วันแรกวันที่ 14 ธันวาฯ นี้ เราจะไปงานรับปริญญาของ ดร. หนุ่ม หน้าตาดีอนาคตไกล ผู้เป็นน้องชายคุณอี้ ที่มหาวิทยาลัย
RMIT แห่ง
เมลเบิร์นกันค่ะ เลยตัดสินใจขับรถไปเมลเบิร์น
เราออกเดินทางจากอามิเดลกันวันที่ 10 ธันวา ตอนแปดโมงเช้า กะว่า น่าจะถึงซิดนีย์สักบ่ายสามกว่าๆ หาไรกินสักหน่อย แล้วก็ขับต่อไป ค่ำไหนก็นอนนั่น
ไม่มีรูปปลากรอบนะคะ เนื่องจากว่ามัวแต่ตั้งใจทำเวลาไปหน่อย เลยไม่ได้กะถ่ายรูปตอนเดินทางมา
หลังจากออกจากอามิเดลมาแล้ว เราก็ขับรถมาตามทางหลวงหมายเลขหนึ่ง ที่แรกที่เราแวะก็คือ เมือง
แทมเวิร์ธ ที่แวะก็เพราะตั้งใจจะซื้อแผนที่ ซิดนีย์-เมลเบิร์น เพราะเรามีแผนที่ บริสเบน-ซิดนีย์อยู่แล้ว
ตกลงก็ได้แผนที่ ซิดนีย์-เมลเบิร์น ราคาเท่ากัน แต่มีแผนที่ บริสเบน-ซิดนีย์ อยู่อีกด้าน
(- -)" ทำไมตอนซื้อแผนที่ บริสเบน-ซิดนีย์ ครั้งก่อน มันไม่มีทั้งคู่หว่า
พอออกจากแทมเวิร์ธ เราก็ไปแวะอีกทีที่เมือง
เมดแลนด์ ใกล้ๆ กับเมืองนิวคาสเซิล
บอกกับคุณอี้ว่า เรากินๆ แล้วก็รีบไปต่อเนาะ
เราเลือกเข้าร้านเคบาบค่ะ แต่พอเข้าร้านไปแล้ว ก็ดันนึกได้ว่า ตัวเองกินไก่ไม่ได้อีก
(- -)" เลยต้องเดินรอบมอลล์เพื่อหาร้านอาหารเอเชียที่จะพอฝากท้องได้ ก็ไม่มีร้านไหนเปิด ไทย จีน ปิดหมด
ลืมไปว่าวันเสาร์ แถวๆ รอบนอกเค้าจะเปิดร้านกันแค่ครึ่งวันเช้า
เลยตัดสินใจไปหาร้านอื่น ร้านต่อไปที่เจอ ขายแซนวิช ด้วยความที่ไม่อยากกินแซนวิช ก็เลยเดินไปหาร้านอื่นอีก ก็เลยไปเจอร้านเบเกอรี่ ที่ของกินแทนอาหารกลางวันได้ ก็มีแต่พาย
คิดดูนะคะ คนไม่ชอบอาหารฝรั่ง เจอแซนวิช ไม่เอา พอไปเจอพาย จะไม่เอา ก็กลัวจะไม่มีอะไรกิน เลยตัดใจเลือกพายเห็ด เพราะไม่อยากกินพายเนื้อ หรือชีส แต่คนขายดันบอกว่า พายเห็ดหมด (- -)" คุณอี้กลัวว่าจะไม่ได้กินอะไรสักที เลยเลือกพายชีสเบคอนให้หนึ่งอัน
ด้วยความหิว เลยไม่มีสิทธิ์เลือกกินอีกต่อไป
พอกัดพายคำแรก ก็เจอเนื้อกลิ่นตุๆ ตามสไตล์พายออสซี่
ทนกินได้ครึ่งเดียว ก็ต้องยกให้คุณอี้
คนเหนือบ้านนา วันนึงเคยกินน้ำพริกหนุ่มข้าวนึ่งอยุ่ดีดี
อีกวันนึงจะให้ไปกินชีส มันก็ยังไงอยู่นะคะ
สารภาพค่ะ ว่าอยู่บ้าน กินแต่อาหารไทยจริงๆ
อยู่เมืองฝรั่ง ก็มิเคยจะอยากกินอาหารฝรั่ง
เนื่องจากลองแล้ว ก็มิเคยจะเจอะเจอของอร่อยกะเขา
แถมยังแพงอีกต่างหาก
ทั้งๆที่ ปกติแล้ว จะบอกคุณอี้อยู่เสมอว่า กินอะไรก็ได้
ฉานกินอาไรก้อด้ายยย (แต่ขอให้เป็นอาหารเอเชียนะ)
พอเสนออะไรมาก็ไม่เอากะเขาสักอย่าง
คุณอี้เลยตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ซะสวยว่า เมนี่
แต่พอรู้คำแปลแล้ว ที่ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษว่า many story
แล้วก็ต้องรีบเถียงว่า ไม่จริ๊ง ไม่จริง (- -)"
หลังจากออกจากเมดแลนด์ เราก็ไม่ได้แวะที่ไหนอีก แล้วก็ถึง
ซิดนีย์ตอนบ่ายสามนิดๆ ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก
ถึงจะไม่เคยขับรถในซิดนีย์ เราก็สามารถพาตัวเองมาจนถึงไฮปาร์คใกล้ๆ กับตึกที่เพื่อนรักของฉันพักอยู่ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถหาที่จอดรถได้ เลยต้องขับรถ วนถนนออกฟอร์ดไปเสียหนึ่งรอบ เพื่อที่จะวกกลับมาจอดรถที่ตึกที่ว่า
เพื่อนที่น่ารักก็ช่างรู้ใจ พาไปกินร้านอิสานใกล้ๆ กัน
ส้มตำ น้ำตก ต้มแซบ ไส้กรอกอีสาน ที่ถึงแม้จะอร่อยสู้ไทยวิรัตน์ของคุณหนุงหนิงและคุณช้าง ที่บริสเบนไม่ได้ แต่ก็แซบหลาย น้ำตาไหลปลื้มใจพอดู คราวหน้าถ้ามีเวลาในซิดนีย์นานกว่านี้ คงจะไปร้านไทยอิสาน ที่อีสเล้คดีกว่า เจ้านั้น หายห่วง รสชาติอร่อยเหมือนกินที่เมืองไทย
เราใช้เวลากินแบบสบายๆ เลยออกจากซิดนีย์ได้ตอนหกโมงเย็น ออกไปตามทางหลวง M5 ที่ต้องเสียตังค์ค่าผ่านทาง 3.30 เหรียญด้วย โชคดีที่เพื่อนบอกไว้ก่อน เลยเตรียมเหรียญไว้ตรงตามจำนวนพอดี (ก่อนถึงช่องจ่ายเงิน จะมีป้ายบอกไว้ว่า ใครเตรียมเงินไว้พอดี เข้าช่องนี้ ใครต้องการเงินทอน เข้าอีกช่อง ใครมีตั๋วผ่านทาง (e-ticket) เข้าอีกช่อง) เราเลยได้เลือกเข้าไปจ่ายตังค์ช่องสำหรับคนที่มีเงินครบจำนวน พอไปถึงช่อง นึกว่าจะเจอคนเก็บตังค์ ก็เจอช่องให้หยอดเหรียญแทน ไฮเทคจริงๆค่ะ รู้สึกได้ว่า เราอยู่เมืองนอกจริงๆ (หลังจากที่อยู่นอกเมืองมานาน) หุหุ
เราตั้งเป้าว่าจะพักที่เมืองโกลว์เบิร์น ซึ่งอยู่ห่างจากซิดนีย์ไปประมาณ 189 กิโลเมตร
แล้วเราก็ถึงเมืองโกลเบิร์นที่เวลาสองทุ่ม หลังจากหาที่พักได้เรียบร้อย ด้วยความเหนื่อยอ่อน ก็หลับปุ๋ยไปอย่างง่ายดาย ในเวลาต่อมา
๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-๑-
พรุ่งนี้ถ้ามีเวลาได้จับคอมพ์ จะมาเขียนเรื่องการเดินทางวันที่สองให้อ่านค่ะ
วันนี้ขอลาไปนอนเอาแรงก่อน ขับๆ หลับๆ มาทั้งวันแล้ว
แปลว่าคนนึงขับ อีกคนก็หลับนะคะ ไม่ใช่ ขับไปหลับไป
(^^)