The Intersect

05 December 2007

บ้าน

ปกติแล้วการเดินทางจากอาร์มิเดลไปเชียงใหม่ จะสามารถทำได้ภายในวันเดียว ถ้าบินออกจากอาร์มิเดลเที่ยวเช้าสุดก็จะไปทันต่อเครื่องที่ซิดนีย์ไปกรุงเทพพอดี แล้วก็กลับถึงเชียงใหม่ช่วงหัวค่ำ หรือไม่อย่างนั้นก็ออกจากอาร์มิเดลช่วงบ่ายเพื่อไปขึ้นเครื่องที่ซิดนีย์รอบค่ำ ถึงเชียงใหม่ก็สายๆ ของอีกวันหนึ่ง

แต่เนื่องด้วยช่วงนี้ออสเตรเลียอยู่ในระหว่าง Daylight Saving ซึ่งเวลาต่างกับบ้านเราจากปกติ 3 ชั่วโมงเป็น 4 ชั่วโมง ตารางการบินก็เลยเปลี่ยนแปลง ถ้าบินออกจากอาร์มิเดลเที่ยวเช้าสุดกลายเป็นจะไปไม่ทันต่อเครื่องที่ซิดนีย์ครับ

ผมจองตั๋วเครื่องบินตั้งแต่ก่อนปรับเวลา ลืมนึกถึงข้อนี้ไป ก็เลยซวย ต้องหาทางแก้เฉพาะหน้าไปก่อน เนื่องจากเลื่อนตั๋วซิดนีย-กรุงเทพไม่ทันซะแล้ว

วิธีที่คิดออกก็มี 3 แบบ ก็คือไปนอนที่โรงแรมใกล้ๆ สนามบิน หรือไปนอน YHA ถูกๆ ในเมือง หรือหน้าด้านนอนมันคาสนามบินไปเลย

ทั้ง 3 ออปชั่นนี่ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ วิธีแรกก็แพงมาก วิธีที่สองก็ไม่ค่อยปลอดภัยกับทรัพย์สิน ส่วนวิธีสุดท้ายนี่คงทรมานสังขารพิลึก

เดชะบุญที่โชคดีมีโอกาสคุยกับเพื่อนที่อยู่ซิดนีย์ แล้วเพื่อนก็ออกตัวชวนให้ไปค้างด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นก็ยังไม่รู้ว่าผมจะได้นอนที่ไหนเหมือนกัน

ก็ต้องขอบคุณ แพร เอ็ด และคุณแม่ของแพร ไว้ที่นี้อีกทีนะครับ สำหรับที่พักแสนสบาย กับข้าวเย็นแสนอร่อยที่ซิดนีย์ ^^

ผมถึงสนามบินตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า หลังจากรอเช็คอินเกือบชั่วโมง เดินเตร็ดเตร่อีกเป็นชั่วโมง ก็ได้เวลาขึ้นเครื่องบิน

ตกใจสุดๆ เลยครับพอได้นั่งตรงเก้าอี้ของตัวเอง เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นว่า

มี "จอทีวีส่วนตัว" ติดอยู่ด้วย

เป็นครั้งแรกครับที่ได้นั่งการบินไทยแล้วได้มีจอส่วนตัว แล้วก็แน่นอนครับ นี่ชั้นประหยัดธรรมดา เพราะหน้าอย่างผมคงไม่มีเงินไปจ่ายชั้นธุรกิจ

จอทีวีของการบินไทย มาพร้อมกับรายการ Entertainments on demands หมายถึงอยากดูหนังฟังเพลงเรื่องหรือเล่นเกมส์อะไรเมื่อไหร่ ถ้ามีอยู่ในโปรแกรมก็สามารถดูได้ตามอัธยาศัย

ดูหนังอยู่แล้วปวดฉี่ ก็ pause แล้วกลับมาดูต่อได้

เจ๋งมากครับ

นี่เป็นครั้งแรกที่นั่งการบินไทยแล้วไม่รู้สึกเซ็งหรือเบื่อเลยตลอดการเดินทาง 8 ชั่วโมงกว่า ก็เล่นมีหนังดีๆ ให้เลือกดูตลอดนี่นา

ตรงนี้จะแพ้ของสิงค์โปรแอร์ไลน์นิดหน่อยก็ตรงที่เกมส์ที่คัดมามันออกจะเห่ยไปนิด แต่ไม่เป็นไรได้แค่นี้ก็ดีใจแทบตายแล้ว

นั่งเครื่องครั้งนี้มีจุดสังเกตอีกนิดนึงว่าเดี๋ยวนี้การเสริฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ถี่เหมือนเดิม ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่น้ำส้มน้ำผลไม้เสียมากกว่า

พอถึงสุวรรณภูมิ ก็รู้สึกว่าครั้งนี้สุวรรณภูมิพัฒนาดีขึ้น ป้ายบอกทางต่างๆ ชัดเจนขึ้นมาก รวมทั้งเห็นโครงการสร้างห้องน้ำเพิ่มขึ้นอีกหลายห้อง

ถึงแม้จะไม่ชอบรัฐบาลทหาร ถึงแม้จะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเริ่มทำงาน แต่ทำดีก็ต้องชมครับ ดีใจด้วยที่ไม่บ้าหลับหูหลับตาเผาสนามบินเพื่อหาข้ออ้างไล่คนๆ เดียวอีกต่อไป

หลังใช้เวลาที่สุวรรณภูมิซักพัก ก็ขึ้นเครื่องต่อมาเชียงใหม่ แล้วก็ได้ตกใจอีกครั้ง

เฮ้ย เครื่องในประเทศก็มีทีวีส่วนตัว!!

ต่างกันนิดหน่อยที่เนื่องจากเวลาเดินทางน้อยกว่า เลยไม่มีหนังหรือทีวีให้ดู แต่ก็ไม่เป็นไร แค่นี้ก็เท่เกินพอแล้ว

กลับถึงเชียงใหม่ก็ยิ้มแทบแก้มปริเมื่อครอบครัวยกกันมารับทั้งบ้าน

เด็กชายกษิตชลคนน่อย ตัวเล็กกว่าที่เห็นในรูปในวีดิโอ แต่ก็น่ารักกว่ามากเช่นกัน

พูดเก่ง เดินเก่ง อ้อนเก่งเหลือเกินนะครับน้องอาร์ม

ท่าทางหนึ่งเดือนแห่งการพักผ่อน จะต้องหมดไปอย่างรวดเร็วแน่นอนเลยครับ ^^

01 December 2007

บัตร

เนื่องด้วยวันจันทร์หน้าจะหนีซุปไปพักผ่อนที่เมืองไทย วันนี้ก็เลยได้ฤกษ์ซื้อของกลับบ้านครับ

ตอนนี้เมืองอาร์มิเดลดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้น มีห้างทั้งเปิดทั้งปรับปรุงใหม่ เป็นทางเลือกของชาวเมืองและนักศึกษากะเหรี่ยงทั้งหลาย

ผมก็ตรงไปที่ Woolworth ที่เปิดใหม่ เพราะพ่อกับแม่ฝากซื้อไวน์แดงกล่องใหญ่

ไวน์ที่ออสเตรเลียนี่ราคาถูกดีครับ 4 ลิตรแค่ประมาณสิบเหรียญเท่านั้นเอง ตกเป็นเงินไทยก็สามร้อยบาท แถมยังรสชาติดีขนาดที่กลับบ้านทีไรต้องถูกฝากซื้อทุกทีอีกต่างหาก

ระบบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นี่เคร่งครัด เด็กอายุไม่ถึง 18 ปีจะซื้อไม่ได้เด็ดขาด ไม่เหมือนบ้านเราที่มองซ้ายมองขวาไม่เห็นโปลิศก็ซื้อขายกันได้แล้ว

ผมก็เลือกไวน์ตามคำสั่ง แล้วก็เดินไปจ่ายเงินกับพนักงาน

พนักงานยิ้มทักทาย มองหน้า แล้วก็หยุดอยู่พักนึงถึงถามออกมาว่า

"ขอดูบัตรหน่อยครับ"

โถ่อีตาพนักงานคนนี้ ดูไม่ออกรึไงเนี่ยว่าผม 24 แล้ว

แหม่ หน้าอ่อนขนาดนี้ ถ้าไม่พกบัตรไป สงสัยพ่อกับแม่อดกินไวน์แน่เลย ^^