Thursday, July 14, 2005

Lunch

วันนี้มีนัดกับแป้ง พี่ไก่ พี่ธัญญา และกร ไปหามื้อกลางวันกินกันในเมือง
ในที่สุดก็ไปลงเอยที่ร้านจีนแดงอีกเช่นเคย (เริ่มเบื่อขึ้นมาบ้างแล้ว)
เพราะร้าน Mandarin ที่ตั้งใจจะไปกินยังไม่เปิด
ชอบเป็ดทอดร้านนี้ อร่อยมากๆ

หลังจากกินเสร็จ ก็ไปเดินดูรองเท้ากัน น้องกร พี่ไก่ และน้องแป้ง
ได้มาคนละคู่สองคู่ จากโปรโมชั่น คู่ที่สองครึ่งราคาของทางร้าน เลยจับคู่กันซื้อสี่คู่
ส่วนตัวดิฉัน หาไซส์ไม่ได้ค่ะ เลยอด พี่ธัญญาก็เช่นกัน

เสร็จจากรองเท้า ก็ไปต่อเคมาร์ท เดินๆ สักห้านาที ก็ไปต่อกันที่โคลส์
ดิฉันก็ไม่ได้อะไรติดมือมาเช่นเคยค่ะ ไม่รู้จะซื้ออะไร
ด้วยเหตุที่ว่ามองไปทางไหน ก็เจอแต่ของแพง

ไว้ค่อยมาช้อปวันเสาร์บ่ายดีกว่า . . . (^^" )
บ่ายวันเสาร์ เราจะมีเพื่อนมาช้อปปิ้งแล้ว . . . ลัล ลัล ล้า

Tuesday, July 12, 2005

สุกี้ สุกี้

วันนี้ อยู่ดีดีก็เกิดอยากกินสุกี้ ถึงกับฝันกลางวันไปว่า

- ถ้าคาริน่า(เพื่อนร่วมบ้านสมัยนู้น)กลับมาจากแคนเบอร่าจะชวนทำสุกี้กิน
- ถ้าคุณอี้มา จะชวนเพื่อนคนไทยมาบ้าน มาทำสุกี้กินกัน
- หรือ ทำกินมันเองคนเดียว ก็ได้

คือ ยังไงก็จะกิน

เช้านี้เลยออกไปเดินดูหม้อหุงข้าวที่เคมาร์ท ปรากฏว่า มีแต่แบบ 8 ถ้วย เหลืออยู่แบบเดียว
ไม่เอา ๆ ๆ อันนี้ เค้าจะเอาใหญ่ใหญ่

....สรุปเลยไม่ได้หม้อหุงข้าว ได้แต่ดู

พอไปเดินเคมาร์ทแล้ว ก็อดไปเดินร้านใกล้ๆ ไม่ได้ ก็เลยเดินมันซะให้ครบสูตร
JayJay, Just Jeans, Sportgirls
แล้วก็ได้เสื้อหนาวตัวใหม่ ตัวแรกของหน้าหนาวปีนี้มา จาก JayJay
ถูกๆ 15 บาท ลดราคา ๆ

ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนหน้าหนาวแล้วว่า จะไม่ซื้อเสื้อหนาวเพิ่ม เพราะคิดว่าคงได้ใช้อีกไม่นาน
ความคิดนี้ ก็มีแววว่าจะสำเร็จอยู่ เพราะทนได้มาตั้งครึ่งหน้าหนาวแล้ว
พลาดไปแค่วันนี้เท่านั้น ไม่เป็นไรยังเหลืออีกตั้งครึ่งหน้าหนาว ให้พยายามต่อไป (^^" )

พยายามไม่ดูเสื้อหนาว ไม่ซื้อเสื้อหนาว (ให้ตัวเอง แต่อาจซื้อให้คนอื่น)

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

และแล้วก็มาถึงออฟฟิศสายหน่อย
อย่างแรกที่ทำก็คือเปิดเมล์ ดูว่าวันนี้มีอะไรขายบ้าง อิอิ (เมล์ที่ยูรับประกาศขายของจากสมาชิกได้)

เมล์แรกที่เปิดเจอ เป็นเมล์ที่สมาชิกคนหนึ่งตอบกลับเมล์ประกาศขายตู้ปลาฉบับหนึ่ง
เค้าตอบไปว่า

We have received several identical emails from you.
I suggest that you deepfry the fish and keep the fish tank.

ขนาดฉันไม่ได้เป็นคนที่ประกาศขายตู้ปลา ก็ยังอึ้ง
ทำไมใจร้ายจัง เค้าส่งหลายอัน ก็บอกเค้าดีดีก็ได้
ไม่เห็นต้องบอกให้เค้าเอาปลาไปทอด แล้วเลิกขายเลย

คนสมัยนี้ โหดกันจัง ว่ามะคะ

Monday, July 11, 2005

กรรมของออฟฟิศเมต

วันนี้มาถึงออฟฟิศ ก็พบว่า มีถุงห่อหุ้มกล่องกับข้าวที่ฉันลืมไว้ที่ออฟฟิศ
ด้วยความที่ลืมเอาไว้ สี่วัน ข้าวที่เหลือค้างอยู่ในกล่อง เลยกลายเป็นข้าวหมัก
จินตนาการเอาเองแล้วกันนะคะ ว่ากลิ่นจะหอมหวนขนาดไหน

ก็หอมขนาดที่ออฟฟิศเมตทนไม่ได้ ต้องเอาถุงมาคลุมให้ แถมปิดปากถุงอย่างดี

(^^" ) อายเขามั๊ยล่ะคะ หญิงไทยใจงาม(ยามที่ไม่ขี้ลืม)

วันทำงานครับผม

วันนี้เขาว่า แดดจะออกเกือบทั้งวัน
จำได้ว่า แวบแรกของวันนี้ ลืมตาตื่นมาก็เห็นแสงลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดผ้าม่านไว้
ดูท่าจะมีแดดจริงๆ ด้วย แต่ด้วยอะไรก็ไม่ทราบได้ ทำให้เผลอหลับไปอีกรอบ

ตื่นมาอีกที แวบแรก ที่คิดได้ คือ มองนาฬิกา
ปรากฏว่าสิบโมงกว่าแล้วค่ะ เลยต้องรีบตื่น แต่งตัวลงไปหาไรกิน
ก่อนออกบ้าน ก็มองๆ เจ้าต้นไม้ทั้งหลายแหล่ที่มีไว้ครอบครอง
ตั้งแต่มีต้นไม้นี่ เหมือนมีลูก ต้องดูมันทุกวัน มันจะตายยังน้า (^^")
อากาศแบบนี้ คนยังจะตาย ต้นไม้หรือจะเหลือ

เลยเปิดประตูหลังบ้านออกไปรดน้ำต้นไม้ซะหน่อย
เจ้าต้นดอกอะไรสักอย่าง ที่ได้มาจากเพื่อนชาวฟิลิปส์ปินของพี่แอน
คนนี้เขาแต่งงานกับออสซี่ และยึดอาชีพเลี้ยงเด็ก เจ้าต้นดอกไม้นี่ก็ไปเอาที่บ้านเขากับพี่แอน
บ้านเขาใหญ่โตมาก มีสวนใหญ่กว่าบ้านอีก สวยมาก อย่างที่ไม่เคยเห็นบ้านไหน ขนาดนี้มาก่อน
ตอนเอาเจ้าต้นดอกไม้นี้มา มันก็เหี่ยวมาก สภาพที่พบตอนนั้น ใบเหี่ยวแห้งดำ แต่ลำต้นยังเขียวอยู่
เขาว่าถ้าเข้าหน้าสปริงมันจะออกดอกสวยมาก เลยเอามาปลูกไว้บนที่กะจิ๊ดริ๊ดหลังบ้าน
เวลาผ่านไปเดือนกว่า มันก็ออกใบเขียวๆ เล็กมาให้เห็นประปราย
ดีใจเหลือเกิน ที่ดินผสมหินหลังบ้าน ยังปลูกอะไรกะเขาได้บ้าง (^^" )

แต่ต้นที่มีโครงการจัดงานศพให้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
ไม่รู้เพราะปุ๋ยที่เมตชาวอิหร่านของพี่แจงให้มา จะแรงไปรึเปล่า


ก็เพราะออกไปรดน้ำต้นไม้นี่แหละ เลยได้เจอกับคุณลุงข้างบ้าน
คุณลุงอยู่แฟลตหลังแรก รู้สึกว่าจะอยู่กับลูกสาว และลูกชาย(รึเปล่าก็ไม่รู้ เดาเอา)
คุณลุงมาถามว่า ชักโครกเป็นไงมั่ง คงไม่ค้างแล้วนะ
ฉันบอกไปตามตรงว่า ช่างจากเอเย่นบ้านมาดูให้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถซ่อมอะไรได้
เห็นขยับๆ นิดหน่อย แล้วก็บอกว่า เก่าโคตร ซ่อมไม่ได้หรอกจ๊ะ

จริงๆ ช่วงนี้ ชักโครกที่บ้านมันติงต๊องอีกแล้ว กดปุ่มชักโครก ก็ค้างซะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
ฉันเลยต้องกดแล้วนั่งดูว่ามันเด้งกลับมารึยัง ไม่งั้นได้มีเสียงดังรำคาญตัวเองและคนข้างบ้านอีก
แถมกลไกข้างในก็พลอยติงต๊องไปด้วย บางทีปุ่มไม่ค้าง แต่ข้างในก็ยังปั๊มน้ำไม่หยุด
เดือดร้อนมือน้อยๆ ของฉันต้องเข้าไปขยับๆ อะไรข้างใน เพื่อให้น้ำหยุดไหล

พูดแล้วสงสารตัวเอง เพราะหลายวันมานี้ ทำไปหลายทีแล้ว
เข้าห้องน้ำทั้งๆที จะมีความสุขกะเขาไม่ได้เชียวหรือ

กลับมาเล่าต่อ คุณลุงถามว่า แล้วอย่างอื่น(ส่วนอื่นๆในบ้าน)ปกติดีหรือ
ฉันก็ตอบลุงไปว่า ก็มีหน้าต่างที่เปิดไม่ออก
คุณลุงก็แสนใจดี อาสาจะดูให้ ไอ้ฉันก็อึกอัก ใช้สมองนิดนึง คิดว่าจะให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน
จะดีหรือ แต่คุณลุงผู้แสนใจดีก็ไม่ยอมแพ้ บอกว่าแป๊บเดียวน่า
ฉันเลยใจอ่อนให้คุณลุงเข้าไปดูหน้าต่างในบ้าน เอาฟระ คงไม่มีไร

แหม หญิงสาว อาศัยอยู่คนเดียว วิตกจริตนึดนึง คงไม่แปลกใช่มั๊ยคะ

น่าแปลกที่คุณลุงขยับนิดๆ หน่อย มันก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย
ใช้กรรไกรอันเดียวขยับๆล๊อคตรงหน้าต่าง
ฉันถึงกับอุทานกับคุณลุงว่า คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ามันจะง่ายอย่างนี้

คือล๊อคของหน้าต่างมันจมหายเข้าไปมิดเลย ฉันเลยไม่รู้จะดึงออกมายังไง
คุณลุงบอกขอกรรไกร คีบๆ ส่วนที่โผล่ออกมานิดหน่อย มันก็ออกมาได้
มีผู้ชายอยู่ใกล้ตัว นี่ ดีจริงๆ ฉันยอมรับ

แต่กว่าจะได้ทุกบาน ก็ใช้อุปกรณ์ไปหลายอย่าง เพราะบางอันล๊อคมันแข็ง
ใช้กรรไกรคีบไม่ออก ต้องใช้สเปรย์ WD-40 ของคุณลุงช่วยคลายความคับของวัตถุ
และคีมคีบ ช่วยดึงแทนกรรไกร

คุณลุงเข้าออกบ้านไปสามรอบ เพื่อกลับไปเอาอุปกรณ์ที่แฟลตคุณลุง
ฉันได้แต่กล่าวขอบคุณ ที่ทำให้หน้าต่างบ้านไม่พิการเหมือนที่ผ่านมา

ขอบคุณจริงๆค่ะ
คราวหน้าทำเต้าฮวยฟรุตสลัดไปแบ่งคุณลุงมั่งดีกว่า
แต่รอคนมาทำอยู่ค่ะ (^^" )

Sunday, July 10, 2005

วันอาทิตย์ทั่วไป

ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษค่ะ เพราะวันนี้ก็คือวันอาทิตย์ทั่วไป

ที่เริ่มต้นวันด้วย การไปช้อปปิ้ง (จ่ายตลาด) กลับมาทำกับข้าว
แล้วออกไปตีแบต

อ้อ มีได้แวะไปบ้านแป้ง เพื่อหัดวัดแสงกับการถ่ายพอเทรท
ยืมหน้าแป้งเป็นแบบ แต่ด้วยความที่แสงน้อย และไม่มีขาตั้ง (จริงๆ ขาดประสบการณ์)
ก็เลยได้ภาพไหวๆ มาหลายรูป(มาก)

เฮ้อ เมื่อไหร่จะถ่ายได้สวยๆ ล่ะนี่

อ้อ แล้วก็หลังตีแบต ไปบ้านพี่แสน ไปสังเกตการณ์การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
ให้รถแป้ง จริงๆ ไม่ได้อยากทำเอง แต่ไม่อยากเสียตังค์ไปเปลี่ยนที่ร้าน
ค่าเปลี่ยน กะค่าน้ำมันเครื่อง รวมกันจะเป็นร้อยเหรียญ เห็นบิลแล้วจะเป็นลม
เลยต้องหาวิธีทำให้เสียตังค์น้อยที่สุด

เอ วันนี้มันก็มีอะไรมากกว่าวันอาทิตย์ธรรมดานิดนึงนะเนี่ย (^^" )