกับภรรยาก็เลยพาไปกันซื้ออะไหล่ เดินไปเดินมาหาตั้งนานก็ยังไม่เจอ

อาจด้วยความที่ร้านใกล้ปิด พนักงานรุ่นราวคราวเดียวกับลุงก็เลยเดินมาถามว่า หาอะไรอยู่เหรอ

เอาล่ะสิครับ รู้ก็รู้อยู่ว่าต้องการอะไร แต่มันมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรล่ะ -_-

"จะเอาไอ้ตัวที่เอาไว้ยึดประตู ที่เป็นตัวหนีบพลาสติกกลมๆ น่ะครับ"

ลุงงง

"ลุงนึกออกมั้ยครับ ประตูตู้มันมีแท่งเหล็กยื่นๆ ออกมา แล้วมันก็ต้องใช้ตัวนี้หนีบเพื่อล๊อคประตู"

ลุงมึน

"มันเอาไว้หนีบน่ะครับ หนีบเหล็กยื่นๆ"

"ฯลฯ"

แต่ลุงก็ยังดูมึนๆ อยู่

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความแอ๊บแบ๊วของคุณภรรยาหรือความอยากปิดร้านกลับบ้านถึงทำให้ลุงยืนพยายามทำความเข้าใจอยู่นานสองนาน และแล้วลุงก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

ลุงเดินหายไปซักพักแล้วก็โผล่มาพร้อมกับชุดตัวยึดประตู ตามที่ต้องการเป๊ะ

ผมกับภรรยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ของที่ต้องการ แล้วลุงก็บอกชื่อภาษาอังกฤษของเจ้าตัวนี้ให้ เผื่อคราวหน้ามาซื้ออีกจะได้ไม่ต้องมั่ว

ชื่อภาษาอังกฤษของมันน่ะหรือครับ มันก็คือ...

.....

............

ลืมไปแล้วอะครับ ^^"

22 August 2007

เห่ย

อาทิตย์ที่แล้ว นั่งเอางานเก่าที่ได้ตีพิมพ์มาเขียนต่อยอด กะจะส่งไป Conference ซักที่หนึ่ง

เพราะมีโครงของเดิมอยู่แล้ว เติมโน่นนิด ตัดนี่หน่อย ใช้เวลาสามสี่วันก็เสร็จตามที่ต้องการ

แต่เนื่องจากผมจะได้เจออาจารย์เฉพาะวันพฤหัสเท่านั้น ก็เลยยังไม่ได้ส่ง กะเผื่อไว้ว่าอาจจะได้ตรวจทานก่อนอีกซักรอบ

พรุ่งนี้ถึงวันนัดพบกับอาจารย์ ก็เลยลองเอามานั่งไล่ดูอีกซักรอบ เพื่อความเนียน

อ่านๆ ไปนิดหน่อย ก็รู้สึกว่า เอ๊ะตรงนี้ไม่ค่อยดีแฮะ ตรงนั้นน่าจะขยายหน่อย

ยิ่งอ่านไปยิ่งรู้สึกแปลก เอ๊ะตรงนี้ตูเขียนมาทำไมเนี่ย อ้าวตรงนั้นหมายความว่าอะไร อ่านแล้วไม่เข้าใจ

เวรกรรม อ่านเองยังมึน แล้วอย่างนี้ส่งไปที่ไหนใครเค้าจะรับเนี่ย -"-

รู้สึกว่าอยู่เมืองนอกมา 2 ปี อ่านหนังสืออ่านตำราอะไรมาก็มาก แทนที่ทักษะด้านภาษาจะดีขึ้น ไปๆ มาๆ ดูเหมือนจะแย่ลงหรือเปล่าเนี่ย

หรือว่าเป็นเพราะเหตุนี้เอง อาจารย์ที่เคารพถึงดองงานที่ส่งไปซะจนเค็ม ไม่ยอมหยิบเอาขึ้นมาอ่านซักที

จะรอดมั้ยเนี่ยเรา ^^"

12 August 2007

บอล

ซุนวูกล่าวไว้ว่า "ยังไม่ได้เล่นวินนิ่ง อย่าคิดการใหญ่"

ฟุตบอลสโมสรอังกฤษเริ่มเปิดฉากแล้วเมื่อคืนวานนี้ครับ คอบอลทั้งหลายที่อดอยากปากแห้งมานาน ก็คงได้ถึงเวลาดูบอลให้ฉ่ำปอดกันสักที

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคำคมของซุนวู... ก็ช่างมันเถอะ ^^"

จะว่าไปปีนี้ก็มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลของอังกฤษ แต่ที่น่าสนใจแล้วก็เกี่ยวข้องกับบ้านเราเยอะก็เห็นจะมีอยู่สองเรื่อง

เรื่องแรกก็คือการเปิดช่องกีฬาใหม่ของ UBC True Vision สำหรับสมาชิก Platinum ที่ทำให้ขาเชียร์บอลทั้งหลายหายใจไม่ทั่วท้อง ว่าผู้ให้บริการจะลีลาหรือไม่

เพราะก่อนหน้านี้สมาชิกแบบ Gold ที่ราคาถูกกว่ากันไปพอสมควร ได้ดูฟุตบอลสัปดาห์ละ 5-6 คู่ โดยเฉพาะคู่ที่มีบิ๊กโฟร์นั้นแทบไม่มีพลาดเลยซักนัด

บิ๊กโฟร์ที่ว่า ก็ไม่ใช่ใครอื่นครับ แมนยู เชลซี ลิเวอร์พูล อาร์เซนอล ตัวเต็งแชมป์ทั้งหลาย

ถ้านัดที่ทีมใหญ่ทั้งหลายแข่งโดนย้ายไปฉายช่องใหม่สำหรับสมาชิกเทพเท่านั้น สมาชิกเก่าก็คงไม่พอใจแน่ๆ

แต่ในที่สุดดูเหมือนว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สมาชิกเก่าสามารถรับชมบอลใหญ่ได้เหมือนเดิม สมาชิกเทพก็มีบอลคู่รองให้เลือกดูมากขึ้น ก็ถือว่าคงจะจบลงด้วยดี

ส่วนพวกอยู่ต่างประเทศอย่างผม ก็หาดูฟรีทางเน็ตกันต่อไปนะครับ ฟังบอลพากย์จีนนี่ มันส์ไปอีกแบบเหมือนกัน ^^"

เรื่องใหญ่เรื่องที่สองก็หนีไม่พ้นเรื่องกีฬาควบการเมือง

จะใครซะอีกล่ะครับ ก็การเทคโอเวอร์ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ของอดีตนายกชาวไทยนั่นเอง

งานนี้เล่นเอาหน้าแหกหมอไม่รับเย็บกันเป็นทิวแถว กับการสบประมาทว่าไม่เอาจริงหรอก แค่สร้างข่าว อยากดัง ฯลฯ

เผลอแป๊บเดียว ท่านประธานสโมสรคนใหม่ก็กวาดหุ้นเบ็ดเสร็จ แล้วก็ได้ผู้จัดการทีมฝีมือดีอย่างป๋าเหน่งมาคุมทีม

ยิงปืนนัดเดียวไม่รู้ได้นกกี่ตัว ได้ลองธุรกิจใหม่ ได้สร้างข่าว ได้ดัง แถมยังได้ฟอกตัวซะสะอาดด้วยองค์กรตรวจสอบที่น่าเชื่อถือกว่ากลุ่มป้าย่น ลุงม้า ฯลฯ หลายร้อยขุม

ช่วงเวลาเดือนเดียวที่มีเวลาเตรียมตัว เจ้าเรือใบสีฟ้าก็สอยนักเตะดาวรุ่งมาร่วมทีมแล้วตั้ง 9 คน เซียนเกมส์ FM (Football Manager) ทั้งหลายต่างซรู๊ดปากแล้วบอกว่า แต่ละตัว อย่างเต้พ อย่างเต้พ

นัดแรกเปิดฤดูกาลก็ทำฟอร์มหรู บุกไปถล่มเวสต์แฮมถึงบ้าน 2-0 ทำเอากองแช่งกระอักเลือดไปตามๆ กัน

ก็คงได้ลุ้นกันล่ะครับว่าแมนซิตี้ฤดูกาลนี้จะหนีตกชั้นเหมือนฤดูกาลก่อน หรือทำอันดับได้ติด 1 ใน 10 อย่างที่ท่านประธานคนใหม่โม้ไว้ อีกแค่ 37 นัดก็รู้ผล

ไม่ว่าจะเชียร์ใครชอบใคร ก็ขอให้เชียร์บอลกันให้สนุกนะครับ ^^

02 August 2007

ยิ้มหวาน