Saturday, May 14, 2005

คำถาม...

เพิ่งเจอกันเมื่อกี๊ คุณสามีก็มาถามว่า "ไม่ถามคำถามแบบนี้บ้างเหรอ"

1. ชอบหนังเรื่องไหนที่สุด
2. ถ้าต้องโดนบังคับกินอาหารซักอย่างไป 1 เดือน จะเลือกกินอะไร ?
3. ไม่ชอบผู้ชายแบบไหน ?
4. ชอบผู้หญิงแบบไหน
5. ถ้าเลือกได้ (และฟรี) อยากไปเที่ยวที่ไหนที่สุด
6. กีฬาที่ชอบที่สุด
7. นักเขียนในดวงใจ
8. ถ้าสลับร่างกับใครได้ซักคน จะสลับกับใครคะ ?
9. ถ้าไปติดเกาะร้าง จะเอาใครไปด้วยบ้าง ? ให้ 10 คนอ่ะ (เหมือนจะคุ้น ๆ เนอะ คำถามนี้)
10. บอกข้อดีของอี้มา 10 ข้อ


อ่านจบแล้ว ยาวจัง ขี้เกียจตอบ ไม่ตอบได้มั๊ยอะคะ ^^

เอ...แต่ว่า...คิดได้ข้อนึงแล้ว ตอบเลยก็ได้

ข้อ 10 ตอบว่า
"ตื่นทุกสองชั่วโมงตอนกลางคืน เพื่อเปลี่ยนถุงน้ำแข็งประคบแก้ม ที่เพิ่งไปผ่าฝันคุดมา เนื่องจากว่าภรรยาหลับปุ๋ย ^^"

คิดได้ตั้งข้อนึงแน่ะ อิอิ

Wool Expo (ต่อ)

วันนี้ ตื่นเช้ามาก เป็นประวัติการณ์ เพราะว่าจะไปตลาดมือสอง
ที่คนแถวนี้เรียกว่า Garage sale ซึ่งจะมีทุกวันเสาร์
บ้านไหนอยากโละของเก่าขาย ก็ไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
ส่วนใหญ่เขาจะเริ่มกันตอนแปดโมง แต่คนที่รู้ จะไปก่อนแปดโมง
บางคนถึงกับไปเฝ้าตั้งแต่หกโมงเช้า เพื่อรอซื้อของดี

เพราะว่า บางบ้านก็มีของเก่าสภาพดี ราคาถูก ชนิดที่เห็นแล้วไม่อยากซื้อใหม่กันเลย
เพราะมันแพงกว่ากันเป็นยี่สิบสามสิบเท่า

วันนี้มีประมาณ หกเจ็ดบ้าน ที่ลงประกาศไว้
บ้านที่ลงประกาศอย่างดี ว่ามี ทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า
ไปถึงจริงๆ แล้ว มักจะพบว่า มีแต่ของเก่าๆ สภาพไม่น่าซื้อ
ส่วนบ้านที่ไม่ค่อยบอกว่ามีอะไร ไปทีไร มีแต่ของน่าซื้อ

คราวหน้า บ้านไหนใกล้บ้านตัวเอง ก็คงไปบ้านนั้นแหละ
เพราะว่า บางบ้านไกล แสนไกล เราก็อุตส่าห์ขับรถไปดู เพราะว่าอ่านในโฆษณาแล้วน่าไปมาก
พอไปถึงจริงๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เป็นแบบนี้มาหลายอาทิตย์แล้ว

เสร็จจากชมตลาดมือสอง ก็มีเพื่อนชวนไปงาน Wool Expo (วูล เอ็กซ์โป)
หรือ งานแสดงสินค้าจากขนแกะ เดินกันได้ครึ่งงานก็ได้เวลากินข้าว
เลยแวะไปร้านจีนแดง (Mandarin) ใกล้ๆ กับบริเวณจัดงาน
สั่งเมนูประจำ Chilli Chicken (ไก่ผัดซอสพริก) อร่อยเหมือนเคย

มีรูปจากงาน Wool Expo มาฝากเล็กน้อย รูปแรกเป็นโปสเตอร์เก๋ๆ ที่เจอในงาน





รูปต่อไป ถ่ายกะ จานัก เพื่อนชาวศรีลังกา กำลังเรียนปริญญาเอกด้าน Animal Science แปลเป็นไทยว่าไรดี



รูปต่อไป เป็นรูป ผู้เข้าแข่งขันคนนึง ในการแข่งขันตัดขนแกะ



วันนี้รูปเยอะหน่อย โหลดนานนิดนะคะ

Wool Expo

วันนี้ไป Wool Expo มา ไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลัง
ตอนนี้ เอารูปไปดูก่อน




Wool (วูล) ก็คือ ขนแกะ นั่นเอง

Friday, May 13, 2005

บทสนทนายามบ่าย

ภรรยา : ช้าง กล้ามใหญ่แล้วนะ
สามี : จริงเหรอ
ภรรยา : จริง
สามี : จ้ะ อยากให้ฉันเล่นมั้ย
ภรรยา : อยากให้ เอาพุงออก เล่นกล้ามนิดหน่อย ให้ไขมันมันหายไปก็พอจ๊ะ
สามี : จ้าาา
ภรรยา : ช้างเล่นเพื่อสุขภาพ
สามี : จ้า เพื่อสุขภาพ และเพื่อมุ
ภรรยา : เมื่อวาน กร เอาซีดีหนังให้ยืมแผ่นนึง
เลยต้องเอามา แต่ยังไม่ได้ดู
สามี : จ้ะ เรื่องไร
ภรรยา : เรื่อง 17 ใส .. อะไรสักอย่าง มุ อาจจะชอบ
สามี : หนังโป๊เหรอ
ภรรยา : ป่าว ปก เป็นรูปผู้ชายเตี่ยวหลุด ลงมาถึงกึ่งก้น
สามี : -_-'

รายการช้อปปิ้งของคุณนายมุจิรา

วันนี้ตื่นสาย เหมื๊อนเดิมเลยค่ะ คุณนายมุจิรา
นาฬิกาปลุกตอนเจ็ดโมงยี่สิบ (อุตส่าห์ตั้งให้เลยเจ็ดโมงมายี่สิบนาทีแน่ะ)
แต่ก็(ทน)นอนต่อไปอีก ตื่นอีกที แปดโมง (เป๊ะเลย ทำได้ไง)
หันไปมองนอกหน้าต่าง มืดจัง ฝนตกแน่เลย นอนต่อดีกว่า (เกี่ยวมั๊ยนั่น)

แต่ว่าวันนี้ หลังจากตื่นแล้ว ก็ไม่ได้มัวแต่จัดบ้านเหมือนวันก่อนๆ
เลยสามารถมาถึงออฟฟิศได้ในเวลาที่สามีถึงกับต้องทักว่า
"วันนี้มาทำงานเช้าจังเลยนะ"
เลยบอกสามีไปว่า
"นี่แหละ ปกติแล้ว ที่ผ่านมาเขาเรียกผิดปกติ"

ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ คุณนายมุจิราก็ได้รายการของที่อยากจะช้อปปิ้ง
เพิ่มขึ้นทุกวัน บอกคุณสามีอยู่เรื่อยๆ ว่าอยากให้สามีซื้ออะไรมากจากเมืองไทยบ้าง

เริ่มจากรายการในครัวก่อนแล้วกัน

กระทะจีน - ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้สามีซื้อกระทะผัด หรือที่คนที่นี่เรียกว่า wok
ใส่กระเป๋ามาด้วยจัง ที่อามิเดล ไม่เห็นมีขายเลย

หม้อหุงข้าว - อันที่ยืมจากน้องชายของคุณสามี มันเล็กไปหน่อย หุงที กินได้สองสามมื้อเอง
คุณนายมุจิรา กินจุนะจะบอกให้ อีกอย่างที่แย่ก็คือ สวิตช์หุงข้าวมันเสีย กดไม่ได้ เพราะมันค้าง
เวลาหุงแล้ว ต้องคอยระวัง ถ้ามันสุกแล้ว ต้องตัดไฟทันที ทิ้งไว้ก้นหม้อจะไหม้
แถมมีกลิ่นไหม้ อีกต่างหากนี่สิ

แต่ว่า ถ้าคุณสามีมาแล้ว อาจจะต้องหุงข้าวทุกวันก็ได้นะ
ตอนนี้ คุณนายมุจิรา ออกบ้านสิบโมงเช้า เข้าบ้านอีกที สี่ทุ่ม
ถึงได้อยากได้หม้อหุงข้าวที่มันขนาดใหญ่กว่านี้ ไว้หุงข้าวเผื่อไงคะ

อันสุดท้ายที่อยากได้ ก็คงเป็นอ่างล้างจานที่ใหญ่กว่านี้
แต่อันนี้คาดว่า คงต้องหาบ้านใหม่แล้วค่ะ

Thursday, May 12, 2005

ใครก็เหงาได้

วันนี้ปลุกนาฬิกาไว้ 7 โมงเช้าอีกตามเคย
และก็เหมือนเดิมที่จะไม่ตื่นเมื่อได้ยินเสียงปลุกครั้งแรก
ประมาณว่า อีกครึ่งชม.น่ะ พอครึ่งชม. ผ่านไป ก็ยังสามารถตื่นได้ตามเวลาอีกนะ
ตื่นมาดูนาฬิกา อ๋อ 7 ครึ่งแล้วเหรอ อีกห้านาทีนะ

บอกตัวเองแบบนี้เรื่อยไป ครั้งหน้า ก็ลดลงเหลือ สองนาที
แล้วในที่สุด ก็ตื่น ...เพราะพี่แสนโทรมาขอให้ขับรถไปหาที่ร้านไทย
รถพี่เขาสตาร์ทไม่ติด

สุดท้ายฉันก็ตื่นแหละน่า

นิสัยแย่ๆ ผลัดเวลาบ่อยๆ แบบนี้ ไม่ดีเลย
ปรับปรุงด่วน!!!

สิบนาทีผ่านไป ก็ไปถึงที่ร้านไทย พี่แสนก็จัดการจั๊มไฟแบต
พอสตาร์ทติด พี่แสนถอยรถออก จะไปลองวิ่ง เครื่องดันดับอีก
เลยต้องจั๊มไฟใหม่ แต่พอจะสตาร์ทครั้งที่สอง ดันไม่ติด
พี่แสนบอกว่า น้ำมันคงท่วม เลยดับเครื่องรอสักพัก แล้วสตาร์ทใหม่
ก็ยังไม่ติด คราวนี้ พี่แสนสันนิษฐานว่า สงสัยน้ำมันหมด

อาการเยอะจังนะพี่

สุดท้าย พี่แสนเลยต้องเดินไปซื้อน้ำมัน โชคดีปั๊มอยู่ไม่ไกล
สตาร์ทใหม่อีกที คราวนี้ติดดีเลย
พอพี่แสนขับรถออกไปแล้ว ฉันก็เข้าไปในร้านไทย
ได้คุยกะหม่า (พี่สะใภ้พี่แสน หม่าเป็นเจ้าของร้านไทยตอนนี้)
ท่าทางหม่าจะเหงา ทุกวัน พี่แสนไปออฟฟิศ พี่แอน (แฟนพี่แสน) ไปเลี้ยงเด็ก
พี่แอนทำ child care ส่วนเด็กๆ สองคน แก้ว กับ แก่น ลูกสาว ลูกชายพี่แสนและพี่แอน ก็ไปโรงเรียน
หม่าอยู่ร้านคนเดียวถึงเย็น คงเหงาน่าดู เลยอยู่เป็นเพื่อนคุย เกือบชั่วโมง

สุดท้าย ก็ต้องขอลากลับ เพราะว่า มีภาระต้องกลับไปทำความสะอาดบ้านที่ยังรกอยู่

กลับไปถึงบ้าน สิบโมง กะว่า ทำๆ ถึงเที่ยง แล้วจะไปออฟฟิศละ
เดี๋ยวคุณสามีจะบ่นว่า มาออนไลน์ตอนเขาจะกินข้าวอีกแล้ว

ทำจริงๆ ปาไปบ่ายสอง แหะๆ

สามีจะไปกินข้าวยังเนี่ย

Wednesday, May 11, 2005

ข้าวหอมมะลิตราหงษ์ทอง

วันนี้ตื่นสายอีกแล้ว ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 7 โมงครึ่ง
นาฬิกาปลุกแล้ว แต่ง่วงมาก เลยหลับต่อ ....
ตื่นมาอีกที ... เฮ้ย วันนี้รถมาเก็บขยะนี่
เสียงรถเก็บขยะกำลังเก็บแถวหน้าบ้านพอดี
-_-'' ไม่ทันแล้วอาทิตย์นี้

ผ่านไปห้านาที ปิ๊งไอเดียขึ้นมาอันนึง
เอาไปทิ้งที่ถังขยะใหญ่ในยูดีกว่า ^^''
ความคิดดีไหมละ...เอิ๊กๆๆ

วันนี้ตั้งใจว่า ตอนเช้าจะไปซื้อข้าวสารถุงใหม่
ถุงเก่าหมดหลังจากหุงข้าวไปสองที
เลยขับรถไปแวะที่ Coles ก่อนไปยู
ไปถึงตรงที่มีข้าววางอยู่หลายยี่ห้อ
ก็นั่งนึกๆ ว่าจะเอากี่โลดี จะเอายี่ห้อไรดี
ทั้งๆ ที่ปกติกินอยู่ยี่ห้อเดียว ไม่ต้องคิด

ที่คิดก็เพราะว่า จะไม่กลับเข้าบ้านแล้ว
จะแบกข้าวไปกับรถด้วย แล้วค่อยเอาไปเก็บที่บ้านตอนเย็นขากลับ
เลยสงสารรถ ไม่อยากให้แบกหนัก

แต่ที่จริงแล้ว ....กลัวเปลืองน้ำมัน

รู้สึกว่า ตั้งแต่แยกบ้านออกมาอยู่เองนี่
งกน่าดู เลยเรา ....

ความคิดที่ว่าไม่อยากให้รถแบกของหนัก
ได้มาจากตอนที่ดูโฆษณาที่เมืองไทย
มันเป็นโฆษณารณรงค์ให้คนประหยัดน้ำมัน
โดยการไม่ให้รถบรรทุกหนักจนเกินไป
ก็โฆษณาที่ คุณป้านู้ดเดิ้ล ดารณี แกวางเครื่องเพชรจะเต็มท้ายรถ นั่นแหละ

เล่ามาซะยาว ไคลแมกซ์ของวันนี้ ก็คือ ได้ข้าวมากินฟรี ๆ

เรื่องมันเริ่มตรงที่ ตอนไปซื้อข้าว ก็เหลือบไปเห็น
ข้าว 5 กิโล ยี่ห้อหงษ์ทอง ลดราคา
ปกติก็ซื้อ 10 กิโลของยี่ห้อเดิมตลอด แต่พอเห็นของลดราคา
เท่านั้นแหละ ถึงกับลังเลอยู่เป็นนาที
หลังจากใคร่ครวญราคาแล้ว หงษ์ทองแพงกว่าไป 5 เซ็นต์
แต่ว่า เนื่องจาก เคยเห็นที่บ้านสามี ใช้ยี่ห้อนี้อยู่
เลยคิดว่า จ่ายแพงกว่าไป 5 เซ็นต์ คงไม่เป็นไร

ถือว่า เปลี่ยนรสชาติ เปลี่ยนบรรยากาศ แล้วกัน

คว้าข้าวหงษ์ทองถุง 5 กิโล ได้ ก็ตรงไปช่องจ่ายเงินทันที
กะว่า วันนี้ต้องการเท่านี้แหละ
พอเข้าช่องจ่ายเงินแล้ว คุณป้าสแกนราคาแล้วได้ 9.99 เหรียญ
วิญญาณแม่บ้านเข้าสิง เอ๊ะ ....คุณป้าขา ที่ชั้นมันเขียน 8.99 เหรียญนีคะ
เลยเดือดร้อนคุณป้าโทรเรียกเด็กไปสืบราคา

ผ่านไป 3 นาที พนักงานที่ถูกส่งไปสืบราคาก็กลับมา
พร้อมกับบอกว่า 8.99 เหรียญค่ะ คุณป้า
แล้วคุณป้าแกก็หันไปจดเลขไรไม่รู้สักแป๊บ
แล้วก็หันหน้ามาบอกกับฉันว่า

You get it for free.

จ๊าก....เดินเอาข้าวไปเก็บที่รถเลยดีกว่า

เมืองนอกมันน่าอยู่ตรงนี้เอง :D

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เห็นของลดราคาก็ให้คว้าเอาไว้ก่อน

Tuesday, May 10, 2005

วันที่สอง ...เย้

วันอังคารแล้ว เร็วจัง
แต่ว่า...เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้
ทำไมถึงยังรู้สึกว่าอีกตั้งไกล ว่าจะได้เจอหน้าสามีที่รักอีกครั้ง ก็ไม่รู้
รอๆ ไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เหมือนรอวันหวยออกเลย

เมื่อคืน ตอนกลับถึงบ้าน เอารถเข้าซองเสร็จแล้ว
เปิดท้ายรถ จะเอาของไปเก็บบนบ้าน
ก้มๆ หน้าหยิบของออกมาจากท้ายรถ
ยกของขึ้นมา หันขวา มองไปเห็นวิวพาร์คหน้าบ้าน
มีรดน้ำสนามหญ้าตอนกลางคืนด้วย สวยดีวุ้ย

ว่าแล้วก็วางของลงกับพื้นก่อน ไม่ขึ้นมันแล้วบ้าน
คว้ากล้องถ่ายรูปคู่ใจ พลันคิดในใจ ต้องสวยแน่รูปนี้
เล็งๆ กดชัตเตอร์ ชึบ ...รูปแรกที่ได้ มืดตึ๊ดตื๋อ
ว่าแล้วก็เพิ่มความเร็วชัตเตอร์ของกล้องหน่อย
เอาสัก 10 วิ ละกัน อ่า..ถ่ายใหม่ ชึบ
รูปที่ได้ ... สว่างฮับ แต่เบลอได้ที่เลย
ก็ไม่มีขาตั้งนี่นา

หันซ้าย หันขวา วางกล้องตรงไหนดี
เล็งไปทางขวา อ้อ ท้ายรถเรานี่แหละ
จัดการวางกล้องลงบนกระโปรงรถ
ตั้งชัตเตอร์สปีด 15 วิ กดถ่าย รูปที่ได้...
แถ่น แทน แท้น .... อย่างที่เห็นเลย



สวยเนอะ (ใครไม่ชม ชมเองก็ได้ เหอ)


ได้รูปดังใจ แล้วก็หอบข้าวของขึ้นบ้านแต่โดยดี
และแล้ว ก็ผ่านไปอีกหนึ่งคืน (ที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว)


เช้าวันนี้ไปร้าน Salvo มา กะไปหาผ้าขนหนูรองพื้นห้องน้ำ
แต่เชื่อมั๊ย หาไม่ได้สักกะอัน ซื้อใหม่เลยดีมั๊ยเนี่ย ฮึ

บ้านยังรกเหมือนเดิม คาดว่า อาทิตย์หน้าก็ยังรกเหมือนเดิม - -''

เรื่องงาน ก็ยังเป็นเต่าเหมือนเดิม แต่ก็อยากจะเป็นเต่าที่ไม่หยุดเดิน ^^''

เขียนไรไปเนี่ยเรา - -''


......มีคนบอกว่า ฉันมี Blog เอาไว้บ่น
ฉันขอเถียงว่า ไม่ได้บ่นทุกวันซะหน่อย
เพิ่งเขียน Blog ได้สองวันเอง
ต้องมีสักวันแหละน่า ที่ไม่ได้บ่น


Monday, May 09, 2005

Blog ใหม่จ้า

บ้านยังรกอยู่เลย หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ทำไรคนเดียวนี่มันทำให้ช้าแบบนี้เองน้อ

วันนี้ตื่นเช้า(เก้าโมง) มาทำกระเพราหมู กับ ผัดผัก ไว้สำหรับกินทั้งอาทิตย์นี้ ข้อดีคือ ทำให้มีกินทั้งอาทิตย์โดยที่ไม่ต้องวุ่นวายทำอาหารอีก แต่ว่า...มันไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่น่ะสิ Y_Y

สงสัย จะเป็นเพราะว่า...

เขียงเล็กไป (หั่นไม่สะดวกเลย)
ไม่มีกระทะสำหรับผัด (ใช้หม้อนึ่งแทนไปก่อน)
ตะหลิวดีดีก็ยังไม่มี (ใช้ตะหลิวไม้อันจิ๋วอยู่)
พริกสดไม่ได้ซื้อ (ใช้พริกกระป๋องอยู่ คิดว่าทำให้ง่าย แต่ดันไม่อร่อยซะนี่)


แล้วก็ หมูน่ะ ...มีกลิ่นด้วย