Saturday, July 09, 2005

วันหยุดที่ผ่านไป

ไม่ได้ทำอะไรกับชีวิตเลยค่ะ กับวันหยุดที่ผ่านมา
ผ้าก็ไม่ได้ซัก บ้านก็ไม่ได้ทำความสะอาด
อากาศ ช่างเป็นใจให้นอนอะไรเช่นนี้

ฝนตก ฟ้าครึ้ม อากาศหนาวมาก มากขนาด อยู่ในบ้าน ยังมีไอออกปาก
Y_Y เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอนี่แหละ หรือแถวที่บ้านตั้งอยู่มันจะเป็น
หลุมอากาศหนาว หรือนี่

ก็เลยอยู่บ้านวันซะทั้งวัน ทำอะไรก๊อกแก๊ก ที่เหมือนว่าเป็นการทำงาน
แต่ก็ได้งานจริงๆ น้อยมาก เพราะอากาศหนาวแน่ๆ เลย(โทษอากาศไว้ก่อน)

Friday, July 08, 2005

Wedding photos



วันนี้ มีนัดไปถ่ายรูปกับเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง
เธอมีจดทะเบียนสมรสกับชายชาวออสซี่ ในวันนี้

เธอไม่ได้เชิญหรอก แต่ว่าอยากไปร่วมแสดงความยินดีด้วย
พี่แสนรู้ ก็ทักว่า เค้าไม่ได้เชิญไม่ใช่เหรอ
ฉันตอบว่า ใช่ค่ะ แต่อยากไป (^^" )

จริงๆ อยากไปถ่ายรูปให้เธอตังหาก
ไม่ใช่ว่าถ่ายรูปสวยหรืออะไร
อยากเห็น อยากแสดงความยินดี
และ อยากลองถ่ายรูปคู่บ่าวสาวด้วย

เจอเจ้าสาวตอนสิบเอ็ดโมงกว่า เธอมาในชุดขาว
หน้าตาสวยหวาน สมกับเป็นวันของเธอ

ตอนแรก กะกันแค่ว่าจะรออยู่นอก court house
เพราะห้องจดทะเบียนข้างใน เจ้าสาวบอกว่ารองรับคนได้ห้าคน
ที่เหลือ สี่คนจึงต้องรออยู่ด้านนอก

แต่ไปๆ มาๆ เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า ให้เข้าไปได้หมด
ก็ยัดกันเข้าไปนะคะ แขกเจ็ดคน ไปร่วมเป็นสักขีพยาน
นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ เพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาว

งานนี้เพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาว อายุอานามดูท่าจะเกินห้าสิบ
เนื่องจากเจ้าบ่าว ก็สักหกสิบเห็นจะได้
เจ้าสาวเป็นสาวไทย อายุอานามประมาณสามสิบ

รักแท้ นอกจากไม่แพ้ระยะทางแล้ว ยังไม่แพ้อายุ อีกต่างหาก
ประวัติการพบรักนั้น พอดีไม่ได้สัมภาษณ์เจ้าสาว
เลยไม่รู้ว่า เขาเจอกันได้อย่างไร

ขั้นตอนการจดทะเบียน ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยเป็นอย่างไร
แต่ที่นี่ ยาวพอสมควร คล้ายๆกับที่เราเคยเห็นในหนังฝรั่ง
เวลามีงานแต่งงานในโบสถ์ บาทหลวงจะต้องถามเจ้าบ่าวเจ้าสาว
ด้วยคำถามชุดหนึ่ง การจดทะเบียนที่ได้ไปร่วมเป็นพยานมา
ก็เช่นเดียวกัน ต่างกันแต่ว่า คำพูดที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องพูดตามนั้น
ยาวเหลือหลาย เจ้าบ่าวคนออสซี่น่ะไม่เป็นไร แต่เจ้าสาวเราสิ
พูดตามไม่ทันเลย ก็ศัพท์น่ะ ใช่ศัพท์ธรรมดาใช้กันทั่วไปซะที่ไหน
เป็นฉัน ก็คงลิ้นพันกันมั่วเหมือนกันแหละ

ขั้นตอนการจดทะเบียนใช้เวลาราวๆ สิบห้านาที
แล้วทั้งหมดก็ออกมาถ่ายรูปกันต่อข้างนอก

ด้วยฝีมือช่างภาพฝึกหัดที่ไม่เคยถ่ายพอเทรท
และไม่เคยถ่ายรูปแต่งงาน เลยได้ภาพออกมาสวยได้ประมาณเท่านี้

สวยแบบ วัดแสงไม่เป็น (^^" )
พอดูรูปที่ตัวเองถ่ายแล้ว ถึงรู้สึกว่า ถ่ายรูปให้ดีนี่ มันยากกว่าที่คิดเยอะมาก
ไหนจะต้องเลือกแบ๊คกราวด์ให้ดี ต้องเลือกมุมสวยของแบบให้ได้
ต้องวัดแสงให้พอดี ยากจริงๆ



Thursday, July 07, 2005

ปริญญาเอกหนึ่งใบ

เมื่อก่อน ฉันเคยคิดว่า ฉันควรจะเรียนปริญญาเอก เพราะความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
แต่มาตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่า เหตุผลแค่นั้น ไม่เพียงพอสำหรับการก้าวมาในจุดนี้

เพราะว่า...การพาตัวเองมาอยู่ในสถานะนี้ ต้องการมากกว่าแรงจูงใจในหน้าที่การงาน

ฉันเคยได้ยินเพื่อนบางคนพูดว่า เพื่อนคนนั้นคนนี้จะจบด๊อกเตอร์แล้ว ต้องเรียนมั่งแล้ว
ฉันกลับรู้สึกว่า มันไม่สมควรเป็นแรงบันดาลใจของคนที่จะเรียนในระดับนี้

ฉันบอกได้เลยว่า ใครที่เข้ามาเรียนแล้ว จะรู้ว่า มีอะไรมากกว่านั้น ที่คุณต้องมี เพื่อจะผ่านตรงจุดนี้ไป

ฉันว่า ฉัน และ เพื่อนๆ อีกหลายคน ที่ก้าวเข้ามาแล้ว รู้ดี ว่า คนที่จะมาอยู่ตรงนี้ และเดินผ่านไปได้
ต้องการอะไรมากกว่านั้นจริงๆ

You have to sacrifice more than that ... to be here.

Wednesday, July 06, 2005

หม่ำๆ

วันนี้อยู่บ้านอีกแล้ว รอพี่แสนเอาโน๊ตบุ๊คมาให้ดู ตอนสิบโมงกว่า
เลยกะว่าจะใช้เน็ตอยู่บ้าน แล้วดูคอมพ์พี่แสนไปด้วย

หลังจากพยายามอยู่หลายวิธีที่หาเจอจากในอินเตอร์เน็ต
ก็ยังทำให้เดสท๊อปที่หายไปตอนสตาร์ทวินโดวส์ ขึ้นมาไม่ได้
ก็เลยยอมแพ้ หันไปทำงานตัวเอง(สักหน่อย)ดีกว่า

พอเที่ยงกว่า พี่ไก่โทรมาชวนไปกินข้าวที่ร้านจีน
ว้า..เพิ่งกินข้าวไปเมื่อกี๊นี้เอง เลยบอกพี่ไก่ว่าไว้วันหลัง

สักพักพี่ไก่ก็โทรมาอีกที ว่าจะมาที่บ้าน จะเอาของขวัญงานแต่งงานเกรซ
มาให้ดู แล้วห่อของขวัญกัน กะว่า จะเอาไปให้เกรซที่หอ
หลังจากที่ฉันขับรถไปรับแป้งจากสนามบินมาส่งที่บ้านแล้ว


ระหว่างนั่งคุยกัน ฉันก็เกิดปิ๊งไอเดีย ชวนพี่ไก่กะกร กินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน
แบบว่าอารมณ์อยากทำปูผัดผงกระหรี กรก็เลยจะทำห่อหมก
ก็เลยนัดกันว่าจะชวนกันไปซื้อผักซื้อเนื้อที่โคลส์ หลังจากรับแป้งเสร็จ

หลังจากที่รับแป้งเสร็จ พี่ไก่ก็โทรมาบอกว่า ตามหาตัวเกรซไม่เจอ
เลยไม่รู้ว่าจะเอาของขวัญไปให้กันตอนไหนดี
แต่ก็โชคดีมาก ที่ไปเจอเกรซที่โคลส์ เลยได้นัดกันไปถ่ายรูปหน้า
court house (ศาล) เพราะเค้าจะไปจดทะเบียนกันที่นั่น
วันศุกร์สิบเอ็ดโมง

มีแต่คน อยากเห็นเจ้าสาว

อาหารเย็นวันนี้ สรุปว่า ปูไม่มี เลยซื้อกุ้งแทน ผัดใส่ซีอิ้ซช้อนโต๊ะใหญ่ๆ
แต่ทำไมเค็มก็ไม่รู้ สงสัยกุ้งจะเค็มแน่เลย (^^" ) ว้า เสียชื่อ
ส่วนห่อหมก น้องกร ก็ใส่น้ำเยอะไป ห่อหมกเลยไม่แข็ง (^^" )

ทำเมนูยากไป ก็แบบนี้ล่ะน้อ

Tuesday, July 05, 2005

สายลั่นชัตเตอร์ 300D

พอดีตามลิงค์จากพันทิพไปที่ บล๊อกคุณ Mr_Tae ซึ่งเค้าก็ไปเอามาจากคุณภีมะในพันทิพ ก็เลยเอามาลงบล๊อกตัวเองไว้ จะได้รู้ว่าทำไง (ฝากคนที่เมืองไทยทำดีก่า)

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

1. หาซื้อ สาย small talk ของ โมโต เอาแบบถูก ๆ เลย เพราะเราเอามาตัดทิ้ง สั่งเกตดูที่หัวมันต้องเป็นแบบในรูป ของโนเกียใช้ไม่ได้


2. แกะตรงไมค์ที่มีสวิทกดอยู่ออก แล้วตัดไมค์กับหูฟังทิ้ง แล้วประกอบเข้าไปเหมือนเดิม (ตัดเฉย ๆ ไม่ต้องเชื่อมสายอะไรเลย) ก็จะเหลือปุ่มกด+สาย แล้วก็แจ๊คเสียบ


เป็นอัน เสร็จ


สำหรับการถ่ายก็ ง่าย ๆ กดปุ๊บมันจะโฟกัส แล้วก็ถ่ายเลย จะใช้ชัตเตอร์ B ได้เมื่ออยู่ในโหมด M

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

เอ่อ คนที่บ้านคะ ฝากซื้อ สาย small talk ของ โมโต เอาแบบถูก ๆ เลย เหมือนในรูปแรกข้างบน ดูหัวดีดีนะเคอะ ช่วยกรุณาทำตามรูปและขั้นตอนข้างบนเลย เสร็จแล้วก็เอาไปลองกับกล้อง 300D ของอาจารย์พฤษภ์ให้หน่อยนะคะ

ขอบคุณค่ะ (^^" )

ปล. การโพสวันนี้ ทำให้คนอย่างน้อยสองคน มีงานทำเพิ่มขึ้น อิอิ

Monday, July 04, 2005

เฉพาะกิจ เพื่อคุณหนุงหนิง

พี่พยายามไปแปะที่ guestbook หนิงแล้วไม่ได้ มันคงไม่ให้แปะ Tag

ลอกจาก text file นี้นะคะ คลิกตรงนี้ค่ะ
เอาในนี้แล้วกันนะคะ เวลาเอาลง แทนที่จะ compose ธรรมดา ก็ไปตรง Edit HTML
แล้วแปะนี่ลงไป ส่วน URL ก็ใส่ตามจริงค่ะ

ถ้าไม่ได้ เรื่องนี้ คุณช้างช่วยได้แน่นอนค่ะ ถ้ามีปัญหา ไม่ต้องพึ่ง Adam หรอก


ลองดูนะคะ