readcamp 2

Posted by pruet on Mar 8, 2010 in Thought |

ในฐานะที่นับตัวเองว่าเป็นนักอ่าน และพอได้ยินข่าวจาก @bact (มั้ง) ว่าจะมี ReadCamp แต่ครั้งนั้นดันจัดตอนเราไม่ได้อยู่เมืองไทย ก็เลยอดไป พอครั้งที่สองมีข่าวว่าจะจัด ก็อยากไปมาก แต่แล้วมันก็เลื่อน ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายได้ยินข่าวจาก @theniw (มั้ง) ว่าเอาแน่ ๆ แถมยังไปคุยกะ @lewcpe และเผ่า blognone ได้ว่า จะจัดกินข้าววันเดียวกันได้ ก็เลยบินลงมาเมืองกรุงมาสองงานนี้โดยเฉพาะ


readcamp

เนื่องจากตอนเช้ามัวแต่อ้อยอิ่งอยู่ที่ร้านกาแฟ ก็เลยมาถึง CTW เอาซะตอนเที่ยง (พลาด session อ่านอดาจิซะงั้น) แต่ก็ยังดีที่ session ที่อยากฟังมากคือ อ่านศรีบูรพา นำโดย @sirotek (รูปปด้านล่าง) อยู่ตอนบ่าย ก็เลยไปนั่งฟัง

@sirotk at readcamp

session นี้โดยรวมก็สนุกดี มีมิติในเรื่องราวของศรีบูรพามากมายที่เราไม่เคยมองเห็น อาจจะเพราะว่าเรายังอ่านมาไม่มากพอ แต่ที่ติดใจเรามากก็คือ แนวคิดเรื่อง การศึกษาไทย วรรณกรรมไทย หรือ คนไทย ชอบสอน ซึ่งจนกว่าเราจะพบกันอีก หรือหนังสือหลาย ๆ เล่มของศรีบูรพาก็มีแนวคิดคล้าย ๆ กัน ซึ่งจริง ๆ ถ้าเราก็คิดว่าสังคมไทยชอบอะไร ๆ แบบนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ o-net ที่เป็นปลายเปิด แต่เป็นชอยส์ เพราะเธอต้องตามตามใจฉัน (หรือว่าตามที่ฉํนสอนเท่านั้น) หรือความเชื่อที่ว่าเด็กต้องเชื่อฟังที่ครูสอน ห้ามออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งเราก็กำลังนั่งคิดเรื่องนี้อยู่ แต่เวลาก็หมดลง เสียดายจริง ๆ ถ้ามีเวลาต่ออีกสักครึ่งชั่วโมง คงได้สานต่ออะไรมากขึ้นไปกว่านี้

session ถัดมา ก็น่าฟังดี คือเรื่อง Ender saga และมหากาพย์ภูผามหานที ซึ่งเรื่องหนึ่งเป็นนิยายวิทยาศาสตร์แบบหนังจีนกำลังภายใน ส่วนเรื่องหลังก็เป็นหนังสือจีนกำลังภายในที่แฝงวิทยาศาสตร์ session นี้นำเสนอโดย @mk และ @sugree

@mk @sugree at readcamp

รูปข้างบน @sugree กำลังจะสปอยล์บางส่วนของ Ender saga แต่โดนดักคอไว้อยู่
โดยรวมใน session นี้จะพูดถึง Ender saga เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราอ่านเล่มหลัก ๆ หมดแล้ว (ไว้ค่อยเก็บเล่มเสริม) ทีหลัง ก็เลยได้แต่นั่งฟัง ส่วนท้าย ๆ พูดถึงภูพาฯ เราก็ยังไม่ได้อ่าน ก็เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ สรุปใน session นี้เอามัน แต่สมองไม่ค่อยวิ่ง

จริง ๆ สองเรื่องนี้จับมาคู่กันนี้จะมันมาก เพราะมันเหมือน cross-genre กันเลยทีเดียว แทบจะเรียกได้ว่า เอามาวิเคราะห์คู่กันได้สบาย ๆ แต่เสียดายอีกแล้วว่า เวลาน้อยไปหน่อย ก็เลยได้แค่แนะนำสองเรื่องแยกกัน

สำหรับเราซึ่งเป็นนักอ่านนิยายวิทยศาสตร์ และ จีนกำลังภายในสายคลาสสิก คืออ่านมันแต่อสิมอฟ กับ คลาร์ก และอ่านแต่โกวเล้ง การได้อ่าน Ender saga เลยค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเรา เหมือนกับการได้อ่านมังกรคู่นั่นแหละ แต่จริง ๆ เรายังชอบแนวของคลาร์ก หรือว่า โกวเล้งมากกว่านะ เพราะเราชอบอ่านหนังสือที่มันไปช้า ๆ ค่อย ๆ ละเมียดอ่านไปเรื่อย ๆ อ่านหนังสือที่มันดำเนินเรื่องไว ๆ แล้วมันสนุก แต่ไม่ค่อยอิน แบบว่า อ่าน ดาวตกผีเสื้อกระบี่ แล้วน้ำตาซึมละกัน lol

พอหมดสอง session นี้ เราก็เผ่นไปดูดอกไม้ญี่ปุ่นข้างล่าง แล้วก็ไปกินข้าวเย็น(ฟรี) กับชาวเผ่า blognone ที่โรงแรมสวิสโซเทล

blognone party

ในรูปเห็นคุณ @lewcpe นั่งอยู่ ส่วนคนอื่นจำนามไม่ได้แล้ว ต้องขอโทษด้วย ในงานนี้ก็มีที่รู้จักหลาย ๆ คน เช่น อ.ภุชงค์ @poakpong @thanr @plynoi และคนอื่น ๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน แต่โต๊ะมันยาวไปหน่อย เลยได้คุยแค่ไม่กี่คน

สรุปงาน readcamp ก็สนุกดีตามคาด เสียดายที่เวลาแต่ละ session มันน้อยไปหน่อย ถ้านำเสนอคนเดียว แล้วคนอื่นฟัง มันก็โอเคสำหรับครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าให้ถกเถียงกันไปด้วยนี่ น่าจะสักชั่วโมงจะดีกว่า ส่วนงานเลี้ยงเผ่า blognone ก็ย่อมดีมาก เพราะกินฟรี ดังนั้นถ้ามีงานแบบนี้อีก ก็คงมาทั้งสองงาน :P

4 Comments

Rerng®IT
Mar 9, 2010 at 1:36 am

ได้เจอตัวจริงกันคราวนี้เองครับ ตอนนู้นนนนน..เห็นกันผ่านหน้าจอ (firefox l10n)
เสียดายไม่ได้คุยอะไรกันมาก ได้ทักที่ readcamp แป๊บเดียว
ตอนกินข้าวหัวค่ำก็เจอกันแป๊บเดียว (แอบหนีกลับก่อนนี่)
กินกันถึงสี่ทุ่มแน่ะครับ :-D


 
pruet
Mar 9, 2010 at 2:36 pm

@rengrit พอดีว่าต้องบินกลับเชียงใหม่นะครับ เลยอยู่ได้แป๊บเดียว แต่เดี่ยวงานหน้าเจอกันใหม่ หุหุหุ


 
N_TTTTaLent
Mar 10, 2010 at 8:57 am

คนไปเยอะมั้ยคะ แล้วตกลง หัวข้อทั้งหมด ที่ได้พูดคุยกัน มีอะไรบ้างหรอคะ แล้วจะตามอ่านได้บล็อกของใครได้อีกเอ่ย

ขอบคุณค่ะ


 
pruet
Mar 10, 2010 at 10:40 am

เข้าไปตามใน Facebook page ของ Readcamp น่าจะง่ายนะครับ
http://www.facebook.com/ReadCamp

รวมถึงหน้าเว็บของ Readcamp http://readcamp.org/ ด้วยนะครับ เดี๋ยวคงค่อย ๆ มีข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ


 

Reply

Copyright © 2012 Between the lines All rights reserved. Theme by Laptop Geek.