Saturday, March 11, 2006

ข่าวดี บทที่สอง

มาคุยกันต่อ ถึงเค้าคนนั้น คนที่มาอยู่ใหม่

แต่ก่อนแต่ไร จะกินอะไรเยอะแค่ไหน ก็ไม่เคยจะมีปัญหาอะไร
พอเค้าเข้ามาอยู่ด้วย เค้าก็สอนให้ฉันเป็นคนกินน้อยลง
เพราะกินมากไป แล้วมันจะอาเจียนค่ะ ท่านผู้อ่าน

เค้าคงจะหมายถึงว่า อย่าตะกละให้มากไป
เห็นอะไร ก็จงรักษามารยาทผู้ดี กินให้เพียงพอเท่าที่กระเพาะต้องการเป็นพอ
ถึงจะเป็นของอร่อยที่สุด การกินเข้าไปมากๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี

แต่ก็มีบ้าง ที่ฉันลืมตัว และเผลอกินเข้าไปมากกว่าที่ควร
ผลก็คือ โลภมาก ลาภหาย

น้ำหนักจะลดรึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ ยังไม่ได้ชั่งเลย

เค้าสอนให้ฉันกินแบบที่เค้าชอบกินด้วยค่ะ
จนตอนนี้ ฉันไม่สามารถมีความสุขกับอาหารที่ปรุงด้วยกระเทียม
และอาหารกลิ่นแรงทั้งหลาย อีกต่อไป
ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน ฉันเป็นกระเทียมเลิฟเวอร์ด้วยซ้ำไป

เลยไม่ได้รับประทานกระเทียมมาเป็นเดือนแล้ว

เค้าสอนให้ฉันทำอะไรช้าลง เช่น เดินข้ามถนนเลียนแบบคนออสซี่ เดินเนิบๆ ช้าๆ
เดินขึ้นลงบันไดด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
แถมยังดึงให้สามีเดินช้าด้วยกัน เพราะฉันเดินตามไม่ทัน

เลยโดนสามีเรียกว่า low mobility

แต่สิ่งดีดี ที่ได้รับจากเค้านั้นมีมากมาย
ทุกวันนี้ ...
ฉันดื่มนมวันละครึ่งลิตร ก็เพราะเค้า เค้าบอกว่ามันดีมากกก
ฉันหัดกินโยเกิร์ตให้บ่อยขึ้น เพราะเค้าบอกว่า จุลินทรีย์ดีดีมีอยู่ในโยเกิร์ต
ฉันรู้สึกมีความสุขกับอาหารรสชาติอ่อนๆ และไม่เผ็ด (แต่ส้มตำก็ยังเป็นของโปรดอยู่ดี)
ฉันกลายเป็นผลไม้เลิฟเวอร์ โดยเฉพาะแตงโม ขอให้มีกินทุกวันหลังอาหาร เป็นมีความสุข
ฉันเข้านอนเร็วขึ้น จากเมื่อก่อนตีหนึ่งตีสอง ก็เปลี่ยนมาเป็นสี่ทุ่มห้าทุ่ม
เค้าบอกว่า ทำให้เค้าได้นอนเร็วขึ้นด้วย

ทั้งๆที่เมื่อก่อน ฉันไม่ได้สนใจในสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง
แต่ตอนนี้ หลังจากที่เค้าเข้ามาในชีวิต
สิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่สำคัญ ก็ดูจะไม่สามารถมองข้ามไปได้เลย

จะเรียกเค้าว่า คนดี ของบ้านเรา ก็คงจะได้

Thursday, March 09, 2006

ข่าวดี บทที่หนึ่ง

ที่บ้านเรามีสมาชิกมาอยู่ใหม่ค่ะ
เรายังไม่รู้จักเค้าดีเท่าไหร่หรอกนะคะ

เพราะเราเพิ่งรู้จักเค้าได้ไม่นานนัก
แม้ว่า รอบๆตัวเค้า ดูจะมีความลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด
แต่เราก็หวังว่า เมื่อเวลาผ่านไป เค้าจะเผยตัวตนที่แท้จริงของเค้าให้เราเห็นมากยิ่งขึ้น

ตั้งแต่เค้าเข้ามาอยู่กับเรา อะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป
เค้าสอนให้เราเป็นคนเลือกกินมากขึ้น เลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์
(จากที่เลือกมากอยู่แล้ว ก็เลือกมากหนักเข้าไปอีก)
เค้าสอนให้เรารู้ว่า การนอนดึกเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
และการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

พฤติกรรมของเค้า ทำให้เรากลายเป็นคนอยากรู้อยากเห็นไปโดยไม่รู้ตัว
เค้าทำให้เราอยากรู้ว่า ทำไมเค้าถึงได้หน้าเหมือนไอ้มดแดงขนาดนั้น
เค้าทำให้เราสงสัยว่า วันๆ เค้ากินอะไรเข้าไป ถึงได้มีสเน่ห์ขนาดที่เป็นอยู่
เค้าทำให้เราอยากรู้ว่า เค้าจะนอนตอนไหนและตื่นเมื่อไหร่

สิ่งเดียวในตอนนี้ ที่เราบอกได้แน่นอน ก็คือ...

หน้าเค้ามีส่วนคล้ายเด็กที่ทำหน้าตาบ้องแบ๊วอยู่บนหัวบล๊อกอยู่ขณะนี้ อย่างมากค่ะ
และเค้าก็เป็นคนขี้อายมาก เช่นกัน


เราก็ได้แต่หวังว่า เมื่อเวลาผ่านไป เค้าจะอายน้อยลง
และยอมหันหน้ามาคุยกับเรามากกว่านี้

ติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับตัวเค้าได้ในหน้าบล๊อกแห่งนี้นะคะ



The new journey and all the excitements are just the beginning.

ภาพประกอบจาก http://www.pref.kagawa.jp/kosodate/hoikusyo/kenka/kenka_list.html

Wednesday, March 08, 2006

โต๊ะโตะจัง

คิดว่าหลายคนคงเคยอ่านหนังสือ "โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง"
โต๊ะโตะจัง เขียนขึ้นจากประสบการณ์ในวัยเด็กของนักแสดงชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
เธอชื่อ คุโรยานางิ เท็ตสิโกะ

เรื่องราวในหนังสือเริ่มขึ้นเมื่อโต๊ะโตะจัง เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
ที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเมื่ออยู่เพียงชั้นประถมปีที่หนึ่ง

ถูกไล่ออกตอนปอหนึ่ง !

เรื่องราววนเวียนอยู่ที่ความซนแบบเด็กๆ ของโต๊ะโตะจัง
และความเข้าใจที่ผู้ใหญ่อย่างครูใหญ่โรงเรียนโทโมเอ
มีให้โต๊ะโตะจัง และเด็กๆในโรงเรียนทุกคน

ตัวอย่าง

ครั้งหนึ่งโต๊ะโตะจังทำกระเป๋าเงินตกลงไปในโถส้วม
โต๊ะโตะจังจึงไปขุดบ่อเก็บของเสีย เพื่อค้นหากระเป๋าตังค์
เธอนำขยะกองแล้ว กองเล่า ขึ้นมาพักไว้ เพื่อตามหากระเป๋าตังค์อันเป็นที่รัก
เมื่อครูใหญ่เดินผ่านมาเจอ จึงถามเด็กหญิงตัวน้อยว่ากำลังทำอะไรอยู่
โต๊ะโตะจังอธิบายให้ครูใหญ่ฟังว่า เธอทำกระเป๋าเงินตกลงไปในโถส้วม
จึงต้องมาขุดบ่อค้นหามัน
ครูใหญ่ไม่ได้ว่าอะไรโต๊ะโตะจัง บอกแค่ว่า
"เสร็จแล้ว เก็บเข้าที่ด้วยนะ"
โต๊ะโตะจัง ตอบตกลง

ถ้าเป็นผู้ใหญ่คนอื่น คงจะดุโต๊ะโตะจังที่ทำเลอะ
แต่ครูใหญ่กลับไม่ว่าอะไร เพียงแต่บอกโต๊ะโตะจังให้เก็บให้เข้าที่ให้เรียบร้อย
และโต๊ะโตะจังก็ทำตามที่ได้บอกครูใหญ่ไว้ เมื่อเลิกค้นหากระเป๋าเงินแล้ว

อยากมีครูใหญ่แบบนี้บ้างจัง
อยากให้มีผู้ใหญ่ที่เข้าใจเด็กแบบนี้เยอะๆ

พอดีเมื่อหลายวันก่อน หยิบโต๊ะโตะจังขึ้นมาอ่านอีกรอบ
หลังจากที่อ่านไปหลายรอบมากแล้ว แต่ก็ไม่เคยเบื่อ

ไม่เหมือนตอนอ่านแฮรี่พอตเตอร์ที่แปลเป็นไทย
อ่านไปถึงบทที่สี่ ก็เริ่มจะไม่ไหวกับสำนวนการแปล
อ่านไปอีกสองสามบท ก็เริ่มจะยอมแพ้ อรรถรสหายไปเยอะจริงๆ
ขอกลับไปอ่านภาษาอังกฤษดีกว่า

เขียนมาซะยาว
แค่อยากจะสรุปสั้นๆ ว่า อ่านโต๊ะโตะจังอีกแล้ว
และก็คงจะอ่านไปอีกหลายๆ รอบ
ชอบมาก ๆ

Monday, March 06, 2006

มีนาแล้วหรือ

เวลาผ่านไปเร็วมาก แป๊บๆก็ถึงเดือนมีนาคม เดือนที่สามของปีแล้วหรือนี่ (-_-;)

(บ่นตามประสาคนแก่) (`ヘ´)

อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย
ฝนตกทุกวันเลย จะออกไปเดินเล่นนอกบ้านก็ยังไม่สามารถ
อากาศก็เย็นลงจนเหลือแค่สิบองศาต้นๆ
ขืนออกไปเดินตากฝน ตากลม อาจมีหวังไม่สบาย ฮัดเช้ย ๆ

วันนี้เป็นวันแรกที่ตื่นมาแล้วฟ้าสดใส
โอ๊ะ ดีใจหลาย (>^_^)> <(^_^<)
แต่ พอใกล้เที่ยง ทำไมฟ้าก็มืดลง ๆ ก็ไม่รู้

จะตกอีกแล้วก๊ะ (>_<)

ชีวิตใต้ฟ้าสีหม่น
ที่ต้องอดทนต่อไป (╥_─)

ฟังเพลงโมสาร์ทจะช่วยให้สมาธิดีขึ้นมั๊ยน้า d-_-b

Have a nice day ทุกๆคน เลยนะคะ

อา...วันนี้ ตอนทุ่มครึ่งที่ช่องเก้ามีเทปการประกาศรางวัลออสการ์นะคะ ใครยังไม่รู้ผล ไว้รอดูด้วยกันดีกว่าค่ะ