Saturday, December 03, 2005

แก๊ส 2

มาแล้ว ๆ ๆ แก๊สมาแล้ว
เมื่อคืน ออกไปทำงานที่ร้านไทยมา
กลับมาก็ได้รับข่าวดี ว่าแก๊สมาแล้ว
เมื่อวานประมาณสองทุ่มปลายๆ ช่างแก๊สมาเคาะประตูดังปังๆ ๆ ๆ
จนคุณอี้ตกใจ นึกว่าใครจะมาพังบ้าน ที่แท้ช่างแก๊สมาช่วยเปิดวาล์วแก๊สนั่นเอง
ได้ยินว่า ลมมันเข้าไปแทนที่แก๊สในท่อ ช่างเลยต้องใช้เวลาไล่ลมประมาณสิบนาทีจึงสามารถจุดเตาทั้งสี่ได้
วันนี้ช่างแก๊สคงเหนื่อยน่าดู เพราะต้องไล่เปิดวาล์วให้ทุกบ้าน โดยเฉพาะร้านอาหารที่ต้องให้บริการก่อน เพราะบริษัทแก๊สเขากลัวจะโดนฟ้องร้อง ส่วนคนอยู่บ้านก็รอนิด เลยได้แก๊สตอนสองทุ่มกว่านี่ไง
ไม่รู้ว่า มีบ้านกี่หลังหนอ ที่ช่างแก๊สต้องไปทำแบบนี้ให้
กรรมของช่างแก๊สจริงๆ คราวนี้
พอแก๊สมา เราก็ร่าเริง
เพราะคุณอี้จะทำปลาดุก(ปลอม)ฟูให้กินค่ะ
แล้วเย็นนี้ก็จะทำเส้นใหญ่ราดหน้ากินกัน
ฉลองแก๊สมา อิอิ

Friday, December 02, 2005

แก๊ส



ตามที่คุณอี้ว่าไว้ในบล๊อกเลยค่ะ
ว่าเมื่อวานนี้ ทั้งเมืองไม่มีแก๊สใช้กัน

ร้านอาหารไทย เลยต้องปิดทำการหนึ่งวัน เพราะไม่มีแก๊สทำกับข้าวให้ลูกค้า ร้านอาหารอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้แก๊สเป็นถังก็เช่นเดียวกัน
Alexander และ Galia ต้องต้มน้ำ ไว้ให้ลูกๆ อาบ เพราะบ้านเขาใช้แก๊สทำน้ำร้อน

บ้านเราก็เช่นกัน แต่โชคดี ที่ยังพอมีอาหารทำเก็บไว้ในตู้เย็น และไฟไม่ได้ดับไปด้วย! เลยมีไมโครเวฟเป็นที่พึ่งในยามยาก! บ้านที่ใช้เตาไฟฟ้าก็สบายไป

เช้านี้ ลงไปทดสอบเตาอีกที ก็ไม่มีวี่แววว่าแก๊สจะมา
เที่ยงนี้ ลงไปทดสอบอีก ก็ไม่มีวี่แววว่าแก๊สจะมา
บ่ายๆ จะลงไปทดสอบอีกที ก็ไม่รู้ว่ามันจะมารึเปล่า

คุณอี้ ผู้ใช้ชีวิตในเมืองฝรั่งมาเป็นเวลาสี่เดือนครึ่ง ถึงกับคิดการใหญ่ จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทแก๊ส!
คงได้หรอกนะคะ ก็มันเหตุสุดวิสัยนี่นา ใครอยากให้ต้นไม้ล้มทับท่อแก๊สล่ะคะ แหม


สงสัยอยู่ใกล้ฝรั่งนานไปหน่อย เลยติดนิสัย อะไร ๆ ก็จะซู (ฟ้องร้อง) ^^"

Thursday, December 01, 2005

ช้าง


Elephant Elephant Elephant
Have you ever seen Elephant หรือเปล่า

The body is big ไม่เบา
The nose is long เรียกว่า งวง
มีเขี้ยวใต้งวง called งา
มีหูมีตา long tail

วันนี้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน Tamilla และ Rasso ที่บ้านของเธอและเขา
จริงๆ ก็ไปเยี่ยมทั้งครอบครัว นั่นแหละค่ะ

ครอบครัวชาวอุ๊สเบกิสสถาน ครองครัวนี้ มีพ่อชื่อ Alexander แม่ชื่อ Galia
ลูกชายชื่อ Rasso ลูกสาวชื่อ Tamilla ทั้งคู่เป็นแฝดแต่คนละฝา
Alexander เรียนอยู่ค่ะ รู้สึกว่าใกล้จะจบแล้ว แม่ก็เลี้ยงลูกเต็มเวลา
ก็น่าหรอกนะคะ แค่คนเดียวก็น่าจะเหนื่อยแล้ว นี่สองคน
ถ้าร้องไห้พร้อมกัน แล้วแม่อยู่บ้านคนเดียว คงปวดหัวน่าดู

บ่ายนี้ หลังจากเจออาจารย์เสร็จแล้ว ก็บังเอิญเดินสวนกับ Alexander
เลยตกปากรับคำจะไปเยี่ยมเขาที่บ้าน อีกอย่างไม่ได้เจอเด็กๆ มาสี่เดือนแล้ว
เจอเด็กๆ ครั้งแรก ตอนทั้งสองคนอายุยังไม่ถึงหนึ่งเดือนดี
ตัวเล็กๆ หน้าเหี่ยวๆ ทั้งคู่

แต่ที่ไปเจอวันนี้ เป็นเด็กอายุห้าเดือน ที่สมบูรณ์เอามากๆ ตัวโต แก้มป่อง ยิ้มง่าย
น่ารักมากกกกกกกกๆ ทั้งคู่ โดยเฉพาะ Rasso ยิ้มทุกสองวินาทีเลยก็ว่าได้
แม่ของ Rasso เล่าให้ฟังว่า เคยพาลูกไปหาหมอ ตอนต่อคิวรอหมอเนี่ย
หนุ่ม Rasso ยิ้มให้กับทุกคนที่อยู่แถวๆ นั้นตั้งแต่ไปต่อคิว จนเข้าไปหาหมอเลยทีเดียว
แหมหนุ่มคนนี้นี่ โปรยสเน่ห์ตั้งแต่ยังเด็กเลยนะเนี่ย
เสียดายไม่ได้เอากล้องไป เพราะว่าไปเยี่ยมตอนเย็น
เอาไว้ไปใหม่ตอนกลางวันจะถ่ายมาให้เต็มเมมโมรี่กล้องเลย คอยดู


ระหว่างที่แม่และพ่อ พา Tamilla ไปอาบน้ำ
ทิ้งให้ฉันและคุณอี้ อยู่กับเด็กชาย Rasso ตามลำพัง

ก็เลยได้ฤกษ์ ลองของ
ไม่ใช่ของปลุกเสกหรอกค่ะ
แค่ลองร้องเพลงกล่อมเด็กที่เพิ่งแปลงมาหยกๆ ก่อนมาเยี่ยมหนูๆทั้งสอง
แต่ร้องเบาๆ ในคอนะคะ กลัวว่า ถ้าร้องดัง ฝรั่งอุ๊สเบทั้งสองคน จะหัวเราะเอา ...อาย ^^"

Tuesday, November 29, 2005

ภาษา

ไปอ่านเวบคุณหนุงหนิง ตอนที่เกี่ยวกับ เรื่อง ภาษาอังกฤษแบบออสซี่ มา แล้วรู้สึกว่า ระยะเวลาในการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศของฉัน ไม่ได้แปรผกผันโดยตรงกับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เท่าไหร่นัก

มีออฟฟิศเมต(คนปัจจุบัน) เป็นคนไทย ไปไหนมาไหนกับคนไทย และใช้ชีวิตอยู่กับคนไทย แน่นอน เรื่องพวกนี้ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษของคนไทยตาดำๆ ผมดำๆ อย่างฉัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เลยอยากเตือนคนไทยคนใดก็ตามที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ โดยการตัดสินใจมาเรียนต่อต่างประเทศ ว่า เพื่อนคนไทย คบไว้ก็ดี แต่อย่าให้ถึงกับต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศของคุณเลยค่ะ

...เราเตือนคุณแล้วนะ ^^"



อาจจะมีคนสงสัยว่า ทำไมอยู่ดีดีฉันถึงได้เขียนเรื่องนี้ลงบล๊อก
จริงๆ แล้วสาเหตุมันก็มาจากแค่ว่า ฉันได้ยินโฆษณาหนึ่งในทีวี
แล้วฟังไม่รู้เรื่องเท่านั้นเอง ^^"

Sunday, November 27, 2005

กล้วยทอด

วันนี้ซิงเกิ้ลน้องเคท ที่เพิ่งได้รับโหวตให้เป็น ออสเตรเลียนไอดอล ปีนี้ ออกแล้วนะคะ ทำไมมาออกวันอาทิตย์ก็ไม่รู้เนาะ วันที่คนบ้านฉัน นอนหลับอยู่ในบ้าน เพราะว่าฝนตกหนักเหลือเกิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า อากาศเย็นสบาย น่านอน แค่ไหน หุหุ

หลายคนคงสงสัย ชีวิตวันหยุดที่ไม่ได้ออกไปไหนเป็นเรื่องเป็นราว อย่างนี้ จะมีอะไรทำหรือ

คำตอบ ก็คือ มีค่ะ ก็อ่านหนังสือไป มีสาระมั่ง ไม่มีมั่ง
จำได้ว่า ตอนที่สัมภาษณ์งานเป็นครั้งแรกในชีวิต ก็พูดอะไรเกี่ยวกับหนังสือๆ นี่แหละ มีตอนนึงที่จำได้ไม่รู้ลืม ^^

คนสัมภาษณ์เค้าถามว่า "เวลาว่างชอบทำอะไรหรือ"
ด้วยความที่เป็นอยากมีภาพลักษณ์เป็นคนดี ก็เลยตอบว่า "ชอบอ่านหนังสือค่ะ"
คนสัมภาษณ์เค้าก็ถามต่อไป "หนังสือประเภทไหนหรือ ที่คุณอ่าน"
ยังคงรักษา ภาพลักษณ์ "ก็พวกหนังสือ(เขียนโปรแกรม)ภาษาซี อะไรทำนองนี้ค่ะ"

คิดถึงทีไร ก็จะ "พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ตอบไปได้ยังไงเนี่ย"
เหมือนนางงามเลยเนอะ ต้องรักษาภาพพจน์ไว้เสมอ

ผลก็ปรากฏว่า เค้าตกลงรับเข้าทำงานค่ะ


ปล.ใครจะมุขนี้ไปใช้ก็ได้นะคะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หุหุ