Saturday, September 24, 2005

ตันหยง

ขอไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ ตันหยงลิมอ

ขอให้ทางการช่วยจับคนร้ายที่ก่อเหตุยิงร้านน้ำชามาให้ได้โดยเร็ว

ขอให้ทหารสองคนที่พลีชีพจงไปสู่สุขคติ

ขอให้ทางการทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้เร็วที่สุด

ขอให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือ

ขอให้อย่าใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องตัดสินปัญหา

ขอให้คนไทยรักกัน อย่าให้ความโกรธแค้นมาเป็นตัวแบ่งแยกเราเลย


ขอไว้อาลัย.....

Thursday, September 22, 2005

Pictionary

วันนี้มีนัดกับอาจารย์ตอนเที่ยงค่ะ
คุยกันแป๊บๆ แล้วก็ต่อด้วยประชุมกลุ่มที่จัดให้มีขึ้นทุกสองอาทิตย์
แต่ละครั้งจะมีหนึ่งคนบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวกับงานวิจัยของตัวเอง
คราวนี้อาจารย์เป็นคนบรรยายเองค่ะ
อาจารย์หยิบเอาเรื่อง smart card ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคนไข้ มาพูด
เริ่มพูดบ่ายสอง ไปจบเอาบ่ายสาม เลยทำให้คุณอี้ไม่ได้เข้าพบอาจารย์
เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนที่ผ่านมา เพราะคุณอาจารย์เองก็มีนัดประชุมต่อทันที
เลยได้คุยกันแค่หนึ่งนาที พอให้ได้คุย

กลับมาบ้าน ได้แค่หนึ่งนาที เพื่อนบ้านแฟลตสาม มาเรีย ก็เข้ามาทักทาย
แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของสามีเธอที่มาจากบริสเบน เพิ่งมาถึงเย็นนี้
มาเรียบอกว่า จะทำบาบีคิวกัน ถ้าเราสองคนสนใจ ก็มากินด้วยกัน
แล้วเราก็ใจง่ายไปกินกับเขาค่ะ ^^
เอาไก่สะโพกสองชิ้นใหญ่ กับตำถั่วไปแจม แถมด้วยน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ แต่ไม่แซ่บ
ติดตามอ่านเรื่องบาบีคิววันนี้ได้ที่ บล๊อกคุณอี้ ค่ะ

หลังจากกินอิ่มแล้ว มาเรียก็ชวนเล่นเกม Pictionary
เกิดมาไม่เคยเล่นค่ะ แต่ก็หลวมตัวเล่นกับเขาไปแล้ว
ปรากฏว่าสนุกมาก วิธีเล่นคือ แบ่งกันเป็นสองทีม
(ลองนึกภาพ เกมบันไดงู ตามไปด้วยจะเข้าใจมากขึ้น)
ทีมที่ได้เล่น จะจับบัตรขึ้นมาหนึ่งใบ
ในบัตรใบนั้นจะมีคำศัพท์อยู่ ให้หนึ่งคนทีมเป็นผู้วาดรูป
และให้คนที่เหลือทายว่า เป็นคำศัพท์อะไร
โดยมีการจับเวลา ถ้าทายได้ก่อนหมดเวลา ทีมนั้นก็จะได้โยนลูกเต๋า
เดินตามกระดานตามจำนวนแต้มที่โยนได้
และเล่นต่อไป โดยจับบัตรใบใหม่
วนไปอย่างนี้ จนถึงเส้นชัย

ถ้าทายไม่ถูก ก็ต้องเปลี่ยนให้อีกทีมเป็นฝ่ายได้เล่น

ผลจากการเล่นด้วยกัน ปรากฏว่า ทีมหญิงเป็นฝ่ายชนะค่ะ
ขอบอกว่าคุณอี้ ได้เครดิตเยอะมาก จากการเล่นเกมนี้
มีแต่คนชมว่าวาดรูปเก่ง ^^

บทเรียนที่ได้จากเกมๆ นี้ สอนให้รู้ว่า
ความรู้เกี่ยวกับศัพท์ภาษาอังกฤษของอิฉัน มันน้อยเหลือเกิน
แบบว่า ต้องจับบัตรใบใหม่อยู่หลายที เพื่อให้ได้ศัพท์ที่ตัวเองแปลออก
- -''

มีรูปเกมส์ที่ว่านี้มาฝากด้วยค่ะ
(คลิกเพื่อดูรูปใหญ่)



ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเกมนี้ก็คือ ทำให้ได้ฝึกศัพท์ภาษาอังกฤษไปด้วย
ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยจะมีเกมแบบนี้ขายรึเปล่า
แต่ที่แน่ๆ กะไว้แล้วว่าจะหาไปเล่นให้ได้ ^^

Wednesday, September 21, 2005

จำศีล

ตั้งแต่เย็นวันจันทร์ จนถึงเช้าวันนี้ ไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะ อยู่แต่บ้าน
จะเรียกว่า จำศีล ก็ว่าได้ ...เนื่องจาก มีเสียงสั่งในหัวอยู่เป็นระยะๆว่า
"ทำงาน เร็วๆ หน่อย"

ประโยคนี้ จะแว่วมาเข้าหูอยู่บ่อยๆ หลังจากที่วันหนึ่ง อาจารย์ได้เอ่ยประโยคนี้ออกมา
ตั้งแต่นั้นมา ก็รู้สึกว่าประโยคนี้ มันตามมาหลอนๆ อยู่เรื่อยๆ


เมื่อเย็นวันจันทร์ ไปเคาะประตูเพื่อนบ้านแฟลตสาม
เอาของฝากจากควีนส์แลนด์ไปฝาก เป็นเบียร์ยี่ห้อ XXXX สองขวด
เนื่องจากจำได้ว่า คุณช้างบอกว่า เบียร์ยี่ห้อนี้ไม่มีขายที่รัฐ NSW
เราก็เลยคิดกันว่า มันน่าจะเป็นของฝากที่ดูหรูสำหรับคนที่นี่

เมื่อเย็นนี้ ได้ไปเดินช้อปปิ้ง เดินผ่านร้านขายเครื่องดื่มมึนเมา
มองเข้าไปเห็น ลังสีเหลืองเล็กๆ มียี่ห้อ XXXX อยู่บนกล่อง

นึกในใจว่า เฮ้ย อะไร XX
เลยถอยหลังกลับมาดู พร้อมทั้งชี้ให้คุณอี้ดูด้วย
ไหนคุณช้างบอกว่า ไม่มีขายที่รัฐ NSW ไง

กลับมาคิดอีกที เลยไม่มั่นใจในสิ่งที่จำมา
ว่าจริงๆ แล้ว ที่ได้ยินมาจากคุณช้าง จะเป็นประโยคไหนกันแน่ ระหว่าง
"เบียร์ XXXX ผลิตที่รัฐ Queensland"
หรือ
"เบียร์ XXXX ไม่มีขายที่ NSW"

เริ่มงง ค่ะ แต่สรุปออกมาแล้ว คือว่า..... หน้าแตก
เพราะเพื่อนบ้านแฟลตสาม ฝ่ายชายมีบ้านเกิดอยู่ที่รัฐ Queensland ซะด้วย
เอามะพร้าวห้าวไปขายสวนเสียแล้ว - -''

Monday, September 19, 2005

กลับบ้าน

ในที่สุด ก็ได้เวลากลับบ้านเรา(ที่อามิเดล)เสียที
ลุงอดัม เพื่อนผู้รอบรู้ของคุณช้างและหนุงหนิง
มาช่วยดูเครื่องยนต์รถให้ก่อนออกเดินทางค่ะ
ได้ความรู้มาอีกเพียบ ว่าควรจะเช็คเครื่องยนต์ส่วนไหนบ้าง

นอกจากนั้น ลุงอดัมยังเขียนแผนที่เดินทางออกจากบริสเบนให้ด้วย
เพราะแผนที่ใหญ่ที่มี ไม่ละเอียดพอ
ที่ไปไหนมาไหนในบริสเบนได้ ก็เพราะคุณช้างและหนุงหนิงพาไป

นี่คือ ข้อดี ของการมีเพื่อนต่างแดน

ขากลับ เราสองคนเลือกใช้เส้นทาง New England Highway
ซึ่งเป็นถนนหลวงที่ตัดผ่านเมืองทั้งหลายที่ตั้งอยู่ในแผ่นดิน ไม่ติดทะเล
ถนนเส้นใหญ่ ขับง่าย ไม่คดเคี้ยว ไม่เหมือนขามา
ที่เดินทางโดยถนนหลวงสาย Pacific Highway
ซึ่งเป็นถนนเลียบเมืองใกล้ชายฝั่ง เส้นนั้น คดเดี้ยวมาก ทำให้ขับได้ช้า

ขากลับ เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง ไม่รวมเวลาแวะพักกินข้าวกลางวัน
ขับไปตามกฏเรื่อยๆ (ไม่เกิน 100 กม. ต่อ ชม.)
คันแล้วคันเล่า ที่เฝ้าแซงรถเราไป
ในที่สุด ก็ถึงบ้านเสียที
ตรวจดูบ้าน ก็ยังมีสภาพเหมือนเดิม
ตรวจดูต้นไม้ ใบสะระแหน่ โตขึ้นมาก บางใบยาวถึง 4 เซนติเมตร
เห็นแล้วชื่นใจ ..ดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่ก็อดเสียดายอากาศที่บริสเบนไม่ได้
ไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป

คุณช้างบอกก่อนกลับว่า ถนนสายหนึ่งใกล้ๆ ยูของคุณช้าง
ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงตลอดทั้งถนน ในอีกสองอาทิตย์ถัดไป

หรือ ชาวอามิเดลอย่างเรา จะกลับไปดูดีน้อ ^^

Sunday, September 18, 2005

ในที่สุด

วันอาทิตย์มาถึงเร็วกว่าที่คิด
อยู่บริสเบนอีกวันเดียว ก็ต้องกลับอามิเดลแล้ว
อยากให้เวลาผ่านไปช้าๆ จัง

วันนี้ตั้งใจกันว่า จะตื่นสายนิดหน่อย
แล้วออกไปซื้อข้าวของตามประสาคนเอเชียคิดถึงบ้านเกิด
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ตื่นสายกว่าที่คิด
แค่พอไปถึงไชน่าทาวน์แล้วต้องลงความเห็นกันว่า
ควรกินข้าวเที่ยวก่อนไปช้อปปิ้ง ^^"

อาหารเที่ยงสุดพิเศษวันนี้ เป็นร้านเป็ดค่ะ
คุณอี้กินเป็ด คุณช้างกินหมูกรอบ คุณตุ๋มกินเฝอ คุณหนิงกินติ่มซำ
อิ่มหนำ กันแล้ว ก็ออกเดินช้อปปิ้งกันต่อ

นอกจากของกินแห้งแล้ว
คุณอี้ ซื้อดอกเก๊กฮวยแห้งมาค่ะ
เนื่องจากว่า อยากกินน้ำเก๊กฮวยมาก ๆ
แต่เนื่องจากไม่มีถุงเล็กขาย เลยซื้อถุงใหญ่มา
ทำให้คาดกันว่า จะได้กินน้ำเก๊กฮวยไปถึงเรียนจบ ^^

อย่างเดียวที่ไม่สมหวัง ก็คือ เมียวโจ้รสเป็ด
หนุงหนิงตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คงจะมีคนไทยได้กินแล้วเกิดติดใจ
เลยบอกกันไปปากต่อปาก จนกระทั่งมีคนแห่มาซื้อจนหมดร้าน
เลยไม่เหลือมาถึงเรา ๆ

T_T อยากกินมาก ๆ ไปสั่งเมให้ส่งมาจากซิดนีย์ดีมั๊ยเนี่ย

เนื่องจากว่าตื่นกันเช้ามาก และก็ช้อปกันเพลินสุดๆ
แทนที่จะได้ไปเดินชมเมืองบริสเบน เลยต้องกลับบ้านไปก่อน
เพราะว่าคุณอี้และคุณช้างมีนัดเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้รถคุณอี้กัน
โดยคุณช้างได้ติดต่อให้อดัม มาช่วยดูให้
สาวๆ ก็ต้องทำข้าวเย็น เย็นนี้จะทำขนมจีนน้ำเงี้ยวกินกันค่ะ
ซึ่งต้องใช้เวลาทำหนึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ (นานตรงต้มน้ำเงี้ยว)

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ยกเว้นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
ทำไม่ได้ด้วยเหตุผลที่ว่า ไขน๊อตไม่ออก
น้ำมันเครื่องและไส้กรองที่ซื้อมา เลยเป็นหมันไปก่อน

และแล้วน้ำเงี้ยวขนมจีน ก็สุกพอดี
ทำไว้สามแบบค่ะ แบบแรกไม่เผ็ดเลย คือ น้ำยา
แบบที่สอง เผ็ดใช้ได้ คือ น้ำเงี้ยวเติมน้ำ ^^"
แบบที่สาม เผ็ดนรก คือ น้ำเงี้ยวดั้งเดิม ^^"
(ฝีมือตำพริกของแม่ลือ และ น้าลี)

ปรากฏว่า มีคุณตุ๋มและคุณอี้เท่านั้นที่กล้ากิน น้ำเผ็ดนรก
คนอื่นใจสมัครใจไปกินแบบปานกลางกันหมด
โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร เพราะสำลักพริก
ได้อร่อยกันถ้วนหน้า อดัมที่เป็นฝรั่ง ก็ยังกินไหว
เก่งจริงๆ

พอตกเย็น หนุ่มๆ ก็ชวนกันออกไปดูบอลข้างนอกค่ะ
เค้าว่า มีเพื่อนดูบอล แล้วจะทำให้ดูสนุกยิ่งขึ้น
สาวๆ ไม่สนค่ะ เลยนั่งดู Australian Idol กันที่บ้าน
จากนั้นก็แยกย้ายไปคนละจุด ก๊อก ๆ แก๊กๆ หน้าคอมพ์
รอหนุ่มๆ กลับมา

ได้เวลาก็หลับปุ๋ยเหมือนเดิม
ขนาดวันนี้ไม่ได้เดินเยอะนะเนี่ย