Saturday, November 19, 2005

ติดใจ

หลังจากหาวมาไม่รู้กี่สิบรอบ จนคนข้างๆ อดถามแล้วถามอีกไม่ได้ว่า
"นอนแล้วมั๊ย" จนหาวได้ครบรอบที่ยี่สิบ ก็ได้เวลาเข้านอนเสียที
ตอนใกล้ๆ ตีสอง ซึ่งเป็นเวลาปกติ ของคนบ้านนี้

ฉันเอ่ยไปว่า "ปะ นอนแล้วมั๊ย"
เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วพูดว่า "งั้น ก่อนนอน ขออีกรอบได้มั๊ย"
ฉันกลืนน้ำลาย ถามต่อไป "อะไร อีกรอบเหรอ"
เขาตอบอย่างอาย ๆ



























"ขอเข้ามุจิไลฟ์ (Muji's life) อีกรอบได้มั๊ย อ่า"

เขาขอเข้าไปดูเวบบล๊อกฉันก่อนนอนอีกรอบ ค่ะ
เขาคนนี้เป็นแฟนตัวยงค่ะ ปกติจะเข้าไปดูบล๊อกฉันวันละเป็นสิบรอบ

มาหลังๆ ที่สถิติตัวเลขคนเข้ามาดูเวบบล๊อก (ดูที่เคาท์เตอร์บล๊อกด้านล่างขวา ตรงไอคอน I Power Blogger)
เริ่มสูงขึ้นจนเกินร้อยมาหลายวันแล้ว ฉันก็เลยเริ่มสงสัยว่า
พ่อคนนี้ เขาเข้าไปดูบล๊อกวันละ สี่สิบห้าสิบรอบหรืออย่างไร

พอถามเขาตรงๆ เขาก็บอกว่า เขาเข้าไปดูแค่วันละสิบรอบเอง
แต่ฉันไม่เชื่อค่ะ เพราะหันไปทีไร ก็เห็นตาใสแจ๋ว ดูเวบหน้าเวบบล๊อกของฉันอยู่ทุกที

ฉันก็เลยขอ ให้เข้าไปดูเวบบล๊อกฉันวันละสองหรือสามครั้งก็พอ
เพราะฉันอยากรู้ว่า ตัวเลขคนเข้ามาดูเวบบล๊อกจะขึ้นถึงร้อย(ต่อวัน)มั๊ย
ถ้าเขาคนนี้ เลิกเข้าไปดูบล๊อกฉันบ่อยๆ



และแล้วก่อนนอน.... ฉันก็ใจอ่อน ยอมให้เขาเข้าไปดูเวบบล๊อกอีกรอบ ^^"

Friday, November 18, 2005

เปลี่ยน

เห็นว่าช่วงนี้ มีแต่คนเปลี่ยนหน้าตาบล๊อก (blog) สงสัยว่า มันจะกลายเป็นเชื้ออย่างนึงซะแล้ว เริ่มที่คุณอี้ ลามมาที่คุณภรรยา ที่นั่งใกล้ๆ กันตลอดเวลา ชะรอยเชื้อมันจะกระโดดข้ามมาได้ง่ายๆ แต่ที่ไหนได้ ลามไปถึงบริสเบน ติดคุณช้างต่อ เอ๊ะ เชื้อตัวนี้มันวิ่งเล่นตามสายเคเบิลไฟเบอร์ออพติคหรือยังไงกันเนี่ย แล้วก็ได้ข่าวมาแว่วๆ ว่า ลามไปติดน้องคุณหนุงหนิงด้วย เชื้อตัวนี้มันอินเตอร์จริงๆ มันเป็น เอ๊าเบรค (outbreak) ที่รุนแรงพอๆ กับข่าวลือ ^^"

รายต่อไปจะเป็นใครหนอ

อัพเดทล่าสุด คุณปึ๊ดก็เปลี่ยนแล้วค่ะ

หรือว่า

มันติดต่อกันทางเวบเซิร์ฟเวอร์ (web server) อุอุ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

วันนี้ ตื่นเช้ามาแล้วดันจำได้ ว่า ก่อนตื่น ฝันอะไรไป
ปกติ จะจำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ส่วนใหญ่จะจำได้ตอนตื่นใหม่ๆ
แล้วมันก็เลือนหายไป เมื่อหันไปทำอย่างอื่น

แบบนี้ เค้าเรียก อัลไซเมอร์ ได้หรือยังคะ

วันนี้มันแปลกๆ ตรงที่ ตื่นมา ไม่ได้นึกความฝัน หรืออะไรเลย
ตื่นมาแบบง่วงๆ เหมือนเคย ล้างหน้า แปรงฟัน
แล้วก็ไปทำขนมปังปิ้ง เหมือนวันธรรมดาทั่วไป

แต่พอกินขนมปังไปได้ครึ่งแผ่น ความทรงจำ ก็บังเอิญกลับมา ว่าเมื่อเช้านี้ ก่อนตื่น(จริงๆ) ฝันถึง อ.นัส เพื่อนที่ทำงาน (เคยได้ยินบางคนบอกว่า ฝันถึงใคร แสดงว่า จิตใต้สำนึกกำลังนึกถึงคนๆนั้นอยู่)

ฝันว่า คุยกับ อ.นัส
ฉันถามเธอไปว่า "เมื่อไหร่จะอัพบล๊อกซะทีจ๊ะ อยากอ่าน"
เธอก็ตอบว่า "ช่วงนี้งานยุ่งๆ น่ะจ๊ะ ไม่มีเวลาอัพเลย"

สองประโยคสั้นๆ เท่านี้ ก็ยังอุตส่าห์จำได้ และลืมที่เหลือหมดสิ้น
เราเป็นอะไรไปหรือนี่

เข้าใจว่า ฝันถึงใคร ก็แสดงว่าต้องนึกถึงคนๆนั้นในเวลาอันใกล้ๆ แต่เท่าที่จำได้ ครั้งสุดท้ายที่พูดถึงเธอ มันราวๆ ต้นที่ผ่านมาแล้วนะ ประมาณว่า ไม่เห็นเธออัพบล๊อกเลยเนาะ สงสัยจะยุ่ง

หรือว่า จิตใต้สำนึกที่ว่านี่ มันจะมีคิว คนที่ถูกนึกถึงก่อน อาจจะต้องโดนฝันถึงก่อน หรือว่า อ.นัส จะอยู่ในจิตใต้สำนึกที่ลึกมากๆ มันเลยมาโผล่ฝันเอาตอนกลางเดือนแบบนี้

ใครมีทฤษฏีเกี่ยวกับความฝัน ช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะคะ
แบบว่า สงสัย ^^"

Thursday, November 17, 2005

คัสตาร์ดที่รัก(ของคนข้างๆ)

วันนี้ เกิดอยากเอาใจใครบางคน เลยลงมือทำคัสตาร์ด ตอนแรกนึกว่าจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก พอทำจริงๆ ที่ไหนได้ ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ผลผลิตที่ได้คือ คัสตาร์ดไม่แข็ง!!!

ที่คิดว่ามันจะง่าย ก็เพราะว่า มีผงทำคัสตาร์ท มีนม อุปกรณ์แค่สองอย่างนี้เท่านั้น ที่ต้องใช้ ที่ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะว่า อ่านวิธีทำข้างกล่องแล้วไม่เข้าใจ

Mix two level tablespoons of custard power with one table spoon of sugar in the saucepan. Pour sufficient milk (from 2 cups) into the saucepan. Mix well. Pour the remaining milk to the saucepan and whisk well. Slowly bring to boil and stir continously.

รอบแรก ไม่รู้ว่าจะใส่ผงคัสตาร์ดเท่าไหร่ดี เลยเทจากถุงลงหม้อไปเลย กะเอาจากสายตา เพราะไม่รู้ว่า two level tablepoons มันคืออีหยัง ตอนนั้นคิดว่า มันคือช้อนประหลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าช้อนโต๊ะ เสร็จแล้วก็ เปิดแก๊ส ผสมน้ำตาล นมลงไป แต่พอคนเท่านั้นแหละ ผงคัสตาร์ทมันเหนียวเป็นก้อนๆ ไม่เข้ากันกับน้ำนมเลย ชิมดูก็ไม่หวาน เลยใส่น้ำตาลเพิ่มไปอีก ผลสุดท้าย ก็ได้คัสตาร์ทเป็นเม็ดๆ น้ำก็ข้นคลั่ก ไม่ได้เป็นน้ำข้นๆ แต่อย่างใด - -"

ถึงแม้ว่าจะรู้ตัวว่าผิดพลาดทางเทคนิคไปแล้ว แต่ใจก็ยังสู้ค่ะ พยายามคนต่อไป ด้วยความเชื่อที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น คนๆ บดๆ ให้เม็ดคัสตาร์ทมันเละๆ จะได้กลายเป็นครีมๆ ไป คนๆ บดๆ อยู่ประมาณห้านาที ก็เริ่มอ่อนล้า เมื่อยมือเป็นบ้า เลยยอมแพ้ ตักคัสตาร์ดข้นคลั่กออกใส่ถ้วย เก็บไว้ดูเล่น และเตือนตัวเองต่อไป ว่าอย่าทำอย่างนี้อีก

ในเมื่อนมก็ยังเหลือ และใจก็ยังสู้ เลยตัดสินใจทำ รอบสอง แต่ด้วยความที่ ตีโจทย์ไม่แตกตั้งแต่ต้น ก็เลยยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า two level tablespoons มันคืออะไร เลยใช้ความรู้พื้นฐานของการเป็นแม่บ้าน ใส่มัน 2 ช้อนโต๊ะปกตินั่นแหละ แต่คราวนี้รู้แล้วว่า ควรจะผสมทุกอย่างให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยเปิดแก๊ส เพราะไม่งั้นคัสตาร์ทจะสุกเร็วเกินไป พอผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วก็ตั้งไฟอ่อน คนๆๆ จนกระทั่งเดือด ลองตักมาชิม ทำไมเหมือนกินนมจัง ไม่เห็นข้นเหมือนคัสตาร์ทเลย เลยตั้งไฟต่อไปอีกพัก ชิมอีกที เริ่มข้น แต่ก็ยังไม่แข็ง ชิมไปคิดถึง two level tablespoons ไป เพราะมันขำหัว (ขำหัว เป็นเมือง แปลว่า งง ไม่เข้าใจ) มาก แล้วจู่ๆ ก็เกิด ปิ๊ง!! ขึ้นมา tablespoons มันต้องใช่ ช้อนพูน แน่เลย

2 level tablespoons ช้อนโต๊ะสองระดับ = 2 ช้อนพูนๆ

พอดีนมหมดก่อน เลยไม่ได้ลองรอบที่สาม

หลังจากนั้น ก็มีชายหนุ่มหน้าตาดี เรียนอยู่บอสตัน ขี่ม้าขาวมาบอกว่า level tablespoon คือ เต็มช้อน แบบตักมา แล้วใช้มีดปาดให้ระดับของที่ตักมาให้สูงเท่าขอบของช้อน (A level tablespoon is where the ingredient is only level with the top edge of the spoon. This can be achieved by filling the spoon and then running a knife horizontally across the top two edges of the spoon which discards anything above the level of the spoon.)

สรุปว่า ที่แปลเอาเอง ผิดค่ะ แต่ไม่เป็นไร เพราะที่ลองทำ ถ้าใส่ตามสูตร มันไม่แข็งค่ะ ต้องใส่เยอะกว่านั้นนิดนึง

ถึงยังไง คราวหน้า ก็จะไม่เอาดิกชันนารีไปเปิดตอนทำกับข้าวอยู่ดี ^^"

Tuesday, November 15, 2005

Living with the fly

พักนี้ เห็นหน้าแมลงวันในบ้านทุกวัน
จนพาลให้มีจินตนาการ คิดไปว่า ถ้าต่อไป ไม่มีแมลงวันแล้ว อนาคตฉันจะเป็นยังไง

ชีวิตฉัน คงจะ

- เงียบเหงา ไร้เสียง หวี่ หวี่ หวี่ รบกวนโสตประสาท

- ขาดกิจกรรมให้สามีทำ เพราะปกติ สามีจะออกกำลังกายทุกวัน คอยเดินตามมุมห้อง ไล่ตบเจ้าแมงน้อย พัวะ พัวะ พัวะ ให้ข้างบ้านสงสัยว่า ทำอะไรกันน่ะ

- ได้ทำงานบ้านน้อยลง ไม่ต้องเก็บข้าวของให้พ้นมือพ้นตีนเจ้าแมงน้อย ไม่ต้องไล่ดูดฝุ่น เก็บศพมัน

- กินอะไรได้อย่างมีความสุขเกินไป จนอาจทำให้อ้วนได้ เพราะไม่ต้องคอยระแวงว่าแมงน้อยจะมาเกาะใกล้ๆ จานกับข้าว

- ฯลฯ

Monday, November 14, 2005

ต้มยำน้ำไม่แซ่บ

วันนี้ไม่ได้จะมาเขียนเรื่องสูตรอาหารเหมือนเคยนะคะ
ต้มยำกุ้งที่ว่า จริงๆ แล้ว มันคือ ภาพยนตร์ต่างหาก

เนื่องจากว่า ซีดีต้มยำกุ้งที่เมืองไทย ได้มีการนำออกจำหน่ายแล้ว
เราเลยมีโอกาสได้สัมผัสภาพยนตร์เรื่องนี้ในลักษณะภาพเคลื่อนไหว
หลังจากที่เฝ้าดูเรื่องราวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มานาน ผ่านกระทู้ในเวบพันทิพ เวบต้มยำกุ้ง รวมไปถึงเวบแฟนคลับจา พนม ที่อัพเดทข่าวเร็วยิ่งกว่า เวบของบริษัททำหนังเสียอีก

ส่วนตัวแล้ว หวังกับหนังไว้มาก ว่า อย่างน้อยก็น่าจะดูมันส์เท่าองค์บาก หรือมากกว่า
ถึงแม้จะได้อ่านกระทู้ในเวบพันทิพ ที่สับหนังเรื่องนี้เละ ว่าไม่มีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ ก็เถอะ
ก็ยังอยากดูอยู่ดี อยากอุดหนุนหนังไทย อยากอุดหนุนคนเก่งๆ อย่างจา พนม

เมื่อวานนี้ได้ดูแล้วค่ะ

บอกได้คำเดียวว่า กุ้งอร่อย แต่น้ำต้มยำไม่แซ่บเลยอะ
เสียดายจริงๆ

อย่างนี้ ต้องโทษคนปรุง
ใครดี....















โทษตาเสี่ยเจียงแล้วกัน ได้ข่าวว่าสั่งตัดหนังใหม่ก่อนฉายนี่
เห็นข่าวว่า รู้ว่าคนเขาอยากดูจา เลยตัดมาแต่ฉากที่มีจา
เลยได้ หนังที่ ต้นสายปลายเหตุ หายไปอย่างลึกลับ โผล่มา จาก็เข้าบ้านใครไม่รู้มาเตะคนในบ้านเฉย และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ในกระทู้ของเวบพันทิพเขียนไว้หมดแล้ว

ตาผู้สร้างจะรู้มั๊ยน้อ ว่า ดาราดี แต่หนังห่วย ก็เหมือนกับ น้กร้องเสียงดี แต่เพลงแย่ นั่นแหละ สักวันจะขายไม่ออกเอา เข้าใจไหมลุง

ดูเรื่องนี้จบแล้วก็ ต้องเสียดาย ที่อุตส่าห์ได้กินต้มยำกุ้งจากเมืองไทย นึกว่าจะแซ่บกว่าต้มยำกุ้งที่ฝรั่งปรุงหลายเท่า ที่ไหนได้ น้ำไม่แซ่บเลย

....ว้า เสียดายจัง





ปล. รูปจาก เวบ Tom yum goong the movie