Monday, December 30, 2002

ตื่นเช้า 6.50 แม่ถามว่าทำไมตื่นเช้านอนเยอะเกินไปเหรอ(เมื่อวานตอนบ่ายก็นอนไง)ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังไงแค่รู้สึกตัวขึ้นมาก็เลยลุกเลยดีกว่าเพราะการ์ดปีใหม่ให้ครูให้เพื่อนยังไม่ได้เขียน โบว์ของน้า(ไว้ติดขนม)ยังไม่ได้ทำ ตอนบ่ายต้องไปถวายมาลัยพระพรหมอีกที่สำคัญจะเล่นเกม(ออกอุบายให้ตั๋วหนังฟรีภัทรไปดูจะได้ออกจากบ้านไปซะไม่มีคนแย่งคอม อิอิ) เวลาว่างก็มีวันนี้วันเดียวพรุ่งนี้บินไป countdown ที่ปักกิ่งค่ะ(คราวนี้ได้สัมผัสหิมะของจริงไม่ต้องไป Lutie แล้วแล็คดีนัก)

กลับจากปักกิ่งวันที่ 1 จะกลับบ้านเชียงใหม่(น้าเลยให้ทำโบว์ให้เยอะๆ)ได้ตั๋วเรียบร้อยไปฉลองกับน้องซะหน่อยไปดูแมวด้วย(ทั้งแมวแก่และลูกแมว)ตอนนี้การ์ดเรียบร้อยทำโบว์ได้ไปหนึ่งกล่องถึงเวลาเล่นเกมแล้วก่อนที่พี่จะมารับออกไปหาพระพรหม ที่ต้องไปถวายดอกไม้หนะเพราะว่าฉันอธิษฐานไว้ว่าถ้าได้เป็นแอร์จะเอามาลัยไปถวาย 99 พวงแล้วก็เปิดเพลงให้ฟังเก๋มะล่าคือว่ารำแก้บนท่านก็คงดูจนเบื่อแล้วเบื่ออีกฉันแค่ผ่านไปที่ไรเห็นรำกันตลอดฉันยังเบื่อเล้ย ฟังเพลงดีกว่าเอาเพลงอะไรดีน้าเพลง"รึเปล่า"ดีมะเมื่อคืนฉันก็ฟังทั้งคืน(ไม่ได้ฟังหรอกหลับหนะแต่เปิดทั้งคืน)

Sunday, December 29, 2002

ไฟล์ทเช้าขนาดที่ออกเดินทาง(ตามตารางบิน) 5.45 am ยังเจอน้องที่ทำงานเก่าตกกะใจแทบแย่คืออายหนะแบ่บว่าเคยลุยๆโวยวายๆมันมาเห็นเรายังงี้ก็คงงงเหมือนกันแถมขากลับจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพยังเจอพี่หญิงพี่ที่โรงงาน(ฉันมีที่ทำงานเก่าสามที่โรงงานเป็นที่ที่สอง)พี่หญิงตะลึงไม่ใช่ตะลึงในความสวยนะแต่ก็นั่นแหละแกบอกว่าก็เคยได้ยินตี้(น้องที่โรงงาน)พูดเหมือนกันไม่อยากจะเชื่อคือตอนทำงานโรงงานก็กางเกงยีนส์เสื้อยืดรองเท้าผ้าใบหน้าไม่เคยแต่งเลยกลับบ้านเล่าให้แม่ฟังว่าเขินเพื่อนแม่บอกว่าก็แต่งหน้าอย่างนี้ก็โอเคนิก็เพราะไอ้แต่งหน้านี่แหละที่เขิน ยังแต่งไม่เป็นเท่าไหร่หนะมันจะโล้นๆผึ้ง(เพื่อนแอร์ห้องเดียวกันวันนี้ไปบินด้วยกัน)บอกว่าช่วงตามันโล่งมีแต่แก้มกับปากเค้าก็เลยเขียนคิ้วให้ดูดีขึ้นมาหน่อย

ตอนทำงานก็ต้องง่วงเป็นธรรมดาตื่นเช้าซะขนาดนั้นแถมเครื่องยังออกล่าช้าเพราะปัญหาจากการที่ผู้โดยสารเช็คอินแล้วหายไปมาไม่ครบรอกัน boarding pass หายอะไรประมาณผู้โดยสารเต็ม(ชั้นประหยัดล้วนๆแต่มีการ weight balance ไปนั่งที่ BC ด้วย)แต่กัปตันก็ซิ่งนะใช้เวลาไม่เห็นถึงหนึ่งชั่วโมงเลย(กรุงเทพเชียงใหม่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงขากลับใช้เวลา 55 นาที)พี่และเพื่อนในไฟล์ทดีๆ purser ก็ขำมากชอบจังชอบทำงานกับคนอารมณ์ดีฮาๆหนะ ขากลับผู้โดยสารร้อยกว่าคนเองเสริฟอาหารกล่องชากาแฟอะไรก็เสร็จรวดเร็ว(ขาไปเสริฟน้ำ)

กลับมาถึงบ้านประมาณสิบโมงเช้าเปลี่ยนชุดล้างหน้าเล่นเกมแต่ไม่สามารถทนความง่วงได้ไปนอนตอนบ่ายตื่นมาหกโมงเย็นคิดว่าแม่คงไม่อยากไปดูหนังแล้ว(จะพาไปดู imax)เพราะแกออกไปข้างนอกตั้งแต่บ่ายคิดว่ากลับมาจะขี้เกียจอย่างที่เคยเป็นปรากฎแม่อยากดูแฮะอะไรนี่แม่เราคึกมาก ฉันเลยพาแม่ไปดูซานต้าปะทะสโนว์แมนหนังสามมิติน่ารักหัวเราะกันคิกคักอยากดูอีกจัง

กลับบ้านก็ของตายค่ะเล่นเกมเดี๋ยวจะไปนอนแล้วเราเล่นเกมแม่ก็คอยมาพูดใส่หูว่านอนดึกหน้าโทรม แง้อยากเล่นเกม

ป.ล ในที่สุดก็ซื้อ single เพลง”รึเปล่า”มาจนได้อยากจะฟังทั้งวันทั้งเพื่อนมันแซวว่าเราอิน ฉันเปล่าซะหน่อยเพลงมันเพราะเฉยๆ อุอุ

Saturday, December 28, 2002

ลากสังขารที่นอนตอนตีหนึ่งแล้วตื่นตอนเจ็ดโมงครึ่ง(เพราะเสียงสว่านข้างบ้าน)ออกไปโยคะนี่คงจะเป็นการไปฟิตเนสครั้งสุดท้ายแล้ว(ยกเลิกแล้วเพื่อเข้าแผนปลอดหนี้) ออกจากฟิตเนสเห็น Asia book มีกะบะเซล 299-399 มี Tin Tin ด้วยอยากจะได้แต่เล่มละ 299 แหนะรอมีเงินพอที่จะมาซื้อของสะสมค่อยซื้อ (ตอนนี้มีเงินไว้ใช้หนี้และใช้ไปวันๆ)

จากนานาไปสยามกินข้าวแล้วก็เดินดูหนังสืออีกทีดูให้มันเสียเวลาจริงๆเพราะไม่ได้ซื้ออะไร เออซื้อสิแมกกาซีนการ์ตูนซิมสันจะไปให้น้องเป็นของขวัญเพราะจะกลับบ้านหลังปีใหม่จากนั้นก็ไปหาซื้อซีดีอยากได้เพลง”รึเปล่า”แต่มันก็เป็นแค่ซิงเกิ้ลเท่านั้นก็ลังเลอยู่สุดท้ายก็ไม่ซื้อฟังจากเวบก็ได้ประหยัด (แต่ก็ซื้อ HUM กับ limousine มา)

กลับบ้านโทรคุยกับต้นเรื่องตารางบินเดือนหน้ามีไฟล์ทตรงกันหนึ่งไฟล์ทสร้างสรรค์มาก ไปกัวลาฯ -_- “ ก็ยังดีนี่ก็ยุยงให้มันแลกตามไปค้างเชียงใหม่อีกไฟล์ทนึง ฟังตารางบินเพื่อนอิจฉาจริงๆได้ไปญี่ปุ่นตั้งสองครั้งแหนะเรารึบินหลวมๆ(หยุดเยอะ)สบายแต่จน(อีกแล้ว)มีไฟล์ทใหม่ๆคือดูไบจะไปขี่อูฐเที่ยวทะเลทราย(มีหรือเปล่าหว่า) คุยกับเพื่อนไปด้วยทำโบว์(ไว้ติดกล่องขนม)ให้น้าไปด้วยทำได้ 50 อันแล้วก็เล่นเกมก่อนนอนวันนี้ไม่แล็ค ก็สมควรเพราะเสียเงินซื้อชั่วโมงเนตมาอีกสองยี่ห้อ เล่นอัพขึ้นมาอีกหนึ่งเลเวลก็เลิกมาเขียนไดอารี่ต้องรีบไปนอนเพราะตีสองครึ่งต้องตื่นแล้วหรือจะเล่นเกมไปเลยไม่ต้องนอนดี

ป.ล เมื่อวานมัวแต่เม้งเรื่องน้ำแข็งลืมบอกไปว่ามีลูกเสือจากปากีสถานมาในไฟล์ทกลับด้วยหละตอนมาถึงสนามบินก็มีลูกเสือจากเยอรมันมาโดยลูกเสือไทยไปรอรับ และความรู้ใหม่ประจำไฟล์ทคือคนปากีสถานเรียนกว่า Pakistani นะจ๊ะ (ถามผู้โดยสารมา)

Friday, December 27, 2002

20:40 ไม่เคยมีความพยายามและอดทนขนาดนี้เล้ย ตอนเช้ากลับจากลาฮอเข้านอนประมาณ 7 โมงเช้าตื่นมาบ่ายนิดๆลงมาเล่นเกมแต่เล่นได้พักนึงเค้าก็ปิดบอกว่าจะ update 10 นาทีป่านนี้(ตั้งแต่บ่ายสามครึ่ง)ยังเข้าไม่ได้เลยย้าย server ม้างเห็นเปลี่ยนไปใช้ server หรูหราแต่คนรอเล่นเซ็ง ฉันกับอี้(เพื่อนเมเจอร์คอม)กรี๊ดกันสองคน(น่าจะพี่ตี่อีกคนแหละเพราะเล่นด้วยกันอยู่ตอนแรก)อยากเล่นใจจะขาด พยายามจะlogin ก็ไม่ได้ซะทีทำนั่นที่นี่ฟังเพลงก็แล้ว ส่งข้อความไปกวนเพื่อนก็แล้ว(เค้าทำงานกันหมดไง)ก็ต่อเกมไม่ได้ซะทีคืนนี้คงไม่ได้เล่น

เพราะเล่น msn ก็เลยได้คุยกับน้องเนมเค้าอ่านไดอารี่ฉันหนะน้องเค้าเรียนการบินพลเรือนฉันเลยได้ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับการเรียนของน้องเค้าแต่ก็อีกอ่ะ msn ห่วยหลุดอยู่นั่นแหละนี่ก็ login ไม่ได้(ไม่มีอะไรดีเลยรึงาย)ถามน้องเค้าได้ไม่เท่าไหร่รู้แต่ที่น้องเค้าเรียนมีให้เลือกสามเมเจอร์เกี่ยวกับการจราจร การขนส่ง การจัดการท่าอากาศยานอะไรเนี่ย ฉันเองอยากจะทำงานแบบในเรื่อง pushing tin เท่ดีแต่น้องเค้าคงเรียนการขนส่งไว้เจอใหม่จะถามต่อ

20:45 อี้บอกว่าเข้าได้แล้วฉันไปลองเข้าไม่ได้ฮือออ...น้ำตาไหลกันสองคนมาตั้งแต่บ่ายสี่แล้วอยากเล่นกันทั้งคู่มันจะเล่นได้เมื่อไหร่เนี่ยยยยยยยย...ระหว่างนี้เล่าเรื่องลาฮอก่อนดีฝ่า

ได้ไปลาฮอไฟล์ทนี้ดีใจจังเลยอ่านไม่ผิดหรอกดีใจจังเพราะได้ไปกับกัปตันที่อยากเจอ(แล้วเจออีก)คือเคยบินกับแกตอนไฟล์ทค้างภูเก็ตหนะไฟล์ทนั้นสนุกมากพี่แอร์ตลก purser ก็ฮาเป็นผู้หญิงนะแต่เฮ้วน่าดู กัปตันกับโคไพรอทก็พูดจาสนุกตลกๆหนะแล้วก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน(เกือบ)ทั้งไฟล์ทเลยประทับใจแต่ว่าไฟล์ทนี้ก็ไม่ได้เจอหน้ากัปตันหรอกนะฉันมันเด็กครัวหลัง ตอนจอดที่ลาฮอก็ไม่ได้เดินไปครัวหน้าแกก็ไม่ได้เดินรอบๆเคบินด้วยสิ เคยเห็นกัปตันคนอื่นเค้าจะเดินวนรอบเคบินก่อน board ที่กรุงเทพ(ดูความเรียบร้อยหรือว่าดูอะไรน้า)ก็ยังเคยเห็นแกเดินตอนไฟล์ทที่ไปด้วยแต่ไฟล์ทนี้ไม่เดินเหมือนจะเดินแหละแต่มาได้ครึ่งทางเค้า board ผู้โดยสารซะก่อนก็เลยกลับ(โธ่)

ส่วนเรื่องทำงานเหรอไม่อยากจะพูดถึงก็อ่ะนะสกปรกรุงรังตามสไตล์ ผู้โดยสารไม่ได้มีแต่แขกนะก็มีผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นฝรั่งและคนไทยอยู่หนึ่งคนเค้าไปทำอะไรที่ปากีสถานกันนะ ไปกลับผู้โดยสารไม่เต็ม(โชคยังดีอยู่แม้จะยังไม่ได้แก้บน)อาหารพิเศษเยอะมากก็พวกอาหารมุสลิมหนะมีเป็นร้อยหน้าตาก็ไม่น่าอร่อยเลย ดูท่าทางชาติแขกจะชอบกินพวกถั่วเมล็ดธัญพืชนะ อย่างมื้อที่เสริฟข้าวสวยก็จะหุงกับลูกเกดอะไรยังงี้(หรือว่าการบินไทยทำวิจิตรกว่าปกติที่เค้ากินๆที่บ้านเค้า)แต่แกะผัดหัวหอมใหญ่น่าตาหน้ากินดีนะ

เรื่องน้ำก็ทำไมต้องไม่กินน้ำแข็งด้วยนะอย่างคนฝรั่งคนญี่ปุ่นไม่กินเพราะกลัวสกปรกท้องเสียอะไรยังงี้(ถามเค้ามา)แต่ว่าแขกจะไม่กินทำไมอ่ะน้ำแข็งไทยน่าจะสะอาดกว่าน้ำแข็งบ้านเค้านะไอ้ที่สงสัยคือตอนเสริฟเนี่ยทั่วไปก็น่าจะมีใส่น้ำแข็งกับไม่ใส่น้ำแข็งใช่มะแต่นี้มีแบบพอขอโค้กถามว่าใส่น้ำแข็งมะ(ต้องถามเพราะรู้แล้วว่าไม่ถามแล้วดันใส่ไปแกไม่เอาต้องทำใหม่ลำบากตัวเอง...คำเมืองพูดว่าลำบากตัวเก่า)ใส่น้ำแข็ง ได้เลยใส่น้ำแข็งฉันก็ใส่น้ำแข็งรินโค้กเสริฟ พี่แกบอกว่าน้ำแข็งก้อนเดียว ให้ตาย !! ฉันมันผิดเองฉันมันไม่รอบคอบไม่ถามว่าใส่น้ำแข็งกี่ก้อน แล้วก็มีแบบแหลมอ่ะ(อวดรู้สอดอะไรทำนองนั้น)คือตอนเสริฟฉันเด็กใหม่ก็ไม่อยากจะทำช้าเกินไปก็ถามทีละ 4 drink (ถาดมันใส่ได้ 4 แก้วพอดี) ทางซ้ายขอน้ำแอปเปิลไม่ใส่น้ำแข็ง 2 ที่ ทางขวาขอน้ำส้ม 2 ที่(ไม่มีคอมเม้นท์) ฉันก็รินแอปเปิ้ลไปเสร็จแล้วก็มารินน้ำส้มเสียงน้ำแข็งมันในเหยือกมันดัง(น้ำส้มเย็นๆอร่อยใช่มะ)อีลุงน้ำแอปเปิ้ลก็พูดตลอดการรินน้ำส้มแก้วแรกว่า no ice no ice no ice เออรู้แล้วโว้ย(คิดในใจ) ฉันก็ไม่สนใจรินน้ำส้มของฉันต่อแก้วที่สองยังจะมา no ice no ice no ice อีกต้องหันไปบอก(อย่างชัดถ้อยชัดคำ)ว่าของยู(แก)อ่ะไม่มีน้ำแข็งไง(โว้ยเดี๋ยวปั๊ดใส่น้ำแข็งซะเลย)ตอนนั้นเม้งแล้วแหละพี่หญิงคงตะลึง(เดินรถ drink ด้วยกัน)คือฉันก็ยิ้มแย้มถามนั้นเสริฟนี้มาดีๆตลอดนั่นแหละ(แม้ว่าจะเหม็นก็ตาม) จุกจิกยังไงก็ยิ้มมาตลอด แก้วพลาสติกมันติดกันดึงยังไงก็ไม่ออกก็ไม่อารมณ์เสียใจเย็นมาตลอด พอหลังอีลุงนี่แก้วติดหงุดหงิดหวะ พี่หญิงบอกใจเย็นๆแล้วยื่นแก้วฝั่งแกให้ ฮือ...จี๊ดกะหมอง(สมอง) เรื่องอื่นๆก็ไม่มีอะไรหรอกก็ทำงานใจเย็นๆหนะแต่แบ่บมันแปลกๆเค้าจะเหมือนทำตามกันอย่างมีคนนึงขอน้ำเราก็จะเอาไปเสริฟอีคนข้างๆก็จะนึกได้เลยว่าอยากกินน้ำมั่งก็จะขอเราก็ต้องเดินไปอีกรอบดีไม่ดีจะมีอีกคนข้างๆอยากกินตามอีก ทำไมไม่ขอพร้อมกันเล่าคะ วิธีแก้ไขคือ 1 คนขอน้ำ ทำไป 2 หรือจะ 3 ตามใจขายออกแน่ สบายเราสบายเขา อย่างกดปุ่มเรียกตอนกลางคืนเนี่ยก็เดาไว้ก่อนว่าน้ำก็เอาติดมือออกไปด้วยแต่ผิดแผนมาแล้วเพราะไฟล์ทนี้ตอนประมาณเกือบตีห้ามีผู้โดยสารกดเรียกฉันก็ออกไปพร้อมน้ำหนึ่งแก้วแต่ she ขอไพ่ อืมม แต่หาแล้วไม่มีไพ่อด..

ทำงานไฟล์ทกลางคืนก็มีจัดพักและก็มีตัวเกิน(แอร์และสจ๊วต)มาช่วยทำงานได้พักรอบแรก(ขาไป) 1 ชม ขากลับ 45 นาที ตอนว่างก็ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานบ้างพี่ๆในไฟล์ทน่ารักทุกคนและมีรุ่นน้องจากมอชอด้วยหมูเล็กจบวิดยา น็อทจบ mass comm. พี่หญิงเค้าได้ยินวาเราจบวิดวะก็ถามเราว่าเรียนเมเจอร์อะไรก็คุยๆไปเราก็เลยถามพี่เค้าว่าจบอะไรพี่เค้าจบประมง เป็นไงเล่าเจ๋งไหมล่า...เดาได้เลยว่าเรียนที่เกษตรแต่พี่เค้าไม่ได้ทำงานที่เรียนมาหรอกจบปุ๊ปก็มาเป็นแอร์แต่ก็ได้ถามแกอย่างที่สงสัยมานาน(ตั้งแต่ไปงานเกษตรแฟร์)ว่าที่คณะพาไปทะเลไหมแล้วได้ทำอะไรเท่ๆแบบใน discovery เปล่าแบบตรวจน้ำทะเล ดูแหล่งปลาอะไรทำนองนั้น พี่บอกว่าไม่หรูแบบในทีวีอ่ะสิมันร้อน

ถึงกรุงเทพก่อนเวลา 15 นาที(ตารางบินลง6.15)นั่งรถบริษัทกลับบ้านสวนทางกับคนอื่นๆเค้าเพิ่งจะออกไปทำงานเริ่มต้นวันใหม่กันฉันกำลังจะไปนอนถึงบ้านก็อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเข้านอน

ไฟล์ทหน้าวันอาทิตย์เช็คอิน 4.15 quick turn เชียงใหม่จะออกจากบ้าน 3.15 ตื่น 2.15 จะเข้านอนกี่โมงดี

ป.ล บ่นกับปึ๊ด(เพื่อนเมเจอร์อีกคนที่บอกว่าสามารถเลิกติดเกมได้แล้ว)ว่าอยากเล่นเกมมากปึ๊ดบอกให้รีบเล่นไปเลยปีหน้าเค้าจะเก็บตังค์แล้วประมาณ 400 มั้งฉันว่าก็โอเคเดือนนึงเล่น 400 ชม. ก็ชั่วโมงละบาทแล้วมันยังให้สมการมาอีกว่า "400+ค่าเน็ต+ค่าสุขภาพที่ทรุดโทรม+ค่าเสียโอกาส=ความสนุกสนาน" สมการยอมรับได้หนิ ว่าแต่ตอนนี้เข้าเกมได้รึยัง

Thursday, December 26, 2002

ในที่สุดก็ไปถึงเมืองหิมะจนได้แต่เล่นไม่ได้มันไม่ขยับเลยเซ็งเวลานอนก็น้อยลงเหลือชม.เดียวเองไปแล้วว่าแต่นอนไม่หลับแน่คืนนี้คงต้องใช้คาราบาวแดง
กินข้าวกับพี่กอล์ฟที่สยามนั่งรถไฟไปดูไฟที่ All season ผิดหวังคิดว่าจะสวยแบบ regent แต่มันไม่มีอะไรมากจริงๆก็ไม่ถึงกับผิดหวังซะทีเดียวเพราะมีต้นคริสตมาสของจริงให้ดู ต้นใหญ่และสูงมากเลยอยู่ในตึกที่เป็นร้านค้าหนะสูงเกือบสามชั้นเลย (รูปจะโหลดขึ้นอัลบั้มหลังปีใหม่) เพิ่งจะเคยไปแถวนั้นครั้งแรกมันมีร้านอาหารมีร้านขายของเยอะนะ คนทำงานแถวนั้นก็แต่งตัวประมาณหลุดมาจากแมกกาซีนเลยไว้จะไปกินข้าวกับพี่ตี่ดีกว่าจะได้หาเรื่องไปเที่ยวตึกนั้นอีก(ไปดู BMW เว่อร์มะ) ส่วนเพลงเพิงอะไรที่เค้าแสดงไม่ได้สนใจนักเพราะซื้อตั๋ว 120 เข้าไปดูเราไม่อยากอยู่ดึกแล้วมันก็ท่าทางไม่มีโต๊ะแต่ก็ได้เห็น Armchair จากระยะไกลด้วยนะ

กลับบ้านรถติดสุดๆเข้าออกนอกเมืองกันแล้วเหรอ กลับถึงบ้านวิ่งไปหาคอมดูpatch ที่ฝากภัทรโหลดปรากฎว่าโหลดครบและลงให้เรียบร้อยลองเข้าไปดูหน่อยในเมืองที่เราอยู่มันก็มีต้นคริสตมาสทีนี้ไม่รู้ว่าเมืองหิมะไปทางไหนแถมเกมก็ lag ก็เลยเลิก เที่ยงคืนนิดๆแล้วก็เลยไปโทร happy birthday น้องสาวซะหน่อยดันปิดเครื่องตอนเช้าถามได้ความแบตหมด เซ็งโว้ยหมดอยู่ได้(มือถือเก่าของฉันเอง C25 แบตเสื่อม)แล้วฉันก็โมโหไงโทรไปแล้วติดต่อไม่ได้เนี่ยมันเซ็งมันหงุดหงิดอย่าให้มีตังค์เชียวจะทิ้งแล้วไปซื้อใหม่ซะเลย

ตอนนี้พี่ไปเที่ยวเกาะมันนอกกับที่ทำงานแล้วหละน่าอิจฉาส่วนฉันคืนนี้ไปลาฮอ(น่าอิจฉามากเล้ย)เดี๋ยวต้องไปนอนเอาแรงซะหน่อยแต่ขอเล่นเกมซักครึ่งชั่วโมงเมื่อเช้าตื่น8.30ก็เด้งมาหน้าคอมรีบเล่นเกมเพราะเค้าปิด server9.00-12.00 จะเดินไปเมืองหิมะตายไปสองรอบเพราะแมงไรมะรู้มากัดเซ็งมันนี่จะไปพยายามอีกอยากเห็นหิมะ(ในเกมก็เอาวุ้ย)

Wednesday, December 25, 2002

ที่กระหืดกระหอบไปให้ทันไฟล์ทนั้นช่างคุ้มค่าจริงๆเพราะว่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้มีเงินพิเศษวันคริสตมาสด้วยแหละคือเค้าจะให้หนึ่ง perdium ของไฟล์ทนั้นที่เราไปบินรู้สึกว่าจะคิดตั้งแต่หนึ่งทุ่มวันที่ 24 ถึงวันที่ 25 อะไรเนี่ยแหละ กลับบ้านมาเลยยังจิตใจเบิกบานไม่หลับไม่นอนมาโหลด xmas patch ของ RO แต่อีตอนโหลดนี่แหละที่ทำให้จี๊ดใจมากเพราะมันช้าและไม่เสร็จซะทีไม่ได้เล่นจนได้ วันนี้ก็โหลดอีกเสร็จไปสองไฟล์อยากจะโหลดต่อแต่ต้องออกนอกบ้านไปเอามะตูมที่พาหุลัดน้าเค้าสั่งไว้สำหรับทำขนมก็เลยออกไปกับแม่(แม่มาจากเชียงใหม่อยู่ที่นี่ถึงวันที่สามเดือนหน้า)ไห้น้าทำขนมอยู่บ้านเค้าจะได้ไม่เสียเวลาขับรถออกมาเอง

นั่งรถเมล์ไปพาหุลัดผ่านบางลำภูผ่านท่าพระจันทร์อยากจะไปเดินเล่นแถวนั้นเห็นมีนวดเท้า 150 บาทด้วยนะไปถึงพาหุลัดก็เดินเล่นดูนั่นนี่ก่อนจะไปเอามะตูมเพราะมันเยอะ ฉันซื้อกำไลแขกที่เส้นเล็กๆมาใส่เล่นร้านแรกวงละ 5 บาทอีกร้านขาย 3 วงสิบเลยเสียเงินไป 20 ได้กำไลมาห้าวงฉันว่าถ้าได้ไปซื้อที่อินเดียจริงๆอาจจะวงละ 50 สตางค์นะ คนเดินเยอะแยะตลอดเลยมีบ้างไหมนะที่คนจะน้อยไม่ยัดเยียดกันหนะจะได้เดินสะดวกๆหน่อยเค้าก็คงมาหาของขวัญปีใหม่กันมั้ง

แบกมะตูมเรียกรถแทกซี่กลับบ้านไว้วันหลังจะมาเดินเล่นอีกกลับถึงบ้านต่อเนตโหลด patch ต่อดูมีวี่แววดีหรอกแต่จะออกจากบ้านไปกินข้าวเย็นกับพี่แล้วไปดูต้นคริสตมาสที่ตึก all season จะไป merry chirstmasพี่ตี่ด้วยไม่รู้จะเจอมะยังไม่ได้โทรหาแกเลย

คืนนี้จะมีซานต้ามาให้ของขวัญฉันมั้ยเนี่ยยังไงก็ Merry chirstmas to you all

Tuesday, December 24, 2002

โดนจนได้ OD เค้าเพิ่งโทรมาเรียกให้ฉันไปบิน TG217 ไปไหนหว่าแต่เป็นภาคใต้นี่แหละ เค้าให้ direct to aircraft เลยเครื่องออกตอน 16.35 ฉันต้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วหละ ไปไม่ท้นตาย

คืนนี้กลับมาคงค่อยโหลด xmas patch ของ RO ต่อให้ครบจะได้ไปเล่นกับเพื่อนๆในเมืองหิมะกัน

Monday, December 23, 2002

ตีสามยี่สิบนาทีเด้งจากเตียงมาอาบน้ำแต่งตัวเพราะว่าต้องไปบินสี่แลนด์เหมือนวันที่ 9 (เช็คอินตีสี่สิบห้านาทีไปขอนแก่นและภูเก็ต) มันเช้ามากจนลืมปัดมาสคาร่าแต่ปัดที่ต่อขนตาแล้ว ไงหละใครเห็นคงคิดว่ายัยแอร์นี่ขนตาหงอก

วันนี้ฉัน stand by 1 (ตีห้าถึงบ่ายสอง)แต่พี่ OD เค้าโทรมาบอกตั้งแต่เมื่อคืนตอนเกือบสองทุ่มว่าให้ไปบินไฟล์ทนี้มีการระลึกความจำด้วยนะว่าเหมือนที่หนูไปบินเมื่อวันจันทร์ก่อน ถึงไม่เตือนหนูยังจำได้ดีเลยเพราะสี่แลนด์นี้พิเศษทั้งตื่นเช้ามากทั้งเสริฟอาหารตลอดคนเค้าก็เลยลาป่วยกันซะอย่างวันนี้ตัวจริงที่มาตามตารางบินมีแค่ 3 คนอีก 5 คนโดนเรียก stand by ทั้งนั้น

พี่ๆเพื่อนๆในไฟล์ทน่ารักทำงานราบรื่นดีผู้โดยสารก็พอดีพอดี(ร้อยกว่าคน)มีเต็มเฉพาะขากรุงเทพ-ภูเก็ตเท่านั้นตอนทำงานขาสุดท้าย(ภูเก็ต-กรุงเทพ)พวกแอร์จะหลับกันหมดแล้ว ฉันว่ามันเหนื่อยหลายอย่างทั้งตื่นเช้าและขึ้นลงหลายรอบ(take off ,landing)มันเพลียมันปวดหัวตอนนี้ก็เหมือนจะขาสั่นๆแล้วฉันแต่อยากเขียนไดอารี่จังเพราะไม่ได้เขียนหลายวันแล้ว พรุ่งนี้ก็ stand by อีกแต่เป็นเที่ยงถึงสามทุ่มไม่รู้จะโดนเรียกไปไหนอย่าให้ต้องตื่นเช้านักเลยเจ้าค่า

ป.ล มีคนมาขอแอดไอซีคิวเธอมาจากออสเตรียมีความสนใจประเทศไทยถามว่าคุยกันได้ไหม ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาก็คุยกันนิดหน่อยว่าอายุเท่าไหร่ ทำอะไร แล้วฉันก็ถามว่าสนใจเกี่ยวกับบ้านเราเหรอ เค้าถามว่ามีประชากรกี่คน(โอ้โฮ้เจ๊ไม่รู้หวะ น่าจะเกินหกสิบล้านคนนะ) ถามว่าบ้านเรากินหมากับงูเหมือนเมืองจีนหรือเปล่า(น้อง ไปอ่านมาจากไหนเนี่ย ก็บอกว่ามีบางกลุ่มที่กินหนะ) ถามว่ารสชาติหมาเป็นไง(ไม่เคยกินวุ้ย) แล้วฉันก็ถามไปถึงโมซาร์ตอะไรนั่นแหมเค้ามาจากเมืองศรีวิไลซ์อ่ะนะ แล้วเค้าถามเราว่ามีอะไรอยากรู้เกี่ยวกับบ้านเค้าไหม(เค้ามีคนแค่ 8 ล้านคนเอง) ฉันก็เลยบอกว่าอยากรู้ว่าประเทศที่มันเจริญแล้วมีอะไรไม่ดีบ้างป่าว แต่เค้าไม่ได้ตอบอ่ะเพราะเค้าถามมากกว่า ถามว่าทุกคนได้เรียนหนังสือไหม ถามว่าฉันไปว่ายน้ำไหม มีทะเลป่าว น่าน..เราประชาสัมพันธ์บ้านเมืองเรายังไงหละเนี่ย

# # # # #
วันเสาร์กลับจากภูเก็ตบ่ายสาม ตอนค่ำไปกินข้าวกับเพื่อนๆมช.ที่วังหินไอซ์แลนด์ปาร์ตี้ปีใหม่หนะถึงจะเรียนจบแล้วเราก็ยังมีงานปาร์ตี้ปีใหม่ต่อเนื่องมาตลอด ปาร์ตี้ของเรามีแลกของขวัญด้วยแต่ที่เปลี่ยนไปคือมีงานสองที่ที่เชียงใหม่กับกรุงเทพใครทำงานที่ไหนหรือตอนนั้นอยู่ที่ไหนก็ไปร่วมงานที่นั่นหรือไปมันทั้งสองงานเพราะหยุดสิ้นปีบ้านใครอยู่เชียงใหม่ก็กลับบ้านเชียงใหม่กัน งานที่กรุงเทพคราวนี้เจ๊วรรณคนที่มีของขวัญแปลกๆไม่อยู่เธอไปอยู่เม็กซิโกซะแล้วเลยไม่มีของขวัญฮาๆ ได้เจอได้คุยกันฉันรู้สึกดีแต่ยังเจอกันน้อยครั้งเกินไปเพราะเรามีเรื่องให้อัพเดทกันตรึมคาราโอเกะอะไรไม่ได้ร้องเลยเพราะมีเรื่องให้คุยกันเยอะ คิดดูว่าเจอกันน้อยเกินไปจนบอยแอบไปมีลูกตอนไหนฉันกับเพี่อนบางคนยังไม่รู้เรื่องเลยมาเห็นกันก็วันนี้ลูกมันโตเดินได้แล้วอ่ะ ฉันต้องเสนอ(แกมบังคับ)ให้มีการเจอกันบ่อยกว่านี้หน่อยเพื่อนก็มีอยู่เท่านี้ยิ่งนานมันก็ยิ่งห่างพอห่างซะแล้วทีนี้มันจะหายไปเลยหนะสิ

# # # # #
ไปเพิร์ธครั้งที่สองอากาศอบอุ่นแล้วแฟชั่นที่นั่นเปลี่ยนไปสุดๆครั้งที่ไปตอนหนาวๆก็เสื้อสีดำๆมืดๆไปคราวนี้กระโปรงบานๆบางๆเสื้อสายเดี่ยว กางเกงเอวต่ำแล้วต่ำอีก(ต่ำมาก)เสื้อผ้ามีสีสรร ดูสดใสไปทั้งเมือง ตามห้างและทางเดินย่าน shopping ก็มีการตกแต่งคริสตมาส เห็นการจัดต้นคริสตมาสแบบคุมสีไม่หลากหลายเกินไปฉันว่าสวยดีอย่างที่โรงแรมก็ตกแต่งด้วยลูกบอลสีแดงกับสีทอง ส่วนที่ห้าง david jones ก็แต่งด้วยลูกบอลเล็กๆสีเงินกับสีน้ำเงิน

ไปครั้งนี้มีเสวีเพื่อนห้องเดียวกันไปด้วยก็เหมือนมีพวกไปไหนก็ไม่กลัว ถึงจะไม่เดิน walk tour ตามที่พิมพ์ออกมาแต่ก็มีเสวีพาเที่ยวเพราะเค้าเคยมาเรียน summer เมื่อครั้งยังเด็กแต่ก็เห็นสถานที่ที่อยู่ใน walk tour เช่น สถานีดับเพลิงเก่า, หอระฆัง(Bell tower) Kings park ฉันจำอะไรไม่ได้แล้วหละโพยก็หายไว้ถ้าอัพโหลดรูปเมื่อไหร่จะลิงค์ให้ไปดูกันแล้วเล่าในนั้นประกอบภาพไปเลย(แต่ภาพที่ถ่ายก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ถ่ายมาไม่ครบ)

Thursday, December 19, 2002

ตอน brief ไฟล์ท BOM วันที่ 17 ได้ความรู้จาก purser ว่า BOM เนี่ยแต่เดิมเค้าชื่อมุมไบมาแต่โบราณกาลมาเรียกบอมเบย์หลังตกอยู่ในอาณานิคมของอังกฤษ ตอนนี้เค้าเป็นอิสระแล้วทำไมจะต้องใช้บอมเบย์อยู่เล่าแต่ three letter code ก็ยังคงเป็น BOM อยู่ และ purser บอกว่าถ้าเค้าขออะไรให้ได้ก็ให้ไปเถอะเพราะเค้าซื้อตั๋วแพงคือเต็มราคาเลยไม่มีส่วนลดแบบที่อาจได้จากการซื้อผ่านบริษัททัวร์หนะ

ทำงานในไฟล์ทมุมไบไม่เหนื่อยเพราะผู้โดยสารนิ่งๆไม่ขออะไรมากมายเหมือนแขกที่อื่น ใช่แล้วฉันจำได้แล้วว่าครั้งแรกที่ไปมุมไบฉันงงเลยตอนที่ไปเดินรถ drink รอบสอง(ต่อท้ายรถอาหาร)เพราะถามว่าจะรับอะไรดื่มไหมก็ไม่ค่อยรับอะไร(แขกอื่นที่เจอก็จะคนละสองเป็นอย่างน้อย)ตอนปิดไฟในเครื่องก็หลับกันส่วนใหญ่แต่อย่างไปลาฮอจะเล่นไพ่ทั้งคืนเลยหลายวงด้วย(หลังคริสตมาสไปลาฮออีกแล้ว)

ตอนทำงานทั้งไปและกลับก็ไม่มีเฮ(ปัญหา)แต่ประการใดมีที่นอกเหนือจากการบริการปกติคือคุณแม่แขกขอนมให้ลูกเล็ก ฉันก็ต้องบอกว่าเรามีแต่นม UHT นะได้ไหม จะให้อุ่นด้วยหรือเปล่า แม่เค้าก็พูดถึงอะไรน้ำตาล น้ำตาลฉันก็จะบอกว่ามีแต่รสจืดแต่นึกไม่ออกว่ารสจืดภาษาอังกฤษพูดว่ายังไงหวะเลยใช้คำว่า natural เค้าก็เข้าใจมั่วเก่งเหมือนกันฉัน (ดูจากกล่องนมที่บ้านนมเมจิใช้คำว่า fresh milk) ฟังๆอีกทีที่แม่เค้าพูดคือให้ใส่น้ำตาลลงไปด้วย(คงรู้อยู่แล้วมั้งว่ามีแต่นมจืด) และก็ให้อุ่นนมด้วย นม 250 cc ฉันใส่น้ำตาลไปซองเดียวเองไม่รู้สินึกเอาเองว่าเด็กไม่ควรกินหวาน

เวลาทำงานในไฟล์ทกลางคืนแบบนี้จะมีลูกเรือเกินกว่าปกติเพราะจะได้ช่วยกันและมีการจัดพักด้วยตอนแรกเห็นจำนวนผู้โดยสารเต็มนึกว่าครั้งนี้ตายแน่เพราะไม่ได้นอนแต่จริงๆเค้ากันที่ไว้ให้แล้ว 8 ที่เพื่อจะแบ่งกันพักเป็นสองกะ แต่ก็พักไม่ได้มาก(ขาไป 45 นาที ขากลับ 30 นาที)ไฟล์ทไทม์ไม่ได้นานนักแต่ได้นั่งหลับตาบ้างก็ดีกว่าอยู่แล้วแต่เพราะฉันนอนก่อนไปทำงานสองชั่วโมงในไฟล์ทก็เลยไม่ง่วงเท่าไหร่แต่ตอนนั่งรถกลับบ้านจะหลับซะให้ได้ ตอนปลายเดือนไปลาฮอก็ต้องพยายามหลับก่อนไปทำงานให้ได้งานนี้หละก็ของจริง !! ขอจริงๆ(ถ้าเค้ายังไม่เปลี่ยนไปนะ ฮา)

Monday, December 16, 2002

เรื่องเพิร์ธแปะไว้ก่อนนะขอร้อง ตอนนี้ขอเล่นเกมก่อนได้โปรด แบ่บว่ากว่าจะต่อเนตติดโครตยากเลยแย่งกันสุดๆ ทำเอาฉันจะคลั่งตายเลยขอตัวไปเล่นเกมให้สาแก่ใจก่อน พรุ่งนี้ต้องทำงานไฟล์ทแขกด้วยต้องทำให้จิตใจพร้อม(ไม่คาใจที่อดเล่นเกม)จะได้ไปบริการท่านผู้โดยสารอย่างดี ไปหละเจอกันในเกม

ป.ล ปาร์ตี้ปีใหม่สำหรับเพื่อนๆCPE ได้วันแล้วแต่สถานที่ยังตกลงกันไม่ได้

Sunday, December 15, 2002

ไฟล์ท987-996 นี่มันไฟล์ทป่วยแน่ๆฉันไม่ถึงกับเป็นไข้แต่ก็ปวดหัวจะระเบิด ที่ไม่เป็นไข้เพราะกินพารากันไว้ก่อนจะเข้านอนคืนวันที่ 13 และIM ใจดีจัดให้พักตอนทำงานขากลับแน่ๆ(แต่เสวีป่วยไปเลยก็จะเอายาให้กินเหมือนกันไม่กิน)

ฉันว่าเวลาทำงานมันชวนให้ป่วยแหละทำงานเย็นไปถึงเที่ยงคืนกว่าจะนอนก็เกือบตีสอง ตื่นมาก็ออกไปเที่ยวเล่นอากาศมันก็เปลี่ยนแปลงสุดขั้วกลางวันแดดแรงแต่ลมเย็น ตอนเย็นก็ลมแรงและเย็นสุดๆแล้วเราก็เฉือกไปเดินตากลมด้วยไง วันที่งานกลับก็ต้องตื่นตีสามครึ่งทำงานกว่าจะมาถึงกรุงเทพก็บ่ายสองครึ่ง ฉันถึงบ้านเข้านอนตั้งแต่สองทุ่มเพลียจัดแล้วก็ปวดหัว(ปวดมาตั้งแต่ในไฟล์ทแล้ว)แต่ไม่ยอมกินยา(ในที่สุดก็ต้องตื่นมากินตอนตีหนึ่งเพราะทนไม่ไหว)กว่าจะตื่นวันนี้ก็เกือบเก้าโมงเช้า ตอนนี้ก็ยังมึนๆอยู่ขอรวบรวมสถานที่ที่เดินผ่านแล้วจะมาเล่าให้ฟัง

Wednesday, December 11, 2002

พรุ่งนี้ทำงานไฟล์ท 987 ไปเพิร์ธเดินทางตอนเย็นไปถึงที่นู่นเที่ยงคืนพักหนึ่งวันแล้วก็ทำงานกลับด้วยไฟล์ท996 แวะภูเก็ตก่อนเข้ากรุงเทพ ฉันไม่ชอบเลยเพราะฝังใจเรื่องไม่สบายคราวที่แล้วแต่มันอาจดีขึ้นเพราะอากาศไม่เย็นแล้วและก็ไหนๆก็จะไปอีกก็ต้องออกไปเที่ยวเล่นอยู่แล้วฉันเลยหาแผนที่ของเมืองเพิร์ธจากในเนตตอนไปครั้งแรกหาดูเหมือนกันแต่ไม่เจอครั้งนี้เจอตั้งหลายแบบเลยฉันเลือกมาสองอย่างคือ walk tour กับ shopping map น่าจะพิมพ์ walktour ของ fremantle มาด้วยแต่ไม่รู้สิคงไม่ไปอ่ะเวลาก็ไม่ได้มีมากมายวันกลับก็ต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้ามืด

จากในเวบที่เจอมีแนะนำร้านอาหารด้วยฉันอยากไปกินข้าวริมแม่น้ำจังไม่รู้ใครจะไปบ้างแต่ในไฟล์มมีเสวีเพื่อนจากห้องเดียวกันน่าจะลากเค้าไปด้วยได้นะและเพราะหาที่กินข้าวนี่แหละทำให้รู้ว่าที่เข้าใจคราวที่แล้วว่าน้ำๆใกล้โรงแรมเป็นทะเลสาปจริงๆมันเป็นแม่น้ำต่างหาก Swan River และโบสถ์ที่เดินฝ่าลมหนาวคราวที่แล้วไปดูหนะชื่อว่า St.Mary’s Cathedral คราวนี้จะเดินไปทางไหนเราจะรู้แล้วว่าเราผ่านอะไรบ้างเพราะมีแผนที่อ้างอิง ตอนบ่ายจะออกไปยืมกล้องพี่กอล์ฟซะหน่อยจะถ่ายรูปตาม walktour มาให้ดู

Monday, December 09, 2002

เมื่อคืนไม่ได้นอนเร็วซักเท่าไหร่เพราะเล่นเกมนั่นแหละแล้วยังจะนอนไม่หลับอีกกังวลกลัวจะตื่นไม่ทันแต่ก็ไปเช็คอินก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ตอนทำงานง่วงจริงๆแต่เพราะต้องเสริฟอาหารก็เลยไม่ได้ว่างง่วงเท่าไหร่ถ้าไฟล์ทไม่ตรงมื้ออาหารหละก็มีหวังนั่งหลับแน่ๆ เสริฟน้ำใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่

ทำงานสี่แลนด์ถ้าไม่ง่วงนะก็สามารถอยู่แต่มาติดที่ต้องตื่นเช้านี่สิแย่เหมือนกันวันนี้ก็เที่ยวสองภาคอีสานกับใต้ไปขอนแก่นก่อนแล้วต่อด้วยภูเก็ต ช่วงขอนแก่นผู้โดยสารไม่เต็มขาเข้ากรุงเทพ(จากขอนแก่น)น้องจิน(จินตรา พูนลาภ)มาด้วยแหละถ้าเอากล้องไปนะขอถ่ายรูปด้วยเลย พี่แอร์บอกว่าเค้านะเรียบร้อยจัง ให้อะไรก็ไหว้ก็ขอบคุณตลอด ตอนลงจากเครื่องผ้าห่มเค้ายังพับให้เลย(เห็นกับตา) ตอนพักที่กรุงเทพ(ก่อนไปภูเก็ต)งีบแบบวิตกจริต(กลัวไม่ตื่น)ไปสิบนาทีแล้วก็ทำงานอีกสองเที่ยว ไปภูเก็ตคนเต็มเลยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แต่ขาเข้ากรุงเทพไม่เต็มแถมอาหารกล่องก็หน้าตาดีด้วยนะเป็นกุ้งพันตะไคร้(เหมือนกุ้งพันอ้อยแต่เปลี่ยนอ้อยเป็นตะไคร้)ตอนถึงกรุงเทพรู้สึกดีใจจังเล้ยยยย จะได้กลับบ้านแล้วเราไม่รู้เพราะจะได้นอนหรือจะได้เล่นเกม

กลับบ้านมาล้างเครื่องสำอางค์ลบยาทาเล็บอย่างไร้วิญญาณมากเลยง่วงแต่ก็ไม่นอนคิดว่าค่อยนอนทีเดียวตอนหัวค่ำเล่นเกมแป๊ปนึงก่อนแต่เจอมนต์ของเกมปาไปห้าทุ่มครึ่งซะอีก ง่วงก็ง่วงจะเล่นก็จะเล่นนี่ถ้าเพื่อนไม่เลิกก็คงยังไม่เลิกแน่ๆ

ได้หยุดสองวันต้องพักผ่อนให้ดีนอนน้อยๆแบบนี้เดี๋ยวไม่สบายอีกไฟล์ทหน้าไป Perthที่เคยไปมาแล้วไม่สบายซะด้วย ไปนอนก่อนตื่นมาค่อยหาที่เที่ยวใน Perth

Sunday, December 08, 2002

ไม่ได้เจอพี่ไก่หรอกเพราะพี่เค้าเดินทางเหนื่อยรถก็ติดเดินทางไปไหนใช้เวลานานไว้ถ้าฉันได้ไปค้างหาดใหญ่อีกนัดเจอพี่เค้ายังจะดูง่ายดายกว่า(เห็นขับรถมาแป๊ปเดียวถึงเลย)

วันหยุดก็อยู่บ้านเล่นเกมอย่างแรงไม่ต่ำกว่าวันละสี่ชั่วโมงแต่ก็ออกไปสูดอากาศ(ห้าง)บ้างที่เดอะมอลล์ เค้าปรับปรุงซะดูกว้างขวางเลยของก็มีขายเยอะยังงี้ก็คงจะเดินดูอะไรสนุกขึ้น ฉันหนะชอบเดินห้างนะเหมือนไปฟอกปอด(ฮา)แต่ส่วนใหญ่ก็เดินดูหนะดังนั้นเวลาได้ไปพักที่ต่างประเทศได้ไปเดินห้างบ้านเค้าจะสนุกมากเลยเพราะของมีหลากหลายเพียบ เพียบ เพียบ ของที่บ้านเราไม่มี นี่ก็ไม่รู้ว่าเดอะมอลล์เค้ามีของมากมายเนี่ยเพราะกำลังซื้อมันเพิ่มขึ้นขยายกลุ่มเป้าหมายหรือว่าไงนะ มี Beauty café, chanel งี้ ,Shu uemuraงี้ แต่มันก็เป็นผลประโยชน์มาทางฉันแหละไว้ไปสำรวจสินค้าใหม่ ก็คิดอยู่นะว่าซื้อของในห้างดีหรือเปล่าเพราะตอนนี้เหมือนมีโอกาสซื้อของราคาถูกได้จาก Duty free(แต่ไม่เคยกล้าไปซื้อซะที)หรือต่างประเทศ ส่วนของที่ขายในบ้านเราเค้าคิดภาษี(เพราะเป็นของฟุ่มเฟือยใช้หรือเปล่า)ราคามันเลยแพงแต่ภาษีนั่นมันเอาไปช่วยชาติหรือเปล่าหรือว่ามันไปที่ไหน ถ้าช่วยชาติได้เวลาของมันลดราคาทำให้ไม่ต่างจากราคาที่ซื้อจากเมืองนอกเท่าไหร่ก็จะซื้อในบ้านเรานี่แหละเผื่อจะเอาเงินไปพัฒนาชาติ(คงไม่เอาไปโกงกินนะ) ที่คิดๆขึ้นมาเพราะอยากจะซื้อเครื่องสำอางค์หนะแต่ยับยั้งใจไม่ก่อหนี้(ถ้าไม่จำเป็น)จนกว่าจะล้างหนี้เก่าหมด

พรุ่งนี้ไปบินต้องเช็คอินตอนตีห้าสิบห้านาทีว่าจะออกจากบ้านตีสี่ครึ่งก็ต้องตื่นตีสามครึ่งถ้านอนเร็วๆก็โอเคไปบินซะกลับมาประมาณบ่ายสาม(บินสี่แลนด์)ค่อยนอนต่อแต่ปลายเดือนมีไฟล์ทไปเชียงใหม่เช็คอินตอนตีสี่สิบห้าก็ต้องออกจากบ้านตีสามครึ่งคือต้องตื่นตีสองครึ่ง โอ้โฮ้คุณขาเวลายังงี้คนอื่นเค้ายังไม่นอนเลยม้าง อิฉันต้องตื่นไปทำงานจะนอนให้ได้ซัก6-7 ชั่วโมงก็ต้องนอนตั้งแต่ทุ่มอ่ะจะหลับมะหละนั้น เพื่อนบอกว่าไม่ต้องนอนเลยดีกว่าไปบินแค่เที่ยวเดียว(ถึงบ้านประมาณเก้าโมงเช้า)ค่อยมานอน นะเล่นเกมรอเลยดีกว่านะ กำลังเห่อด้วย

ป.ล Ragnarok ไม่ได้อ่านว่า รักนรก หรอก อ่านว่า แล็คนรก ต่างหาก แล็ค(lag)ตัลหลอด !! แต่ฉันก็เป็นนักบวชแล้วนะเจอกันขอให้รักษากันได้แต่ฝีมือยังอ่อนอยู่จ้า

Friday, December 06, 2002

กลับมาจากปีนังตอนเช้า(ไปค้างคืนนึง)ไม่มีอาการอยากนอนเท่าไหร่คงเพราะไม่ได้กินยาแก้เมาเหมือนทุกที(กินประจำไฟล์ทละครึ่งเม็ดถึงไฟล์ทไทมยาวก็กินแค่นั้น กินเป็นกำลังใจไปงั้นแหละ) ก็เลยมานั่งเช็คเมล อ่านไดอารี่ อ่านวิจาร์ณหนังในพันธ์ทิพย์(บีมส่งมาให้เรื่องผู้หญิงห้าบาป)ตลกมากเจ๊สี่ที่เค้าเขียนเขียนได้ตลกจังเลย ฉันก็อยากจะเขียนอะไรให้ดีๆตลกๆชวนอ่านแบบนั้นบ้างนะ(เอาแค่ให้ไม่วกวนก่อนก็คงจะพอ) แต่ตอนนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรดีเล้ย แบ่บว่าไปทำงานครั้งนี้ก็แบบเห็นแต่เครื่องลงจากเครื่องก็ไปโรงแรมนอนเลยตื่นมาก็กลับเลย จะเห็นก็แต่บ้านพักที่อยู่อาศัยระหว่างทางไปโรงแรมแค่นั้น

บ้านของเราเค้าจะรั้วเตี้ยๆบ้านจะไม่ได้มีบริเวณมากๆเหมือนบ้านเรา(แต่ในกรุงเทพบ้านก็ไม่คอยมีบริเวณเหมือนกันเนอะ) ไม่มีต้นไม้ใหญ่ พวกแฟลตอะไรเงี้ยจะดูดีสะอาดสะอ้านน่าอยู่อาศัย สนามบินบ้านเค้าก็ดูดีกว่าบ้านเราแต่ก็ไม่ดูดี๊ดีแบบสนามบินที่กัวลาลัมเปอร์นะที่นั่นดีจัง ยังชื่นชมไม่หาย สเกตเดือนนี้ไม่มีกัวลาฯแฮะแปลกจังยังงี้ทุกทีมั้งพออยากไปที่ไหนจะไม่ได้ไปที่นั่นแต่ไม่อยากไปจะได้ไป อย่างตอนนี้ชอบไฟล์ท 419 ไปกัวลาฯตอนกลางคืนไปถึงก็นอนแล้วทำกลับตอนเช้า(ดีกว่าแบบ quickturn)เดือนนี้ไม่ได้ อยากไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ไปอีตอนกลับจากคันไซครั้งแรกไม่อยากไปแล้วอยากไปฟุกุโอกะก็ดันได้ไปคันไซอีก ไม่อยากไปเพิร์ทแล้วเดือนนี้ดันได้ไปอีก ให้มันได้ยังงั้น ต้องคิดว่าไม่อยากไปญี่ปุ่นจะได้ไปใช่ม้า เพี้ยง!

เสาร์อาทิตย์นี้หยุดซะด้วยแต่หยุดไปก็ยังงั้นพี่กอล์ฟไปเชียงใหม่ไม่มีลูกคู่ไปเที่ยวเพื่อนก็บินซะแต่ก็ดีที่พี่ไก่มากรุงเทพไม่รู้จะได้เจอกันหรือเปล่าถ้าไม่ได้ออกไปไหนอยู่บ้านเล่นแต่เกมก็ประหยัดดีเหมือนกันนะ

Wednesday, December 04, 2002

กลับมาจากงานแต่งงานแล้ว หน่อยสวยมากเซ้งก็หล่อพี่กอล์ฟยังบอกเลยว่าหน้าเซ้งเหมือนพี่ดู๋สัญญา(สมัยเรียนใครก็บอกยังงั้น) อัลบั้มรูปที่ถ่ายมาก็ดูดีเป็นธรรมชาติสวยหล่อไปหมดอาจเพราะเซ้งหน้ายิ้มแย้มรูปก็เลยดูดีไปหมดส่วนมากจะแบบเจ้าบ่าวเก๊กหล่อหนะ

ก่อนเข้างานถ่ายรูปตามธรรมเนียมแต่ตอนจะเข้างานยังไม่แน่ใจจะเจอใครที่รู้จักหรือเปล่าแต่เล็ก(เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยม)เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องมาแล้วแน่ๆและต้นก็มางานนี้เหมือนกันพอเข้าไปในงานแม่หน่อยกวักมือเรียกตอนแรกงงๆแต่เห็นหน้าพ่อเลยจำได้เพราะแม่แต่งตัวสวยเกล้าผมด้วยแต่ก่อนเคยแต่เห็นแม่ปล่อยผมก็เลยนั่งโต๊ะเดียวกับพ่อแม่และเล็กเค้าบอกว่าเห็นเราตั้งแต่ยังไม่เข้ามาแล้วเพราะมีวิดีโอฉาย หันไปดูแบ่บว่าใหญ่มากค่าตายแล้วตู ยืนยิ้มหรือทำอะไรเด๋อด๋าไปนี่เห็นกันหมดทั้งงาน และเพราะนั่งโต๊ะนี้ไม่ต้องไปตักอาหารเองด้วย(งานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์)ดีที่ไม่ไปนั่งกับต้น(มันนั่งโต๊ะเพื่อนที่คณะ)

พิธีการก็ไม่ยุ่งยากนักก่อนเริ่มก็มี presentation เหมือนที่เค้ามีๆกันแต่งานที่ทำมาก็ดูดี แล้วก็เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวที เชิญเจ้านายเซ้งขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้แล้วก็กล่าวอวยพรจากนั้นก็มีสัมภาษณ์เจ้าบ่าวเจ้าสาวนิดหน่อยแล้วก็ไปตัดเค้ก เอาเค้กไปให้ญาติผู้ใหญ่ ถ่ายรูปตามโต๊ะ

พ่อแม่และหน่อยถามถึงงานฉันบ้างว่ามีเมื่อไหร่ให้บอกกันด้วย มีหละบอกแน่แต่ตอนนี้ยังก่อนนะแบบว่ายังทะเลาะกันอยู่บ่อยๆแต่เล็กบอกว่าแต่งไปแล้วค่อยไปทะเลาะกันต่อก็ได้ นะจริงๆเราก็คงจะทะเลาะกันไม่เลิกอยู่แล้วคนแต่งงานกันไปก็ต้องมีเรื่องทะเลาะกันอยู่แหละส่งให้ต่ายกับพี่เผ่าแต่งไปก่อนแล้วกันคู่นั้นดูจะมีแววมากกว่าแต่ยังไงซะเรามีคู่หน่อยกับเซ้งเป็นที่ปรึกษาแล้วหละนะ
อยากจะเล่นเกมคอมก็ดันมาเจ๊ง(power supplyเสีย)เอาไปซ่อมเป็นอาทิตย์เลย รอจนหายเห่อเกมไปเยอะแต่ตอนนี้พี่ตี่ก็มาเล่นเกมแล้วตอนแกจะเริ่มโทรมาถามเราเริ่มเล่นมีพัฒนาการก็โทรมาบอกเรา ฟังแล้วทำให้อยากเล่นบ้างจะบ้าตายพอได้คอมมาจากจะเล่นให้หายอยากก็เจอด่านเจ้าภัทรก่อนเพราะน้องมันก็คงอยากเล่นเกมต่างๆของมันเหมือนกัน

วันนี้ก็เล่นได้แป๊ปนึงเพราะต้องออกไปหาพี่กอล์ฟที่ทำงานเย็นนี้จะไปงานแต่งงานของวรวรรณ เรื่องชุดไปงานทำเอาฉันปวดหัว(ปวดจริงๆ)เดินหาหลายวันคงเพราะบีบคั้นตัวเองอยากจะเสียเงินตอนที่ห้างมันลดราคาจะได้ประหยัด ลองร้านนั้นร้านนี่จนเซ็งชุดมันก็สวยอยู่แต่เราใส่แล้วไม่สวยหนะแล้วก็ไม่มั่นดูขัดกับบุคคลิกไอ้ที่สวยอยากได้ก็แพงเกินไป เมื่อวานก็ออกจากบ้านอีกเพราะยังไม่ได้ชุดและนัดมานพไปดูหนัง(my big fat greek wedding ก็ตลกดีนะ) ระหว่างทางไปก็ได้ชุดแซกราคาประหยัด 500 บาทจากซอยอารีย์แต่เพื่อนเห็นชุดแล้วบอกว่าเห่ยมากสั้นด้วย นพบอกให้ซื้อใหม่ฉันก็ไม่มีทุนแล้วไงเพื่อนก็จะให้ยืมเงินเลย มันแย่ยังงั้นเลยเหรอก็แค่ดูธรรมดาและดูเด็กไปหน่อยม้างแต่ก็เสียเซ้วไม่กล้าใส่แต่เพราะยุไม่ขึ้นก็เลยสรุปที่ซื้อเสื้อใหม่เป็นเสื้อตัวยาวสีขาวคอปาดแขนเต่อมาใส่กับกระโปรงผ้าถุงที่ฉันมีอยู่แล้วเพื่อนว่าออกเก๋ไก๋กว่าเยอะ ซื้อเข็ดขัดผีเสื้อมาด้วยเพราะเสื้อตัวยาวไม่มีอะไรตกแต่งจะโล้นเกินไป เสื้อผ้าสองชิ้นนี้ซื้อที่ร้าน spellbound ที่สยามเป็นร้านของพี่แอร์ตอนแรกไม่รู้หรอกแต่บทสนทนามันพาไป อะไรพี่เค้าจะขยันอย่างนั้นแต่ฉันก็อยากมีร้านแบบพี่เค้าเหมือนกันนะซึ่งก็คงเป็นแค่อีกความอยากที่ไม่ลงมือทำของฉันหนะ

เดี๋ยวจะไปเล่นเกมซะหน่อยตอนนี้เพื่อนๆทำงานหมดคงไม่มีใครมาช่วยเราก็เล่นๆเองไปก่อน พรุ่งนี้ทำงานไปค้างปีนังหนึ่งคืน