มาทำขนมกินกันเถอะ
ทำ มันต้มขิง กันครับ ทำง่าย เครื่องปรุงน้อย และดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่ท้องอืดท้องเฟ้อบ่อย ๆ เพราะขิงมีฤทธิ์ขับลม และปรับธาตุได้ดี
เครื่องปรุงก็คือ มันฝรั่ง (Sweat Potato) ขิง (Ginger) แล้วก็น้ำตาลทราย (Sugar) จริง ๆ ควรใช้น้ำตาลทรายแดง เพราะจะหอมกว่า แต่ถ้าไม่มี ก็น้ำตาลทรายขาวก็ได้ แต่ไม่ควรใช้น้ำตาลปึก
ก่อนอื่น ก็เอาขิงมาล้าง ควรจะใช้ขิงแก่ เพราะจะเผ็ดกว่าขิงอ่อน จะได้ไม่ต้องใช้เยอะ เสร็จแล้วเอาช้อนขูดเอาผิวนอกออก หรือว่าจะใช้มีดก็ได้ เสร็จแล้วก็ใช้สันมีด หรือว่าอะไรก็ได้ที่หนัก ๆ (เช่นสาก) ทุบขิงให้ช้ำเลือดช้ำหนอง จะให้ดีควรจะให้ถึงขั้นเลือดตกยางออก ก่อนที่จะฝานให้เป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้น้ำขิงไหลเยิ้มออกมาได้ดี
เสร็จแล้วก็ปอกมัน แล้วก็หั่นให้เป็นชิ้นเท่า ๆ กัน จะได้สุกเท่า ๆ กัน กะให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ อย่าให้ถึงขั้นคับปาก เพราะจะกินยาก และทำให้สุกยากด้วย
เมื่อเตรียมเครื่องเสร็จแล้ว ก็เอาน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟ พอน้ำเดือด ก็เอาขิงลงไปต้มสักพัก แล้วก็ตามด้วยน้ำตาล พอให้ออกหวานนิด ๆ อย่าให้หวานมาก เพราะพอเวลากินแล้วเอมไซน์ในปากเปลี่ยนมันให้เป็นน้ำตาล มันจะหวานเกินไป ถ้าไม่มีรสเผ็ดของขิงก็ใส่ขิงเพิ่ม เสร็จแล้วก็ใส่มันลงไปต้ม หรี่ไฟลงพอให้น้ำเดือด แต่ไม่ถึงขั้นพลุ่งพล่าน ถ้าเป็นตัวร้าย ก็ต้องประมาณคุณหญิงแม่ ไม่ใช่แบบคนใช้ หรือว่าตัวร้ายที่เป็นเด็ก ๆ ต้มไปเรื่อย ๆ ให้มันสุก สังเกตุจากความใส หรือถ้าไม่ชัวร์ ก็ตักขึ้นมาลอง วิธีการดูว่ามันสุกหรือยัง คือ ให้วางชิ้นมันไว้บนลิ้น แล้วใช้ลิ้นบดมันกับเพดานปาก ถ้าสามารถบดได้โดยง่ายโดยไม่ต้องกัด ก็แสดงว่าสุกแล้ว ก็ยกลงได้เลย
เสิร์ฟตอนร้อน ๆ ช่วยแก้ร้อนแก้หนาวได้ดีนักแล :D
(Edited 2/3/06, Thx Mk & Moi)
เครื่องปรุงก็คือ มันฝรั่ง (Sweat Potato) ขิง (Ginger) แล้วก็น้ำตาลทราย (Sugar) จริง ๆ ควรใช้น้ำตาลทรายแดง เพราะจะหอมกว่า แต่ถ้าไม่มี ก็น้ำตาลทรายขาวก็ได้ แต่ไม่ควรใช้น้ำตาลปึก
ก่อนอื่น ก็เอาขิงมาล้าง ควรจะใช้ขิงแก่ เพราะจะเผ็ดกว่าขิงอ่อน จะได้ไม่ต้องใช้เยอะ เสร็จแล้วเอาช้อนขูดเอาผิวนอกออก หรือว่าจะใช้มีดก็ได้ เสร็จแล้วก็ใช้สันมีด หรือว่าอะไรก็ได้ที่หนัก ๆ (เช่นสาก) ทุบขิงให้ช้ำเลือดช้ำหนอง จะให้ดีควรจะให้ถึงขั้นเลือดตกยางออก ก่อนที่จะฝานให้เป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้น้ำขิงไหลเยิ้มออกมาได้ดี
เสร็จแล้วก็ปอกมัน แล้วก็หั่นให้เป็นชิ้นเท่า ๆ กัน จะได้สุกเท่า ๆ กัน กะให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ อย่าให้ถึงขั้นคับปาก เพราะจะกินยาก และทำให้สุกยากด้วย
เมื่อเตรียมเครื่องเสร็จแล้ว ก็เอาน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟ พอน้ำเดือด ก็เอาขิงลงไปต้มสักพัก แล้วก็ตามด้วยน้ำตาล พอให้ออกหวานนิด ๆ อย่าให้หวานมาก เพราะพอเวลากินแล้วเอมไซน์ในปากเปลี่ยนมันให้เป็นน้ำตาล มันจะหวานเกินไป ถ้าไม่มีรสเผ็ดของขิงก็ใส่ขิงเพิ่ม เสร็จแล้วก็ใส่มันลงไปต้ม หรี่ไฟลงพอให้น้ำเดือด แต่ไม่ถึงขั้นพลุ่งพล่าน ถ้าเป็นตัวร้าย ก็ต้องประมาณคุณหญิงแม่ ไม่ใช่แบบคนใช้ หรือว่าตัวร้ายที่เป็นเด็ก ๆ ต้มไปเรื่อย ๆ ให้มันสุก สังเกตุจากความใส หรือถ้าไม่ชัวร์ ก็ตักขึ้นมาลอง วิธีการดูว่ามันสุกหรือยัง คือ ให้วางชิ้นมันไว้บนลิ้น แล้วใช้ลิ้นบดมันกับเพดานปาก ถ้าสามารถบดได้โดยง่ายโดยไม่ต้องกัด ก็แสดงว่าสุกแล้ว ก็ยกลงได้เลย
เสิร์ฟตอนร้อน ๆ ช่วยแก้ร้อนแก้หนาวได้ดีนักแล :D
(Edited 2/3/06, Thx Mk & Moi)


4 Comments:
ท่าทางน่าทานมาก เตรียมตัวไว้เป็นพ่อครัวประจำบ้านหรือครับ แล้วตกลงมันต้มขิงร้อนๆ ทำให้อบอุ่นหัวใจขึ้นด้วยรึเปล่า
By
Mujira, at 7:22 PM
ไม่ชอบกินขิงอะ
"พลุ่งพล่าน" น่าเขียนงี้มากกว่า
By
Mk, at 9:59 PM
เคยกินค่ะ..
แต่ไม่เคยทำ..อากาศหนาวๆเย็นๆ
อร่อยดีค่ะ..
หลักสูตรนี้..ดีค่ะ
เหมาะที่จะทำให้สาวๆได้ชิมฝีมือค่ะ
ประเมินแล้ว..หลักสูตรนี้นำเสนอต้องลงมือทำให้สาวๆด้วยนะคะ..ถ้าหนุ่มๆเค้าไม่ชอบของร้อนหรอกค่ะ..แห่ะๆๆ
(ปล.อยากให้อบอุ่นพอดีๆไม่ร้อนตนเกินไป
ขอแนะนำว่า..ให้เติมน้ำแข็งก้อนที่เย็นที่สุดนะคะ..แห่ะๆ)
NA.
By
NA., at 6:16 AM
แล้วลิ้นจะพองมั๊ยอ่ะพี่???
By
มิ้งค์, at 4:47 AM
Post a Comment
Links to this post:
Create a Link
<< Home