Saturday, September 17, 2005

Toowoomba

จุดมุ่งหมายหลักอย่างหนึ่งของการมาเยือนรัฐควีนแลนด์ในครั้งนี้
ก็คือ งานเทศกาลดอกไม้ที่เมืองชื่อ ทูวูมบ้า (Toowoomba)

วันนี้ เราแพลนกันว่า จะออกจากบริสเบนตอน แปดโมงครึ่ง
พอถึงเวลาจริง ก็ออกช้าไปกว่าที่คิดสิบห้านาที
เลยถึงเมืองทูวูมบ้า ตอนสิบโมงครึ่ง
ซึ่งก็ทันถมเถ เพราะพาเหรดที่เราจะมาดู เริ่มตอนเที่ยงตรง

งานนี้ คุณช้างเป็นสารถีค่ะ ปล่อยให้อีกสามผู้โดยสาร หลับได้อย่างสบายใจ
ที่แรกที่เราแวะในเมืองทูวูมบ้า ก็คือ ศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว
แวะไปเอาแผนที่ และตารางเทศกาลค่ะ
หนุงหนิงบอกว่า ที่เมืองนี้นอกจากพาเหรด เค้าก็มีประกวดสวนด้วย
บ้านที่จัดสวนได้สวยงามเข้าตากรรมการ ก็จะได้รางวัล
พร้อมทั้งเปิดให้คนนอกเข้าชมสวนฟรี อีกด้วย
ซึ่งก็ต้องไปเอาแผนที่กันก่อน ถึงจะรู้ว่าที่ไหนมีสวนสวยให้ชม

เสร็จจากนั้น คุณช้างและหนุงหนิงก็พาฉันและคุณอี้ไปหย่อนไว้
แถวที่ขบวนพาเหรดจะผ่าน แล้วก็ขอตัวไปดูสวนตามบ้าน
เพราะว่าเค้าเคยดูขบวนแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา
พร้อมกับคำเตือนว่า "มันไม่สวยอย่างที่คิดหรอกค่ะ"

โชคร้ายที่วันนี้ลมแรงมาก
ระหว่างนั่งรอให้ถึงเวลาที่จะมีพาเหรด
ก็มองนาฬิกาอยู่ตลอดเวลา ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาซะที
ทรมาณเหลือเกิน หนาวก็หนาว ลมก็แรง
แต่ต้องนั่งทนรอ เพราะอยากจองที่แถวหน้า

และแล้วเมื่อผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง
ก็มีเจ้าหน้าที่ประกาศออกมาว่า "ยกเลิกขบวน"
เพราะเหตุว่า ลมแรงมาก ไม่สามารถจัดขบวนได้

เราสองคนก็เลยผิดหวังไปตามระเบียบ
ต้องโทรศัพท์ไปตามน้องทั้งสองให้มารับเป็นการด่วน
ไม่ไหวแล้ว หนาวมาก ลมแรงสุด ยืนที่ไหนก็ไม่สามารถหลบลมได้

กว่าคุณช้างและหนิงจะมาถึง
ก็ล่วงไป สิบห้านาที หรือกว่านั้น
ช่างเป็นสิบห้านาทีที่แสนทรมาน

ในที่สุดพวกเราก็ได้เลื่อนขบวนไปหาข้าวกิน
เดินไป ร้านไหน ก็ยังไม่เปิด มองไปเจอร้าน Thai Majestic
เขียนว่า Open เลยเดินเข้าไป ไม่รีรอ เพราะว่าอยากหาที่อุ่นๆ เต็มที่

เมื่ออิ่มได้ที่แล้ว เราก็ลงความเห็นกันว่า
ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในร้านไทยที่ทำอาหารไทยได้เป็นฝรั่งมาก
ต่างกับร้าน ไทยวิรัตน์ที่ไปกินเมื่อวันก่อนเหลือเกิน
อาหารอีสานแซ่บๆ ช่างเหมาะกับการไปกินหลังจากไปผจญภัย
ในเวิร์ลเสียนี่กะไร ช่วยให้มีแรงขึ้นมาในบัดดล
นี่แหละหนอ ที่เขาว่า แรงข้าวเหนียว

เสร็จจากกิน เราก็แวะไปที่สวน Queens Park
ซึ่งเป็นสวนใหญ่และมีดอกไม้มากที่สุดในเมือง
ซึ่งก็ได้จัดให้มีงานแฟร์ ที่รวมเครื่องละเล่น และร้านเกมต่างๆ
ตามสายตาของเราแล้ว มันก็คือ งานวัดดีดีนี่เอง

นอกจากนี้ก็มีขบวนรถดอกไม้ที่อยู่ในขบวนพาเหรด
มาจอดให้ประชาชนได้ชมกันด้วย

เห็นแล้ว นึกถึงที่หนุงหนิงพูด และก็รู้ว่า ไม่มีอะไรจะจริงไปกว่านี้อีกแล้ว
คือว่า เทียบกับ เทศกาลไม้ดอกไม้ประดับ ที่บ้านเราไม่ได้เลยจริงๆ
สักนิดๆ ก็ไม่ได้ ดูรูปเอาแล้วกันค่ะ



รถคันนี้ เรียกได้ว่ามีดอกไม้ประดับอยู่เยอะที่สุดในบรรดารถหลายๆ คันที่จอดโชว์
เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ยิ่งสลดใจ ดอกไม้ที่คิดว่าเป็นดอกไม้ จริงๆ แล้ว ป๊าดสะติกชัดๆ - -''

เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกเราเลยไปดูงานแฟร์ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
ระหว่างที่เดิน ก็เห็นว่ามีคนหอบหิ้วตุ๊กตา
เลยเกิดความรู้สึกอยากได้ขึ้นมาบ้าง
เล็งๆ ดูแล้วก็มีอยู่ร้านนึงที่ตุ๊กตาน่ารักมาก
เลยขอร้องให้คุณอี้ ช่วยเล่นให้หน่อย
เพราะว่า อยากได้ตุ๊กตากะเค้าบ้าง ^^"



แต่ปรากฏว่ามันยากเกินความสามารถ
เลยโดนกินไปห้าบาท โดยที่ไม่ได้อะไรเลย

เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว พวกเราก็เลยเปลี่ยนไปดูสวนตามบ้านแทน
ก็ขับรถออกไปประมาณสิบห้านาทีค่ะ ก็ถึงบริเวณบ้านที่ได้รางวัล
บ้านหลังแรกที่ไปดู นอกจากบ้านจะใหญ่แล้ว สวนยังใหญ่กว่าบ้านอีกหลายเท่า
ไม่รู้ว่าทำเข้าไปได้ยังไง สวนใหญ่ขนาดนี้
แต่บ้านบางหลังที่ได้รางวัลก็มีสวนขนาดเล็กพอดีกับบ้าน
เห็นดอกไม้สีสวยสดใสแล้วอยากซื้อกลับไปบ้านบ้างเหมือนกัน
แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะกลัวว่ามันจะเหี่ยวก่อนถึงอามิเดล



สรุปว่าเราไปดูสวนในบ้านสามหลัง แล้วก็ตกลงใจจะกลับบริสเบนกัน
รอบนี้ คุณอี้ขับค่ะ แล้วอีกสามคน ก็ได้หลับกันสมใจ
คุณอี้ตื่นอยู่คนเดียวตลอดชั่วโมงกว่าๆ ^^"

เมื่อมาถึงบริสเบน ก็เพิ่งจะห้าโมง
เลยหลับเอาแรงกันซะก่อน จะไปผจญภัยกันต่อ
เมื่อได้เวลาทุ่มนึง เราก็ออกไปผจญภัยในเมืองต่อ
เริ่มจากอาหารมื้อเย็นที่ร้านญี่ปุ่น ชื่อ จิงโกะ (Gingo)
ร้านนี้เป็นร้านคุณภาพค่ะ ตามที่คุณช้างบอกมา
แบบว่า ปริมาณอาหารไม่มาก แต่รสชาติรับรองถูกปาก
ราคาไม่ถูก แต่ก็ไม่แพงมากเกินไป

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

อิ่มอร่อยสมกับที่คุณช้างว่าไว้เลยค่ะ

อิ่มอร่อยได้ที่ แล้วคุณช้างกับหนุงหนิงก็พาไปเดินเล่นริมแม่น้ำ
ชมวิว ถ่ายรูป สักพัก แล้วก็พาไปชมวิวบนยอดดอย
บนภูเขาคูท่า (Mt Coot tha)
วิวสวยจริงๆค่ะ มีรูปมาอวดด้วย



กลับลงมาถึงบ้านประมาณสี่ทุ่มครึ่ง ด้วยความอ่อนเพลีย
แต่ก็มีความสุข ^^ ลัลลั่ลล้า ลัลล้า ล้าลา

หลับสบายอีกแล้ววันนี้

Friday, September 16, 2005

Dreamworld

วันนี้ คุณช้างและคุณหนุงหนิงพามาเที่ยวดรีมเวิร์ลค่ะ
แถมยังจองตั๋วที่ได้ส่วนลดให้เสร็จสรรพ น่ารักจริงๆ

อย่างนึงที่โดดเด่นเป็นสง่า เห็นตั้งแต่ยังขับรถไม่ถึง ดรีมเวิร์ล
ก็คือ Giant Tower ที่มีความสูงเทียบได้กับตึก 36 ชั้น
แค่ฟังๆ คุณช้างเล่าถึงเจ้าเครื่องเล่น ที่ติดกับเสาตัวนี้แล้ว
ก็ยังไม่แน่ใจว่า จะเล่นกะมันดีรึเปล่า

ดูจากรูปจะเห็นว่า มีรถคันเล็กๆ อยู่บนเสา



รถคันนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเล่นที่ชื่อว่า T.O.T
ย่อมาจาก Tower of Terror
คุณช้างเล่าว่า เจ้ารถคันนี้ จะออกวิ่งและเร่งความเร็ว
จนได้ 160 กม. ต่อ ชม. ภายในเวลา 1 วินาที
และวิ่งไปตามรางเรื่อยๆ จนถึงระยะสองในสามของความสูงเจ้าเสาตัวนี้
แล้วก็ปล่อยให้รถถอยหลังตกลงมาเอง

วืดดดดดดดดดดดดด..........................

หลับตานึกภาพกันเอาเองนะคะ

เครื่องเล่นอื่นที่ได้ลองเล่นก็มี Cyclone
เป็นรถไฟเหาะตีลังกา
อาจจะเพราะเป็นอย่างแรกที่ได้เล่น
เลยยังไม่ค่อยชินกับความหวาดเสียว
พอลงมา เลยเดินเป๋ซ้ายขวาไปสักพัก

คุณอี้ ถึงกับยอมแพ้ ไม่ยอมเล่นอะไรต่ออีกเลย

ปล่อยให้คุณช้างและฉันไปเล่น The claw ต่อกันสองคน
พอผ่านอย่างแรกมาได้ อย่างที่สองก็เลยกลายเป็นหมูๆ ไป
เครื่องเล่นตัวนี้ ทำงานคล้ายๆ กับเครื่องเล่นไวกิ้ง
เหวี้ยงขึ้นปล่อยลง แต่ที่ต่างไป ก็คือ เสาที่เหวี่ยงคนขึ้นไป
รอบๆ เสามีการหมุนด้วย คือ คนที่นั่งรอบๆ เสา
จะไม่มีคนไหนได้เอาหน้าลงทุกครั้งไป
บางครั้งโชคดี ก็จะได้เอาหน้าลง บางครั้งโชคดีกว่า
ก็จะได้เอาหลังลง

ตามไปอ่านเรื่องเครื่องเล่นต่อได้ที่ บล๊อกคุณอี้ ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++

นอกจากเครื่องเล่นนานาชนิด
ดรีมเวิร์ล ยังเป็นที่ที่ใช้ถ่ายทอดสด reality show รายการนึง
เค้ามีการสร้างบ้านสำหรับถ่ายรายการ Big Brother ไว้ที่นี่ด้วย
พอรายการจบ ก็จะเปิดบ้านได้ผู้คนได้มาชมกัน
รายการนี้ เพิ่งจะมีการนำไปทำให้คนไทยได้ดูกันด้วย
ข่าวว่าดังพอสมควร

เสร็จจากชมบ้าน Big Brother เราก็เข้าไปชมสวนสัตว์กันต่อ

ถ่ายรูปบรรดาสัตว์ๆ มาให้ดูกันด้วยค่ะ
ตัวแรก จิงโจ้ แสนขี้เกียจ



อีกตัวนึงที่เข้าไปดูคือ น้องเสือน่ารัก
ในรูป ผู้ดูแล กำลังให้นมกล่อง



นอกจากนั้น ดรีมเวิร์ล ก็มีกรงพิเศษ สำหรับนกนานาชนิด
เอารูปนกสีสวยมาให้ดูตัวนึงค่ะ
ชื่ออะไร ยังไม่ได้ไปค้น รู้แต่ว่า เคยเห็นในโปสการ์ดด้วย
ใครรู้ว่าเป็นนกอะไร บอกทีค่ะ




วันนี้ใช้เวลาคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ อยู่ซะจนดรีมเวิร์ลถึงเวลาปิด
ทั้งๆ ที่ก็ยังเล่นเครื่องเล่นไม่ครบ เดินไม่ทั่ว
แต่ก็เพลียไม่ใช่น้อย

คืนนี้ หลับปุ๋ยอีกแน่ๆ

Thursday, September 15, 2005

เดินทาง

วันนี้ตื่นหกโมงครึ่งค่ะ เช้ากว่าที่เคยตื่นทุกวันมาก ๆ ๆ
มากจน ก่อนนอนยังสงสัยว่าจะตื่นได้อย่างไร

แต่ในที่สุดก็ตื่นจนได้
อย่างแรกที่ทำหลังจากตื่น คือ ลงไปในครัว
เตรียมน้ำ ข้าวกลางวัน ขนม นม เนย จิปาถะ ใส่ถุง

ใช่ค่ะ เราสองคนกำลังจะออกเดินทาง
จุดมุ่งหมายคือ บริสเบนค่ะ เราเลือกเดินทางโดยการขับรถยนต์
เป็นการเดินทางไกลแบบรถยนต์ครั้งแรกของสองคนในประเทศนี้
จากที่ตั้งใจว่าจะออกกันเจ็ดโมง ก็กลายเป็นแปดโมง

จากที่ตกลงกันไว้ คุณภรรยาก็จะขับรถจากอามิเดลไปถึงกราฟตัน
(Armidale to Grafton) ระยะทางตามป้าย คือ 216 กม.
แต่จริงๆ ช่วงแปดสิบกิโลสุดท้าย มันคือ กิโลแม้วดีดีนี่เอง
ทางยังกะถนนเชียงใหม่ไปฝาง โค้งต่อโค้งเยอะมากๆ
ยังคุยๆ กันเลยว่า นี่ถ้าพระเอกหนังเรื่อง initialD มาขับบนถนนเส้นนี้ล่ะก็
ได้ดริฟกันมันระเบิดเถิดเทิงเป็นแน่
อยากรู้เรื่องว่าการ ดริฟ เป็นยังไง ติดตามที่ไดคุณอี้ค่ะ

ไม่อยากจะบอกว่า ความเป็นจริงนั้น การเดินทางในช่วง
อามิเดล ถึง กราฟตัน นั้น แตกต่างจากที่คุณอี้อธิบายไว้
ในบล๊อกตอน เดินทาง ค่อนข้างมาก ^^"

เพราะคนนั่งข้างๆ หลับหรอกค่ะ เลยไม่ทราบว่า
บางช่วง ตอนขับรถ ที่ถนนโค้งไปทางซ้าย
เมื่อคุณภรรยาหมุนพวงมาลัยไปซ้าย
ก็....โอ๊ะ ๆ ๆ ๆ คร่อมเลนส์ ๆ ๆ

บางช่วง ตอนขับรถ ที่ถนนโค้งไปทางขวา (โค้งแบบเกือบหักศอก)
เมื่อคุณภรรยาหมุนพวงมาลัยไปขวา
ก็....โอ๊ะ ๆ ๆ ๆ ตกขอบถนน ๆ ๆ

เป็นเหตุให้การเดินทาง ตื่นเต้นไปเกือบตลอดกิโลแม้วที่ขับผ่านไป
ทำให้ขับรถแล้วไม่รู้สึกง่วงแต่อย่างใด
คนข้างๆ ก็หลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เมื่อตื่นมาบางขณะ ก็จะทำหน้าที่ของสามีที่ดี
"ไหวมั๊ย ให้ขับมั๊ยจ๊ะ"
ภรรยาก็ใจดี อยากให้สามีหลับต่อ เพราะตื่นเช้ามาก
เลยบอกว่า "ไม่เป็นไรจ๊ะ ไว้ถึงกราฟตันก่อนนะ"

หลังจากนั้น จนก่อนถึง กราฟตัน
ก็มีอะไรให้ตื่นเต้น เป็นระยะๆ
โชคดีที่รถน้อยมากๆ ด้วยค่ะ

ถนนโค้งซ้าย โอ๊ะ ๆ ๆ ๆ
ถนนโค้งขวา โอ๊ะ ๆ ๆ ๆ


เอ๊ะยังไงนี่ ชักมันส์ ^^"


ในที่สุดหลังจากกราฟตัน ก็หายตื่นเต้นค่ะ
เพราะเปลี่ยนคนขับรถแล้ว
ขับรถไป ดูแผนที่ไป แล้วก็คิดกันไปว่าจะแวะที่ไหนบ้าง
รายละเอียด อ่านได้ที่ บล๊อกคุณอี้ ตอนเดินทาง ค่ะ

ปรากฏว่าถึงบริสเบนตอนหกโมงเย็นค่ะ ได้เวลากินพอดี
โชคดีจริง ๆ อาจารย์ช้างและหนุงหนิง ทำที่นอนรอไว้ด้วย
น่ารักมากๆ แถมอาจารย์ช้างยังทำเต้าหู้ทรงเครื่องให้กินด้วย

คืนนี้นอนหลับปุ๋ยแน่ๆ เพลียเพราะเดินทางเหนื่อย (นั่งจนเหนื่อย)
แถมยังมีของกินอร่อยๆ

พรุ่งนี้มี ดรีมเวิร์ล ให้ลุยกันต่อ ^^"

Tuesday, September 13, 2005

อาจารย์ใครหนอ

วันนี้เข้าเวบมหา'ลัย แล้วเจอคนหน้าคุ้นๆ บนเวบหน้าแรกค่ะ

http://www.une.edu.au/

เห็นแล้วตกกะใจ (เหมือนโดนตามมาหลอน) อิอิ
คลิกเข้าไปอ่านแล้วก็ได้รู้ว่า

วันพุธที่ 21 กันยายน ที่จะถึงนี้
อาจารย์ท่านนึงจะมาให้ความรู้ในหัวข้อเรื่อง

“Here a Chip, There a Chip...the Story of Ubiquitous Computing”

การบรรยายจะมีขึ้นที่ Armidale Town Hall

ตามไปอ่านกันได้ในหน้าเวบข้างล่างค่ะ

http://www.une.edu.au/news/archives/000344.html

อาจารย์ใครหนอ

Monday, September 12, 2005

Oh! You're so big

น้องแป้งกลับมาแล้ว

แปลว่า ได้พริกน้ำเงี้ยว แล้วค่ะ

ต้องขอบคุณ แป้ง น้องสาวผู้น่ารัก ที่ไม่บ่นสักคำสำหรับการหอบอภิมหาพริก(กล่องใหญ่มากค่ะ) มาจากเมืองไทย
ขอบคุณ น้าหล้า ที่ช่วยติดต่อแป้ง จนสามารถส่งพริกไปถึงมือแป้งได้ทันเวลา
ขอบคุณ น้าลี และ แม่ลือ ที่ลงมือตำน้ำพริกสุดอร่อยให้
แต่คราวหน้า...ขอน้ำพริกสักสองครกก็พอค่ะ
เกรงใจคนแบกมาให้จัง


ก่อนได้พริกมา ก็กะไว้แล้วว่า สักประมาณเสาร์ถัดไป (ไม่ใช่เสาร์ที่จะถึงนี้)
จะลงมือทำน้ำเงี้ยวให้แป้ง (ตอบแทนที่หิ้วมาให้)
และเพื่อนๆคนไทยได้ชิมกัน

หม้อใหญ่ก็มีแล้วค่ะ เตรียมพร้อม ^^"