ผมกลับถึงเชียงใหม่แล้วครับ รอบนี้จะกลับเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนเพื่อทำการทดลองเก็บข้อมูล แล้วกลับไปออสเตรเลียคราวหน้าก็คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ต้องเข็นให้จบให้ได้
ว่าแต่ช่วงนี้รู้สึกดวงเดินทางจะตกเหลือเกิน แผนหลายอย่างที่วางไว้มีอันต้องมีปัญหาไปซะเกือบหมด
เริ่มตั้งแต่เมื่อกลางเดือนที่แล้ว ที่ครอบครัวคุณภรรยามาเที่ยวออสเตรเลีย ตอนเดินทางกลับก็วางแผนว่าจะนั่งรถไฟไปลงสนามบิน ออกเดินทางก่อนเครื่องออกตั้งสามชั่วโมง ปรากฏว่าสุดท้ายตกเครื่องกันหมด
ปัญหาครั้งนั้นเริ่มตั้งแต่รถไฟไม่วิ่งเพราะมีซ่อมถนน แล้วก็มาเจอปัญหาปลีกย่อยอีกสารพัดเช่นรถเมล์ที่มาแทนวิ่งช้า คนขับไม่ชินทาง จอดรถไกลสถานี รถไฟที่มาต่อก็มาช้า ตั๋วรถไฟใช้ไม่ได้ต้องเสียเวลาซื้อใหม่ พาสปอร์ตตกหาย ฯลฯ จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะวางแผนผิดเอง ทำให้รู้สึกเข็ดกับการเดินทางไปมาก
มาครั้งนี้ที่จะเดินทางกลับเมืองไทยกับภรรยากับลูก ก็เลยวางแผนรัดกุม ที่ไหนได้ ก่อนเดินทางแค่ 10 ชั่วโมง แควนตัสโทรศัพท์มาแจ้งข่าวดี
เครื่องบินที่จะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าต้องยกเลิก เพราะนักบินป่วย -_-นักบินป่วยเนี่ยนะ แล้วเพิ่งโทรมาบอก -"-
เปลี่ยนเที่ยวบินก็ไม่ได้เพราะจะไปต่อเครื่องที่ซิดนีย์หรือสิงค์โปร์ไม่ทัน ผมกับภรรยาคิดหาวิธีแก้ไขกันจนหัวยุ่ง ทางเลือกที่น่าสนใจทางนึงคือขับรถไปเมืองใกล้ๆ แล้วต่อเครื่องบินไปซิดนีย์ แต่ก็มีข้อเสียที่กลัวว่าจะไม่ทันเวลาเช็คอิน เพราะสนามบินในประเทศกับต่างประเทศของซิดนีย์ไกลกันพอสมควร ต้องนั่งรถไฟ
ประกอบกับที่เพิ่งเจอประสบการณ์เลวร้ายที่ทำครอบครัวภรรยาตกเครื่องบินไป ผมก็เลยตัดสินใจไม่เสี่ยงดีกว่า แล้วก็ตกลงขับรถลงซิดนีย์เลย
อาร์มิเดลซิดนีย์ไปเครื่องบินใช้เวลาชั่วโมงเดียว แต่ถ้าขับรถก็ 7 ชั่วโมงครับ แถมยังมีเจ้าตัวเล็กนั่งไปด้วยอีก ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
ดีที่เพื่อนบ้านของผม พี่ปอนด์ ใจดีช่วยขับรถไปส่ง ไม่งั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอารถไปทิ้งไว้ที่ซิดนีย์แล้วจะเอากลับอาร์มิเดลยังไง
รู้ข่าวเครื่องบินงดตอนสองทุ่ม แล้วขับรถออกมาเลยตอนสี่ทุ่ม ทุลักทุเลสิ้นดีครับ
ขับรถไปถึงซิดนีย์แล้วต่อเครื่องบินกลับถึงเชียงใหม่อย่างสวัสดิภาพ ก็นึกว่าจะหมดปัญหาแล้ว ปรากฏพี่ปอนด์โทรศัพท์ข้ามโลกมาบอกว่า
รถไปจอดตายอยู่กลางทางระหว่างขากลับอาร์มิเดลต้องนอนค้างกลางทางก็ถือว่าเป็นโชคดีในความโชคร้ายที่รถไปจอดตายกลางเมืองระหว่างทางพอดี ถ้าต้องไปจอดตายอยู่กลางไฮเวย์นี่คงดูไม่จืด
พี่ปอนด์ค้างกลางทางหนึ่งคืน จ่ายค่าซ่อมรถไปร้อยกว่าเหรียญ เพื่อที่จะกลับไปถึงอาร์มิเดลแล้วเจอข่าวร้ายอีกข่าวหนึ่ง
ขโมยขึ้นบ้าน!! -"-ผมอยู่บ้านนี้มาจะสามปี ยังไม่เคยเจอขโมยขึ้นบ้าน อยู่ๆ มางวดนี้ไม่รู้จะซวยอะไรหนักหนา ประตูหลังบ้านโดนพังเข้าไปซะงั้น
กล้องถ่ายรูปหายไป นอกจากนั้นก็มีของมีค่าเล็กๆ น้อยๆ อีกนิดหน่อยที่หาไม่เจอ
เดชะบุญสวรรค์มีตา หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ยินข่าวจากพี่ปอนด์ว่าตำรวจจับขโมยได้แล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าจับได้ตั้งแต่เมื่อไหร่หรือยังไง ได้ข่าวแค่ว่าสาวข้างบ้านโทรแจ้งตำรวจไว้
ทั้งๆ ที่วันๆ ไม่เคยได้คุยกันเลย ปรากฏว่าพอถึงเวลาคับขันก็มีน้ำใจช่วยเหลือกัน น่าดีใจจังเลยครับ
คาดว่าคงเพราะขโมยพังประตูเข้ามาทำให้เสียงดังผิดปกติ ข้างบ้านเลยเอะใจโทรไปหาตำรวจ แล้วตำรวจก็อาจจะจับขโมยได้คาบ้านเลย เพราะของที่หายไปนั่นหายไปไม่กี่รายการ คงเป็นเพราะหัวขโมยกำลังรีบหนีหรือไม่อย่างนั้นก็ถูกจับ ณ จุดนั้น
ตอนนี้ก็เลยได้ของคืนหมดแล้วครับ ก็หวังว่าโชคซวยจะจบลงแค่นี้
กลับไปอาร์มิเดลคราวหน้าซื้อหวยแก้เคล็ดซักงวดดีมั้ยเนี่ย ^^"