Friday, May 05, 2006

สะเทือนใจมากมาย

เมื่อกี๊ นั่งใช้คอมพ์อยู่ดีดี ก็ได้ยินข่าวหนูน้อยโซฟี
แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจฟัง เพราะไม่ได้ยินว่าเป็นหนูน้อยโซฟี
สักพัก เริ่มรู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่ทันฟังซะแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
รู้แต่ว่าหนูน้อยโซฟีเข้าโรงพยาบาล อาการไม่สู้ดี

เลยไปหาข่าวในเวบอ่าน



ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องราวของหนูน้อยโซฟี คือ ทางทีวีเมื่อหลายปีก่อน
จำไม่ได้แล้วว่าปีไหน หลังปี 2003

เรื่องราวน่าสะเทือนใจ เกิดขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม ปี 2003
หนูน้อยโซฟีถูกรถคันหนึ่งพุ่งเข้าชน
ในขณะที่เธอกำลังอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก
รถจากไหนไม่รู้ พุ่งเข้ามาในสถานเลี้ยงเด็ก !

ผลก็คือ เธอติดอยู่ใต้ท้องรถ
ยังผลให้เธอสูญเสียเท้าทั้งสองข้าง นิ้วบางส่วน
และถูกไฟคลอก 85 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย
เธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนับครั้งไม่ถ้วน
พ่อแม่เกือบจะถอดใจ แต่เธอก็มีชีวิตรอดมาได้

T_T แค่นี้ก็น่าสงสารจะแย่

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ทีวี เพิ่งจะเสนอข่าว
หนูน้อยโซฟี ฉลองวันเกิดห้าขวบ (ถ้าจำไม่ผิด)อย่างมีความสุข
ดูไปก็ต้องยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ

มาวันนี้ ข่าวที่เพิ่งได้ยินเมื่อกี๊ทำให้รู้สึกใจหาย
เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ

รีบไปหาข่าวในเวบอ่าน

ข่าวบอกว่า วันนี้ ระหว่างที่คนดูแลเด็กกำลังเข็นรถพาโซฟีข้ามถนน
มีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาชนรถเข็นของโซฟี
ชนท่าไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า พออ่านมาถึงตรงที่
โซฟีถูกชนกระเด็นไป 18 เมตร
น้ำตามันเอ่อออกมาไม่รู้ตัว

ทำไมต้องเป็นโซฟีด้วย
เธอเพิ่งจะมีชีวิตที่เป็นปกติ ได้เพียงไม่นาน
อุบัติเหตุก็มาทำให้เธอต้องเข้ารพ. อีกครั้ง

ครั้งนี้ หมอให้สัมภาษณ์ว่า อาการยังน่าเป็นห่วง
ผลจากศัลยกรรมทางผิวหนังจากอุบัติเหตุครั้งก่อน
ทำให้ยากต่อการตรวจวิเคราะห์ระดับอาการบาดเจ็บที่เธอได้รับในครั้งนี้

ขอให้สิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยดลบันดาลให้โซฟีไม่เป็นอะไรมาก
ขอให้หายวันหายคืนไวๆ แล้วกลับมาฉลองวันเกิดปีต่อไป ให้พี่เห็นอีกนะ

ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่สะเทือนใจมากมาย
ที่เด็กน้อยไร้เดียงสา ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

ช่วยเป็นกำลังใจให้โซฟีด้วยนะคะ

อ้างอิงข่าวจาก
http://www.theage.com.au/news/National/Burns-survivor-Sophie-Delezio-hit-by-car/2006/05/05/1146335916542.html

Thursday, May 04, 2006

น้ำหนัก

เมื่อก่อน ตอนเรียนปริญญาตรี
เคยหนักที่สุดในชีวิต 44 กิโลกรัม
ตอนนั้นหน้ากลมเป็นพระจันทร์ แต่ก็ยังน่าร้าก (^ ^)

พอออกไปทำงานทำการ เวลากินขนมจุกจิกหายไป
น้ำหนักเลยลดลงมานิดนึง

พอเปลี่ยนงานมาเป็นงานปัจจุบันที่ทำอยู่
ความเครียดจากการทำงานในช่วงแรก
ทำให้น้ำหนักลดลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ
เหลือ 35 - -"
จนอดสงสัยตัวเองไม่ได้ว่า ตอนไปเดินห้างที่เจอคนเยอะๆ
มีใครสะบัดเชื้อเอดส์มาโดนรึเปล่า - -"
ผลตรวจร่างกายออกมาว่าปกติดี

พอเริ่มชินกับความเครียด น้ำหนักก็เริ่มขึ้น
กลับมาเป็น 38 บ้าง 39 บ้าง
แล้วแต่ว่าวันไหนกินเยอะ

พอมาเรียนต่อเมืองนอกเมืองนา
ที่เขาว่าเจอนม เนย ชีสเข้าไป อ้วนแน่
น้ำหนักมากที่สุดที่ชั่งได้ก็ยังคงเป็น 39
เพราะไม่กินเนยและชีสค่ะ ^^"

เวลาผ่านไป หนึ่งปี สองปี สามปี
น้ำหนักก็ยังเท่าเดิม
อยู่เมืองนอก แต่กินอาหารไทยเหมือนเดิม
แล้วน้ำหนักมันจะขึ้นได้ยังไงล่ะคะ

แต่พอคุณสามีย้ายมาอยู่ด้วยเท่านั้น
น้ำหนักกลับเพิ่มอย่างกับปาฏิหารย์ เป็น 40 41
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความรักในกันและกัน
หรือความที่ไม่ค่อยจะรักในการออกกำลังกาย
(ที่ถ่ายทอดจากสามีสู่ภรรยา)

ล่าสุด หลังจากมีสมาชิกใหม่เข้ามาอาศัยอยู่ในท้อง
ตอนนี้น้ำหนักที่ชั่งล่าสุด ขึ้นไปเป็น 44.5 แล้วจ้า
มากที่สุดในชีวิตเลยนะเนี่ย (ไขมันทั้งนั้นเลย)

สำหรับคนที่อยากมีน้ำหนักขึ้นมาตลอดช่วงเวลาหลายปี
มันช่างเป็นอะไรที่มีความสุขจริงๆ ^^

Monday, May 01, 2006

ใบไม้ร่วง

ไม่ได้ออกจากบ้านมาสองวัน ออกไปอีกทีต้นไม้ข้างบ้านใบร่วงจนเกือบจะหมดต้นอยู่แล้ว
เป็นสัญญาณบอกว่าใบไม้หายไป แล้วอากาศก็จะหนาวขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้ไปหาหมอมาค่ะ ตามปกติเดือนละครั้ง
เลยได้แวะเข้าไปถ่ายรูปบรรยากาศต้นไม้ในยูมาด้วย
ใบไม้กำลังเหลืองสวยทีเดียวค่ะ ซึ่งในอีกสักสองอาทิตย์ อาจจะไม่เหลือใบให้เห็นแล้วก็ได้

เลยไปถ่ายรูปมาซะหน่อย ^^



ฤดูใบไม้ร่วงที่อื่นเป็นไงบ้างคะ เอารูปถ่ายมาให้ดูหน่อยสิ ^^