Saturday, November 12, 2005

?

หนุ่มปริศนาหน้าตาจิ้มลิ้ม คนนี้

ใครน้า

ลูกชิ้น

เนื่องจากพี่ด้วง ซึ่งเป็นพี่สาวของภรรยาพี่แสน จะเดินทางกลับเมืองไทยเป็นการถาวร ในวันพุธที่จะถึงนี้ ฉันจึงได้เสนอความคิดให้มีการทำอาหารกินกันที่บ้านพี่แสน วันนี้ตอนเที่ยง เลยเสนอว่าให้ทำสุกี้ และข้าวผัด

เช่นเคยค่ะ ฉันก็รับอาสาเป็นแม่บ้าน ทำทุกอย่างตั้งแต่ซื้อและทำ ยังดีที่ได้เด็กๆ ช่วยทำโน่นทำนี่ จนสำเร็จเป็นสุกี้หม้อยักษ์น่ากิ๊น น่ากิน ที่พิเศษสุดของวันนี้ก็เห็นจะเป็น "ลูกชิ้น" นี่แหละค่ะ

เนื่องจากว่า เป็นสุกี้ พูดถึงสุกี้ ก็ต้องนึกถึง MK พอนึกถึง MK ก็จะนึกถึงลูกชิ้นสารพัดชนิด แสนอร่อย เลยมีความคิดอยากจะทำสุกี้ ใส่ลูกชิ้น ก็เลยไปเที่ยวหาสูตรตามเวบ จนได้สูตรนี้มา ลองทำแล้ว ปรากฏว่าใช้ได้ค่ะ กินกันตายได้ดีทีเดียว

อุอุ ล้อเล่นค่ะ

วิธีทำ ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มจากผสมหมูบด 1 กิโลกรัม กับ มันหมู 200 กรัม แป้งสาลี (หรือแป้งมันฝรั่ง) 1 ถ้วย น้ำปลาดี 1/ 4 ถ้วย พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใช้เครื่องบดอาหาร บดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน หมักไว้ในตู้เย็น 3-5 ชม. แล้วนำไปต้มในน้ำ ถ้าลูกชิ้นลอยให้ตักออก รับประทานได้

ใครลองทำแล้ว เอารูปมาโชว์บ้างนะคะ

Thursday, November 10, 2005

เปลี่ยนมั่ง

เห็นเขาเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาบล๊อก ก็หน้าใหญ่อยากจะเปลี่ยนตามเขาบ้าง
มั่นใจไว้ก่อน ว่าคงทำไม่นาน เดี๋ยวก็เสร็จ
ที่ไหนได้ งมๆ เงยๆ อยู่เป็นสองชั่วโมงก็แล้ว สามชั่วโมง
ก็ยังไม่เสร็จ เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปๆมาๆ ราวกับว่า อาจารย์จะมาตรวจพรุ่งนี้เช้า

พยายามทำคนเดียว งก ๆ เงิ่นๆ หันไปมองคนข้างๆ ก็หลายที
แต่ก็ไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือสักครั้ง ด้วยอารมณ์หยิ่ง
ตามประสา นางเอกผู้ทนงตน ไม่ยอมง้อพระเอกเสียให้ยาก

แต่ที่ไหนได้ ทำไปทำมา เกิดง่วงนอน
ในที่สุด ก็ต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนข้างๆ
เพราะดันมีอยู่อย่างนึงที่ดันทุรังทำเอง ด้วยสมองนางเอกแล้ว
ก็ทำไม่ได้สักที

สุดท้าย พระเอกก็ต้องมาช่วยจนได้

เคยได้ยินมั๊ยคะ ที่เขาว่าไว้ว่า

If you want something done, do it yourself.
อยากได้อย่างใจอยาก ไม่ยากเลย ทำเองสิ

ประโยคนี้ บางที ก็คงต้องเปลี่ยนๆ มันบ้างนะคะ

If you want something done quickly, do it with a smart one.
อยากได้อะไรอย่างใจอยาก แบบเร็วกว่าทำคนเดียวมากๆ ถามคนเก่งๆ ที่นั่งข้างๆ เถอะนะ

Wednesday, November 09, 2005

น้ำใจ

ตั้งแต่ต้องทำ(ท่าว่า)งานหนัก ก็ได้คุณอี้ เป็นคนดูแลชีวิต
จากที่เป็นคนดีอยู่แล้ว ก็ดูจะแสนดี ที่หนึ่งอย่างสม่ำเสมอ

คุณอี้ มักจะ

1.ตื่นนอนก่อนเสมอ และ(หลังๆ)ก็ยังปล่อยให้นอนต่ออีก เมื่อก่อนเคยมีความพยายามที่จะปลุกภรรยาอยู่เรื่อยๆ ด้วยถ้อยคำที่คนอย่างฉันได้ยินแล้ว มีหรือจะอยากตื่น เหมือนมีคนมากระซิบที่ข้างหูบอกว่า "ที่รักจ๋า ตื่นนะ" ใครจะตื่นล่ะคะ หลับฝันดีต่อดีกว่า

2.รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ซักผ้าอยู่เสมอ เพราะว่าตื่นก่อนทุกที ส่วนคุณภรรยาก็ทำหน้าที่พับผ้าไป

3.เดินออกจากบ้านตอนเช้า อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ไปหา ซี่โครงหมู ราคาประหยัดมาทำ "บะกุ๊ดเต๋" อาหารโปรดของภรรยาที่กินหมูเป็นอาหารหลัก ได้รับประทาน เนื่องจากคุณอี้ได้สำรวจตลาดมาแล้วว่า ซี่โครงหมู ที่วูลลี่จะลดราคาในช่วงเช้า ที่ใกล้วันหมดอายุ ถ้ายังไม่มีใครหยิบมันไปซะก่อน แล้วก็ขยันแวะไบโลตอนเย็น ๆ ค่ำๆ เพื่อหาผลิตภัณฑ์พวกเดลี่ เช่น นม โยเกิร์ต ที่คุณอี้ได้ทำการสำรวจมาแล้ว ว่า ต้องไปซื้อตอนค่ำๆ ที่ไบโล เช่น นม 2 ลิตร อีกสองวันจะหมดอายุ เหลือ 50 เซ็นต์ โยเกิร์ตหลากรส อีกสามวันหมดอายุ เหลือคู่ละ 50 เซ็นต์ นอกจากนี้ก็มีไก่ย่างที่ไบโล ที่มักจะลดราคาตอนดึกๆ ล่าสุดนี้ก็ซื้อไก่ย่างหนึ่งตัว ราคา 2 เหรียญมารับประทาน

4.เป็นคนล้างจานหลังอาหารเย็นอยู่เสมอ เพราะคุณภรรยาจะมีหน้าที่ปอกส้มเป็นของว่างหลังอาหารเย็น แบ่งงานกันทำ จะได้ขึ้นไปดูไอดอลไวๆ (ช่วงก่อนติดรายการ australian idol) ^^"

และอื่นๆ อีกหลายอย่าง เล่ามากไป เดี๋ยวจะมีบ่นว่า โดนนินทา


ล่าสุดนี้ ก็มีอีกอย่างนึง ที่ไม่รู้จะใจดี(หรือประหยัด)ไปทำไม

สั่งมูก แล้วแทนที่จะทิ้ง ดันส่งกระดาษต่อให้เราเอามาใช้ต่อ นี่ดิ - -"

Tuesday, November 08, 2005

เด็กเล็ก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเด็กทารกแรกเกิด
เป็นลูกเพื่อนคนไทยที่นี่ค่ะ เธอแต่งงานกับชายชาวออสซี่
และเพิ่งให้กำเนิดลูกชายตัวน้อยไปเมื่อเดือนก่อน

วันนี้ เธอชวนคนไทยไปสังสรรค์ในโอกาสครบรอบหนึ่งเดือน
ที่เจ้าตัวน้อย โดมินิค (ชื่อเล่น น้องดอม) ลืมตาขึ้นมาดูโลก

ช่วงนี้ เด็กผู้ชายเกิดกันเยอะจัง เพื่อนสนิทอีกสองคนก็ได้ลูกชาย
เพื่อนสนิทอีกคนก็จะได้ลูกชาย เพื่อนอีกคนที่แต่งงานกับคนที่นี่
ก็กำลังจะคลอดลูกชายในอีกไม่กี่เดือน

ในหมู่เพื่อนที่รู้จักกัน เห็นมีคนเดียวได้ลูกผู้หญิง
ซึ่งตอนนี้ก็เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ทั้งหลายที่ตอนนี้ยังเป็นทารก
อาจจะต้องเรียกว่า แม่ๆ ของหนุ่มๆ จองให้ถึงจะถูกกว่า

แบบนี้ จะทำให้เกิดวิกฤติการณ์แย่งหญิงกันในอนาคตรึเปล่าคะนี่

ต่อไปนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนคำพูดเป็น
"ใครมีลูกสาวเหมือนมีทองอยู่หน้าบ้าน"

กลับมาที่น้องดอมต่อ

งานนี้ไม่พลาด พกกล้องคู่ใจไปด้วย
ปกติ ก็อยากพกกล้องออกไปถ่ายเด็กฝรั่งตามสวนเด็กเล่นอยู่แล้ว
แต่เนื่องจาก กลัวโดนเขาเข้าใจผิดว่า เป็นพวกชอบเด็ก (แบบผิดปกติ)
เลยมิกล้าสักที ต้องรอให้รู้จักพ่อแม่เด็ก ถึงจะถ่ายได้

ตกลงก็ได้ถ่ายรูปน้องดอมมาหลายสิบ แต่ดันมีอยู่หนึ่งรูป
ที่ไปเหมือน เด็กทารกเพศชายคนหนึ่ง
ที่ลืมตาขึ้นมาดูโลกใบเดียวกันนี้ เมื่อสามสิบปีก่อน

ถึงจะลืมตากันคนละประเทศ คนละยุค
แต่เชื่อหรือไม่ ดันมีบางอย่างคล้ายกันซะได้
เป็นไปได้ไงนะ




ดูแล้วก็ให้สงสัยจังว่า เด็กทารกเพศชายทุกคน จะ..... เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย รึเปล่า

กำ กำ ขยุก ขยุก ฮุก ฮุก ทำท่าเหมือนจะเป็นนักมวยตั้งแต่เด็ก ^^"


Sorry, your browser doesn't support the embedding of multimedia.

Monday, November 07, 2005

ชีวิตโคอะล่าน้อย ตอน 1

วันก่อน มีแขกจากแดนไกล ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่รู้มาเจอบล๊อกฉันได้ยังไง
มาเยี่ยม แล้วยังแปะบอกไว้ว่า ชอบการ์ตูน อหิงสา แม่บ้านฯ
วันนี้เลยลงมือวาดการ์ตูนต่อ คลายเครียด
(ยิ่งกำลัง หาเรื่องพักสมองอยู่ด้วย ^^")

วันนี้เสนอ ตอน อาหารเช้าของโคอะล่าน้อย ค่ะ






















Sunday, November 06, 2005

ขโมยขโจร

ทำไมเมืองฝรั่ง ที่ดูว่าเจริญหูเจริญตา ถึงได้มีขโมยเยอะอย่างนี้น้อ
เคยได้ยินจากเพื่อนว่า ฝรั่งที่ประเทศนี้ ถ้าไม่มีงานทำ
รัฐบาลจะมีเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง
อาทิตย์ละร้อยกว่าเท่าไหร่จำไม่ได้

เกิดเป็นฝรั่งประเทศนี้นี่สบายจริงๆ

ไม่รู้ว่า เพราะไม่ทำงานแล้วถึงได้เงินนี่รึเปล่า
พวกฝรั่งถึงได้ดูขี้เกียจๆ กันแบบนี้
ทำงานเริ่มแปดโมง เลิกห้าโมง สบายกันจัง

มาต่อกันเรื่องขโมยขโจร
ตั้งแต่มาเรียนที่ประเทศนี้ ก็ได้ยินเรื่องขโมย
ซึ่งรู้สึกว่า จะชอบขึ้นบ้านนักศึกษาจัง


เริ่มตั้งแต่ ตอนอยู่ที่นิวคาสเซิล
พอได้ยินจากเพื่อนหลายคนว่า โดนขโมยขึ้นบ้าน
ก็ชักใจไม่ค่อยดี เพราะว่า บ้านตัวเองก็อยู่ก็ติดถนน
แถมห้องที่พักอยู่ ก็ดันหันเข้าหาถนนอีกต่างหาก
ประมาณว่า ถ้าโดน ก็อาจจะเป็นห้องฉันก่อน

ถึงกระนั้น ก็ไม่เคยโดนสักที
เท่าที่คิดได้ ก็คือ บ้านติดถนน โจรคงไม่กล้าเท่าไหร่
เพราะถ้าทำอะไร ก็อาจจะมีคนเห็นได้ง่าย


พอย้ายมาอยู่อามิเดล เรื่องขโมยก็ยังตามหลอกตามหลอน
ขนาดอยู่หอของมหาวิทยาลัย ที่ว่ามียามคอยตรวจตราบ้าง
เมื่อเทียบกับบ้านที่เช่าเองข้างนอก ที่ต้องเป็นยามกันเอง
ก็ยังมีขโมยกรีดมุ้งลวดเข้ามาฉกเอาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไป
ทำให้ทางผู้จัดการหอ ต้องหาเหล็กมากั้นหน้าต่าง
ไม่ให้เปิดได้มากพอที่ใครจะพาตัวเข้าไปทางหน้าต่างได้
แบบว่าให้เปิดได้แค่พอมีอากาศเข้ามาในห้อง

โชคยังดีที่หอฉันอยู่ชั้นสอง ไอ้เรื่องจะปีนขึ้นมาคงยาก
แต่ก็ยังหวาดเสียวอยู่ดี


พอมีฤกษ์ให้ต้องออกมาเช่าบ้านอยู่เองข้างนอก
เนื่องจากค่าหอขึ้นราคา จนฉันและเพื่อนตกลงกัน
ว่าไม่อยากโดนเก็บค่าหอแพงๆ
เลยออกมาหาบ้านอยู่ด้วยกัน สี่คน
จำได้ว่า วันแรกที่ไปดูบ้าน คนเช่าเก่าก็เล่าให้ฟังว่า
บ้านหลังนี้ เคยโดนขโมยขึ้นบ้าน แต่โชคดีที่มีประกัน
บริษัทเลยจ่ายเงินค่าของที่หายไปให้ประมาณห้าพันเหรียญ
ฟังแล้วก็ค่อยใจชื้น แต่ยังไงก็เถอะ ไม่หายดีกว่า

โชคดีที่ระยะเวลาสี่เดือนที่อยู่บ้านหลังใหม่
เราได้ทำประกันไว้ แถมไม่มีเรื่องใดๆ เกิดขึ้นให้ตกอกตกใจ
ทั้งๆ ที่บ้านหลังตรงข้าม โดนขโมยพยายามเข้าบ้านมาสองทีแล้ว
โอ้ ขอบคุณพระเจ้า


หลังจากนั้น ก็มีเหตุให้ต้องย้ายออกมาอยู่แฟลต
ก็ตามเคยค่ะ ก็เริ่มรู้สึกหวาดเสียวอีกรอบ
เพราะว่า มีอุปกรณ์เยอะแยะมากมายในบ้าน
ที่ถ้าเกิดหายขึ้นมา ได้เสียอกเสียใจ กินข้าวไม่ลงแน่
ก็น้ำพักน้ำแรงนี่นา

อยู่ไปอยู่มา ก็รู้สึกคุ้นเคย แถมยังรู้สึกเหมือนว่า
อยู่แถวนี้จะปลอดภัยกว่าแถวที่เคยอยู่เสียด้วย


ประหนึ่งว่า ถ้าอยู่แถวเดิม ล๊อกบ้านอย่างดี
ก็อาจจะมีโจรเดินเข้าบ้าน
พอย้ายมาอยู่แถวนี้ เปิดประตูบ้านทิ้งไว้
ก็ยังมีแนวโน้มจะ ยังรอดปลอดภัยดี
คงเพราะว่า มีแฟลตติดๆ กันอีกห้าห้อง ดูแล้วอุ่นใจ
แล้วบริเวณนี้ ก็ไม่เห็นจะมีคนพื้นเมืองอยู่เลย
เห็นแต่ฝรั่งๆ

ไม่ได้ตั้งใจว่า ดูหมิ่นคนพื้นเมืองแต่อย่างใด
แต่เท่าที่ได้ยินและเห็นมา แถวที่คนพื้นเมืองอยู่กันเยอะๆ
จะมีโอกาสมีโจรเข้าบ้าน เยอะพอสมควร


คนใกล้ตัว โดนไปสองหลังแล้วค่ะ
หลังแรก น้องเค้าอยู่กันสองคน
คนนึงยืนสูบบุหรี่อยู่นอกบ้าน
อีกคนอยู่ในบ้าน พอเจอว่ามีโจรเข้าบ้านมา
ก็เลยโดนโจรจับเขวี้ยงไปอีกทาง
(ฟังแล้วหวาดเสียวแทนนะคะ)
แล้วโจรก็หนีไป รายนี้ไม่ได้คุยกับเจ้าตัว
เลยไม่รู้ว่าของอะไรหายไปรึเปล่า

หลังที่สอง ระหว่างที่ไม่มีใครอยู่บ้าน
ก็มีเจ้าโจรเข้าบ้านมาขโมยของมีค่า รวมทั้งเงินไป
หลังเดียวกัน ตอนที่มีคนอยู่ในบ้านเต็มไปหมด
แต่จอดจักรยานจอดไว้ ในรั้วบ้านตัวเอง
ก็ยังมีคนมาจูงออกไป เมื่อไหร่ไม่ทราบได้
เพราะคนอยู่ในบ้านกันหมด!!!


ตอนนี้ คนบ้านนั้นยังหาข้อสรุปกันอยู่ค่ะ
ว่า จะล่อโจรยังไง จับโจรยังไง กระทืบดีไหม
คือเค้าคงแค้นน่ะค่ะ โดนจักรยานไป 4 คันแล้ว
ภายในสองเดือน คนละทีกันด้วย
คิดไปแล้วก็ ถือว่าโชคดีที่มันไม่เกิดกับเรา

วันนี้เลยรู้สึกหวาดเสียวขึ้นมาอีกรอบ

ต่อไปนี้จะล๊อกบ้านดีดี ออกบ้านกลางคืนจะเปิดไฟทิ้งไว้
ไปไหนไกลๆ จะบอกเพื่อนบ้าน เพื่อนคนไทยเอาไว้

และหวังว่าจะโชคดี คลาดแคล้วจากพวกขโมยขโจรต่อไป
สาธุ ^^"