วันนี้มีนัดกับอาจารย์ตอนบ่ายสามโมงครึ่ง
กะไว้ว่า จะไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศในยูตอนสายๆ
เจออาจารย์เสร็จ ก็จะกลับบ้าน
ไม่ได้อยู่ออฟฟิศดึกๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ
เพราะว่า ลูกศิษย์ใหม่ของอาจารย์ เค้าไม่ชอบนั่งออฟฟิศนานๆ ค่ะ
ออกจากบ้านแล้ว มีได้แวะไปที่บริษัทประกันก่อนค่ะเรื่องของเรื่องก็คือ จะไปหาบริษัทที่ทำประกันบุคคลภัยที่สาม
ที่ถูกที่สุดนั่นเองค่ะ
ก่อนหน้านี้ ได้รับจดหมายจากบริษัทประกันภัยบุคคลที่สาม
คือ เมื่อตอนที่ซื้อรถต้นปี รถคันนี้มีประกันบุคคลที่สามติดมาด้วยค่ะ
ประกันนี้เป็นของบริษัท QBE
ตอนนี้ได้เวลาต่อทะเบียนรถแล้ว ก็เลยต้องต่อประกันภัยบุคคลที่สามด้วย
ที่นี่ ก่อนถึงเวลาต่อทะเบียนหนึ่งเดือน ทางบริษัทประกันฯ จะส่งจดหมาย
ต่อประกันมาให้ กรมการขนส่งทางบก (เทียบกับบ้านเรา) ก็จะส่งใบทะเบียน
มาให้ ซึ่งเวลาไปต่อทะเบียน ผู้ใช้รถ ก็ต้องไปจ่ายเงินค่าประกันฯก่อน
แล้วจะได้ปั๊มตราในใบต่อประกัน ผู้ใช้รถ ก็เอาใบนี้พร้อมกับใบทะเบียน
ที่ส่งมา และใบตรวจสภาพรถยนต์ (กรณีรถอายุมาก)
ไปจ่ายเงินค่าต่อทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง
ทางสำนักงานก็จะปั๊มทะเบียนรถให้ ว่าจ่ายเงินแล้ว ณ วันนี้
ผู้ใช้รถ ก็เอาทะเบียนที่มีวันที่ปั๊ม ไปติดรถได้เลย
มีคนถามว่า ถ้าเราเอาทะเบียนที่เค้าส่งมาไปติดที่รถเลยได้มั๊ย โดยไม่ต้องจ่ายเงิน
คำตอบคือ ก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีคนมาตรวจทะเบียน แล้วพบว่าไม่มีวันที่จ่ายเงินปั๊มอยู่
ก็คงจะต้องจ่ายค่าปรับกันไปตามระเบียบค่ะ แล้วในคอมพิวเตอร์
ก็จะไม่มีข้อมูลขึ้นทะเบียนของรถคันนี้อยู่
ระบบที่นี่ ค่อนข้างเป็นระบบอัตโนมัติค่ะ
อย่างข้อมูลการตรวจสภาพรถ อู่ที่รับตรวจสภาพก็จะต้องคีย์ข้อมูล
การตรวจสภาพเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลไปให้การขนส่ง
ว่ารถคันนี้ผ่านการตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว
ที่รู้เพราะว่า วันนี้ตอนไปต่อทะเบียน ลืมเอาผลตรวจสภาพไว้ในรถ
แต่เจ้าหน้าที่เขาเช็คให้จากคอมพิวเตอร์ แล้วก็บอกว่า โอเค
มาต่อที่เรื่องต่อประกันฯ บริษัท QBE ส่งจดหมายมาถึงที่บ้าน
ในนั้นมีค่าประกันสำหรับการต่อทะเบียนครั้งใหม่แนบมา
ราคาเท่ากับ 334 เหรียญ ค่ะ
เห็นจำนวนเงินแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ เพราะปีที่แล้ว ตัวเลขค่าประกันฯ
เท่ากับ 249 เหรียญ เท่านั้น ปีนี้ 334 แน่ะ ขึ้นมาเกือบร้อยเหรียญ
เลยต้องโทรถามเพื่อนๆ พี่ๆ ว่าใช้ของบริษัทไหนดี (ถึงจะถูกกว่า)
คิดว่า ขับรถดี ไม่ต้องห่วงเรื่องประกันบริษัทไหนก็ได้
ค่าประกันฯ ที่นี่ เค้าคิดตามอายุรถ และอายุคนขับค่ะ
ประมาณว่า ถ้ารถเก่า ก็จะแพงขึ้น เพราะโอกาสที่รถจะเสีย
และทำให้เกิดอุบัติเหตุก็มากขึ้นตามไปด้วย
คนขับอายุน้อย ก็ต้องเสียค่าประกันมากขึ้น
ประมาณว่า คนแก่ขับรถได้ปลอดภัยกว่าเด็กๆ
ถามไปถามมา บวกกับข้อมูลที่ได้จากเวบกองอุบัติเหตุทางรถ
http://www.maa.nsw.gov.au/default.aspx?MenuID=102ก็เลยได้ชื่อ
บริษัท Allianz (อะไลอันซ) ที่เสนอค่าประกันเพียง 259 เหรียญ
ถูกกว่าบริษัท QBE ตั้ง 75 เหรียญ (เอาไปกินข้าวได้ตั้งสองอาทิตย์)
ถ้าใครคิดจะต่อประกันฯ แนะนำให้ลองเช็คบริษัทนี้ดูค่ะ
~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*ตอนไปต่อประกันฯ ที่ Allianz เจอคุณพี่พนักงานหน้าห้อง
เธอรับใบเสนอค่าประกันจาก QBE ไปดู แล้วก็บอกว่าของบริษัทเธอถูกกว่าเยอะเลย
ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไรต่อไป ก็เผอิญมีโทรศัพท์ดังขึ้นมาค่ะ
เธอรับสาย คุยๆ ๆ อะไรไม่รู้ ไม่ได้ยิน ไม่ได้ตั้งใจฟัง
แต่ได้ยินเสียงกระซิกๆ .... คุณพี่เค้าร้องไห้ค่ะ
งง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง จะปลอบเธอดีรึเปล่านะ
เรื่องอะไรก็ยังไม่รู้เลย ... เลยปล่อยเธออยู่กับโทรศัพท์ไปก่อนดีกว่า
มาทำประกันนะเนี่ย
คิดอยู่ในใจว่า วันนี้จะได้มั๊ยคะ ประกันน่ะ
รอสักพัก เลยโผล่หน้าไปถามเธอว่า จะให้มาวันหลังมั๊ยคะ
เธอยังถือหูโทรศัพท์อยู่ พร้อมทั้งเคาะคีบอร์ดไปด้วย
"กำลังทำให้ค่ะ" เธอตอบมา
พอดีก็มีป้าอีกคน เดินเข้ามาในบริษัท
เค้าก็คงแปลกใจที่เห็นคุณพี่คนนี้ กระซิกๆ
เลยถามกัน เราเลยพลอยได้รู้ว่า คุณพี่คนนี้เค้าเพิ่งได้ผลการตรวจ
มะเร็งเต้านม ประมาณว่าผลเป็นบวก เค้าเลยเสียใจ
นี่แอบฟังเอานะคะ (^^" )
รอสักแป๊บ เรื่องประกันฯ ก็เรียบร้อย จ่ายเงินเสร็จ ก่อนจะเดินออกไป
ก็ไม่ลืมจะหันไปบอกคุณพี่เค้า ด้วยภาษาอังกฤษแบบคนไทยๆ ว่า
"ขอให้ไม่เป็นอะไรนะคะ"