Saturday, September 10, 2005

ก๋วยเตี๋ยว

วันนี้ได้กินก๋วยเตี๋ยวน้ำใส
เนื่องจากว่าอาจารย์พี่ไก่เสนอมาค่ะ
เลยนัดมากินกันที่บ้านตอนเย็น เช่นเคย
รู้สึกว่า แทบทุกเสาร์ ก็ว่าได้ ที่จะต้องทำอาหารเป็นหม้อ (ใหญ่)
แล้วก็มานั่งดูบางรักตอนที่ฉายในเมืองไทยเสาร์ที่ผ่านมาด้วยกัน
ยกความดีให้คุณอี้ ที่โหลดมาให้ค่ะ

เสียอยู่อย่างเดียว ที่บ้านโต๊ะเก้าอี้ มีไม่พอจำนวนคนเท่าไหร่
ก็อยู่กันสองคน เลยไม่ได้คิดว่าจะต้องหาโต๊ะเก้าอี้ จาน ชาม ถ้วย
ไว้สำหรับคนจำนวนมาก ตอนนี้ที่บ้านรับได้อย่างมาก 6 คน
จะนั่งกินด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องมีใครลุกๆ นั่งๆ
ตอนนี้เวลามากินที่บ้าน เลยต้องนั่งบ้างยืนบ้าง
ก็อยากไปหาโต๊ะกินข้าวที่ตัวใหญ่กว่านี้เหมือนกัน
แต่ยังไม่ได้ฤกษ์ออกไปหาซะที

แล้วตอนนี้ พี่แจง กับ แป้งก็ไม่อยู่
เลยไม่สามารถไปจัดปาร์ตี้ที่บ้านโน้นได้
ทั้งๆ ที่บ้านโน้น พร้อมกว่ามาก บ้านหลังใหญ่ อุปกรณ์พร้อม

แป้งจะกลับมาวันนี้ คาดว่าปาร์ตี้ครั้งหน้า
คงได้เปลี่ยนไปจัดที่บ้านแป้งมั่งละ

Thursday, September 08, 2005

อัพเดท

อัพเดทเรื่องคุณอี้พูดหน่อยค่ะ

เจ้าตัวบอกว่า เตรียมตัวไม่ดี
เข้าใจว่าตื่นเต้นค่ะ เลยพูดผิดไปบ้าง

แต่เรื่องเนื้อหา ขอบอกว่า แน่นปึ๊ก
เริ่มอ่านมาได้เดือนนิดๆ แล้วพูดได้ขนาดนี้
ไม่ได้ชมกันเองนะคะ

ถึงแม้จะโดนคำถาม ล้วงลึกไปนิด
(จะเอาอะไรกันนักหนา กับนักเรียนที่เพิ่งเข้าเรียนได้แค่เดือนกว่า)
แต่คุณอี้ก็ตอบได้อย่างฉะฉาน
I don't know what I will do next yet.
(ต้องอ่านต่อ ถึงจะรู้ว่าจะทำยังไง)

แถมอาจารย์ ก็ช่วยตอบให้
He needs to read more as he just started.
(ให้เวลาคุณอี้ไปอ่านเพิ่มเติมเถอะ)

สรุปว่า เต็ม 10 ให้ 8 เลยค่ะ

แฟนใครน้า อิอิ

พูด

มาช่วยกันส่งกำลังใจไปให้คุณอี้หน่อยค่ะ

วันนี้คุณอี้ได้รับมอบหมาย(เพราะมีแต่คนไม่อยากพูด โชคดีจึงตกเป็นของคุณอี้แต่เพียงผู้เดียว)
จะนำเสนอหน้าห้อง ในหัวข้อเรื่อง การจัดการโครงการซอฟท์แวร์ (software project management)
เวลาบ่ายสองโมงค่ะ คาดว่าจะกินเวลายี่สิบนาที

ส่งแรงใจ แรงเชียร์มาได้ทุกเวลาค่ะ

จบข่าว

Wednesday, September 07, 2005

อาหารทอดๆ

วันนี้ เข้าเวบไปหาวิธีทำไก่ทอดญี่ปุ่นค่ะ
อยากรู้ว่า เวลากินไก่ทอดญี่ปุ่น เค้ามีเครื่องเคียงอะไรบ้าง

เลยไปเจอเวบ USM Fuji Super
ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยกับญี่ปุ่น
ในการเปิดซุปเปอร์มาเก๊ตจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบอาหาร
จากประเทศญี่ปุ่นในประเทศไทย ตอนนี้มีสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯ ค่ะ

ในเวบนี้ มีวิธีทำอาหารญี่ปุ่นให้ได้อ่านกัน
พอดีไปเจอ วิธีทำอาหารทอดอย่างไรไม่ให้อาหารอมน้ำมัน
เลยเอามาแปะไว้ในนี้ เผื่อใครจะสนใจค่ะ

ดีต่อสุขภาพนักแล

ที่มา

http://www.ufmfujisuper.com/tips.asp

"อาหารที่จำเป็นต้องใช้การทอดในน้ำมันนั้นมีอยู่มากมาย ทุก ๆ ท่านก็คงจะเคยได้รับประทานอาหารประเภทนี้กันมาแล้ว ขึ้นชื่อว่าอาหารทอดก็ต้องมีน้ำมันเข้ามาเป็นส่วนประกอบ หลักการง่าย ๆ ในการทอด คือ การใส่น้ำม้นให้มากพอสมควร ตั้งกระทะบนเตาไฟให้เกิดความร้อนที่พอเหมาะไม่แรงหรืออ่อนจนเกินไป จากนั้นคุณก็นำอาหารลงทอดได้ทันที แต่ในการทอดอาหารในน้ำมันนี้ก็มักจะเกิดปัญหาได้เช่นกันนะครับ นั่นก็คือ เมื่ออาหารที่เราทอดสุกทั่วถึงแล้ว เวลาที่เรานำขึ้นมาจะเกิดปัญหามีน้ำมันติดมามาก หรือจะเรียกว่อาหารอมน้ำมันก็ไม่ผิดนัก แต่ปัญหานี้มีเคล็ด(ไม่)ลับที่จะแก้ไขได้ไม่ยากครับเคล็ด(ไม่)ลับที่ว่านี้ก็คือ เวลาเอาน้ำมันใส่กระทะเพื่อทำการทอดอาหารใด ๆ ก็ตาม เมื่อน้ำมันในกระทะร้อน ก็ให้คุณเอา"น้ำส้มสายชู" ที่คุณมีติดครัวอยู่แล้ว ใส่รวมกับน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมูลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อจากนั้นก็เริ่มทอดอาหารที่เราต้องการจะทอดได้ทันที เมื่อสุกแล้วให้นำมาพักไว้ที่ขอบกระทะ คุณจะสังเกตเห็นได้ว่า อาหารที่คุณทอดสุกแล้วนี้จะไม่อมน้ำมันหรือดูดน้ำมันเอาไว้เหมือนก่อนหน้าที่เราไม่ได้ใส่น้ำส้มสายชูลงไป อาหารที่ทอดแล้วไม่มีน้ำมันเยิ้มนั้นจะมองดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น"

Tuesday, September 06, 2005

บ้านหลังที่สอง

เมื่อเที่ยงวันนี้เอง ที่คุณอี้ได้ย้ายข้าวของหนีตามมาอยู่ออฟฟิศเดียวกัน
ใช้เวลาขนของแค่ห้านาทีเท่านั้น (เด็กใหม่ ไม่ค่อยมีสมบัติอะไรติดตัว)

ก่อนหน้านี้ ฉันใช้ออฟฟิศนี้ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาชาวอินโดนีเซีย
ซึ่งเพิ่งกลับประเทศไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
เนื่องจากมีปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียน เลยขอหยุดพักการเรียนไว้ก่อน
แต่จริงๆ คือ ขอตัวไปเขียนทีสิสที่บ้านตัวเองที่อินโดนีเซีย
เพราะไม่มีเงินพอที่จะอยู่ที่นี่
เขาจะกลับมา เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าค่ะ บอกกับฉันว่า
จะกลับมาส่งทีสิสเลย

ถ้าฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา
ก็คงต้องเลือกทางออกแบบเดียวกัน

มาต่อกันที่ คุณอี้ย้ายเข้ามา

วันนี้เราพกอาหารกลางวันมากินที่ยูค่ะ เป็นข้าวหมกกุนเชียง ใส่เห็ด
ระหว่างที่กินอยู่ คุณอี้ก็พูดขึ้นมาว่า
"น่าจะมีไมโครเวฟอยู่ในห้องนี้สักตัว จะได้ไม่ต้องออกไปอุ่นอาหารข้างนอก"
ฉันตอบไปว่า
"เอาสิ เดี๋ยวไปดูที่การาจเซล (เปิดโรงรถขายของ) กัน"
คุณอี้ เลยมีความคิดใหม่ว่า
"อีกหน่อย ก็จะมีทีวี ตู้เย็นตามมา"
ฉันเลยเสริมไปว่า
"อีกหน่อยเอาเตียงมา คงกินนอนที่นี่ได้เลยนะ"

เสาร์นี้ มีที่ไปแล้วค่ะ การาจเซล นั่นเอง ^^"

Monday, September 05, 2005

ดอกไม้

ต้นไม้ข้างบ้าน ออกดอกเป็นสีขาว เพิ่งสังเหตุเห็นเมื่อสองวันก่อนเองค่ะ
ที่ผ่านมา เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงาน ก็จะเห็นหน้าต่างของบ้านข้างๆ
อย่างชัดเจน เพราะต้นไม้ที่อยู่ตรงกลาง เป็นต้นไม้โกร๋นๆ ไม่มีใบ (ในหน้าหนาว)

ตอนนี้ ดอกไม้บานขึ้นทุกวัน ๆ นอกจากจะช่วยบังหน้าต่างข้างบ้านอีกด้วย
ทำให้วิวนอกหน้าต่างห้องทำงานที่บ้าน สวยน่ามองขึ้นเยอะ
เป็นมุมพักสายตาอย่างดี

ดอกไม้ที่ปรากฏให้เห็นตอนนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า
ได้เวลาออกทริปถ่ายรูปดอกไม้แล้ว
เพราะว่า ถ้าเลยหน้านี้ไป ดอกไม้ก็จะร่วงหมดไป
กลายเป็นใบไม้ที่งอกขึ้นมาแทน


ดอกขาวๆที่เห็นในรูปนี้ คุณอี้บอกว่า เหมือนดอกซากุระ ^^"

เอ่อ

. . . . . . . . . . . .

ดอกซากุระ เป็นไงเหรอคะ

Sunday, September 04, 2005

งานฉลอง 150 ปี เมือง Uralla

ไปมาแล้วค่ะ นัดกันตอนสิบโมงเช้า ขับรถไปที่เมืองยูราลล่า
เพื่อจะไปดูขบวนแห่ในงานฉลองฯ

คนไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ ได้ที่จอดรถติดถนนใหญ่ ที่ขบวนเดินผ่านด้วย
รอไม่นานนัก ก็มีขบวนผ่านมา เริ่มจากรถ(หน้าตาคล้ายรถแข่งรุ่นดึกดำบรรพ์)
ที่แล่นลงมาจากเนิน ไม่รู้ว่า แล่นด้วยแรงโน้มถ่วง หรือ แรง(ตีน)ถีบกันแน่

แล้วก็ตามมาด้วย การเล่นละคร การตามล่านายธันเดอร์โบลท์ (Thunderbolt)
ซึ่งเป็นวีรบุรุษของเมืองนี้ ติดตามประวัติของนายคนนี้ได้ที่บล๊อกคุณอี้ค่ะ
ภาพที่เห็นบนถนน ก็มีคนแต่งตัวเป็นตำรวจกำลังตามจับโจรคนนี้อยู่
มียิงปืนจริงขึ้นฟ้าด้วยนะคะ ทำให้ตื่นตาตื่นใจ ไม่ใช่น้อย
มีภาพประกอบค่ะ



หลังจากนั้น ก็มีขบวนรถ หลายประเภท ทั้งรถโบราณ รถขนเด็กอนุบาล รถขนคนแก่
ทั้งหมดต่างก็แต่งตัวโบราณ ไม่ก็แฟนซี
ยอมรับว่า พาเหรดไหนๆ ในประเทศนี้ ก็แต่งตัวคล้ายๆ กัน ขบวนก็คล้ายๆกัน
สังเกตจาก ขบวนที่เคยดูมา

มีภาพขบวนบางตอนมาให้ดูค่ะ




นอกจากจะมีคนแต่งตัวแปลกๆ ก็ยังมีคนทำหน้าแปลกๆด้วยค่ะ
นี่โดนเข้าไปเต็มหน้ากล้องเลย ถ้าทำให้ใครฝันร้ายคืนนี้ก็ขออภัยนะคะ
คนเขียนยังกลัวว่า อาจจะฝันร้ายเลย คืนนี้ - -''



ขบวนจบเร็วมากค่ะ เพราะมีรถน้อย ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อยโรงเรียนฝรั่ง
พรรคพวกที่มาด้วยกัน เลยแวะไปหาข้อมูลที่ศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยว
ว่าจะไปไหนต่อดี หลังจากถามไถ่เจ้าหน้าที่ ก็ได้ความว่า
จุดต่อไปที่จะแวะ คือ กอสวิค ชาพเพล (Gostwyck Chapel)
เป็นโบสถ์เล็กๆ นอกเมืองยูราลล่าค่ะ ที่ไปก็เพราะว่า
อยากเห็นโบสถ์ที่มีไม้เลื้อยคลุมเกือบเต็มโบสถ์ว่าสวยแค่ไหน
แต่พอไปถึงจริงๆ ก็เจอแต่ต้นแห้งๆค่ะ เลยกะกันว่า
อีกหนึ่งเดือนจะกลับมาใหม่ น่าจะเขียวพอดี ถ่ายรูปสวย

ถึงไม่ได้เห็นโบสถ์เขียวๆ อย่างที่หวังไว้ แต่ก็ได้รูปสวยๆ กลับมาพอควรค่ะ



เสร็จแล้วสมาชิกก็กลับไปหาข้าวกินกันแถวบ้านตัวเองค่ะ
เพราะว่าร้านที่ยูราลล่าไม่มีน่าสนใจเลย
อันเป็นที่มาของข้าวมันไก่ต่อเนื่อง

ปล. แนะนำสมาชิกหน่อยค่ะ เรียงจากซ้ายไปขวานะคะ เริ่มจาก อาจารย์พี่ไก่, เจ้าของบล๊อก, อาจารย์น้องแทน (หมอพระมงกุฏ), อาจารย์พี่ธัญญา(ราชภัฏเชียงใหม่), อาจารย์อี้, อาจารย์น้องแนน(ราชภัฏอุตรดิตถ์), อาจารย์พี่ประวิทย์(หมอนเรศวร)

สมาชิกทั้งเจ็ดเป็นขาประจำวัยโจ๋ เดี๋ยวนี้ไปเที่ยวไหน กินไหน ส่วนใหญ่ก็ไปกับกลุ่มนี้