ใช้ชีวิตในห้องแบบคอนโดหนึ่งห้องนอนขนาดใหญ่(ยิ่งห้องมุมยิ่งใหญ่เข้าไปอีก)อยู่คนเดียวเหงาโคตร ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่อยู่คนเดียวแล้วเหงา ยิ่งถ้าตกกลางคืนแล้วหละก็..จับใจจริงๆ สองคืนแล้วที่นอนที่ดูไบนึกถึงเพลงหมอนสองใบอะไรซักอย่างในอัลบั้ม sleepless society แต่ฉันมีหมอนตั้งสี่ใบก็เลยไม่ได้มานั่งร้องเพลงกลับนอนร้องไห้แทน ถ้าอยู่บ้านเราคงไม่เป็นไรหรอก โทรศัพท์ไปสิ เนตก็ใช้ไปสิ ออกไปห้างไปดูหนังไปทำไรก็ไปแต่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้มันหาทางออกไม่ได้(ถ้าเป็นญี่ปุ่นจะไม่ว่าเลย)
คืนแรกกว่าจะถึงดูไบกว่าจะได้เข้านอนก็ตีสี่(เวลาประเทศไทยซึ่งเร็วกว่าดูไบสามชั่วโมง) คืนที่สองทำงานไปคูเวตกว่าจะได้กลับดูไบเวลาก็พอๆกับตอนที่มาจากกรุงเทพเลยเพราะเครื่องดีเลย์มาจากกรุงเทพ(ตามตารางบินเสร็จงานประมาณสามทุ่มครึ่ง..เวลาดูไบ แต่ว่าดีเลย์จนเสร็จงานเที่ยงคืนครึ่ง)สรุปนอนเช้าทั้งสองคืน
วันนี้ออกไปใช้ตังค์ที่ City center ซื้อเสื้อ MNG อีกจนได้ทั้งที่ก็เสื้อขาวแขนกุดว่าไปก็ธรรมดาแต่ว่าถ้าไปหาที่สยามฉันคงใส่ไม่ได้(ตัวใหญ่..ฉันหนะตัวใหญ่ไม่ใช่เสื้อ) ซื้อกล่องกระดาษจาก ikea ด้วยเอาไปใส่ของพวกตุ๊กกะตุ่นตุ๊กตากะจดหมาย(แพคนึงมีสองกล่อง) แล้วก็ไปคาร์ฟูเสียเงินเกือบพันห้าซื้ออะไรไปหว่าหยิบถุงมาดูหน่อยซิ
- ชาลิปตันถุงแบบปิรามิดเก๋ไก๋สามกล่องกลิ่น Tahiti(สัปปะรดวนิลา..เหมือนจะน่ากินเนอะ), Peach Mango(ต้องหอมแน่ๆเลย), White tea
- Sebamed shower oil สองกล่อง ถูกกว่าบ้านเราประมาณกล่องละร้อยบาท
- Dove Body silk เห็นเค้าฝากซื้อกันจังลองมั่งจิดียังไง
- Johnson's body lotion ผสม oat milk & almond oid ขวดบึ้ม 140 กว่าบาท อัลมอนด์ออยน่าจะดีกะผิวแห้งนะ
- แชมพู Garnier สำหรับผมแห้งฟู ขวดใหญ่และถูก(เหมือนเค้าว่าดีใช่ป่ะยี่ห้อเนี้ย)
- วาสลีน ปีโตรเลียมเจลลี่ขวดเล็ก(ถูกกว่าบาทเรา)
- ชอกโกแลตและแยมอย่างละหนึ่ง
- ผ้าอนามัยแบบหนาๆของฝากให้น้า(เค้าไม่ยอมมั่นใจกะผ้าอนามัยแบบบางๆบ้านเรา)
* หมายเหตุ* ของที่นี้ผลิตในยุโรบเป็นส่วนมากแต่อาจจะผลิตให้แขกหรือเปล่ากลิ่นมันหอมหวลแบบแขกๆ
กิน burger king ด้วยน้องแอร์ที่เดินด้วยบอกว่าชีสสติกอร่อยมากขอแนะนำก็เลยมากินซะหน่อยเสียเงินค่าชีสสามแท่งห้าเดแฮ่ม(หน่วยเงินของที่นี่ ออกเสียงประมาณเนี่ยอ่ะนะ 1 AED ประมาณ 11 บาท) chicken tender ห้าแฮ่ม(เรียกย่อๆ) และโค้กแก้วใหญ่หกแฮ่มชีสอร่อยจริงเป็นMozzarella cheese ยืดซะ
รถโรงแรมมารับบ่ายสามโมง LT(Local time) ก่อนขึ้นรถเสียเงินค่าไอติมจนได้ทั้งที่บอกกับตัวเองว่าไม่กินนะบ้านเราถูกกว่า( บาสกิ้นราคาบ้านเรา 35 บาทบ้านเค้าห้าสิบห้า)แต่เห็นเงินเหลือห้าแฮ่มพอดีซื้อ regular scoop(เล็กกว่าบ้านเราอีกหยะ) เลือกรส chocolate cookie crekle ถือซะว่าบ้านเราไม่มี(ใช่มั้ย..บ้านเราไม่มีรสนี้ใช่ป่ะอ่ะ)
เหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกหนึ่งวันพรุ่งนี้คงไม่ออกไปห้างแล้วหละนี่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรเลยนะยังได้ขนาดนี้ ไหนบอกจะประหยัดเงินไง
กลับมาอยู่ในห้องอีกละความเหงามันตามตูดมาอีกแล้วนอนซึมอยู่แป๊ปนึงสติมาทันว่า เรื่องไรวะทำตัวเศร้ามันก็เศร้าดิ(จริงๆมันก็เศร้าแหละ) ก็เลยมานั่งอ่านหนังสือ กินผลไม้ สวดมนต์เพิ่มสามจบ(ตั้งใจไว้จะสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก 31 จบภายในหนึ่งเดือน) เปิดคอมเขียนไดอารี่เดียวไปเล่นเนตข้างล่าง(bussiness center)จะได้post เลยและก็หาเพื่อนคุยเล่นใน MSN
ป.ล1 ตอนนี้อ่านโตเกียวไม่มีขาอ่านไป 232 หน้าแล้วสร้างแรงผลักดันดีนะ ก็ฉันอยากเที่ยวแต่ไม่เที่ยว การยึดติดกับอะไรอยู่นั่นก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ฉันชอบข้อความหลายๆข้อความในหนังสือเล่มนี้จัง(บางอันก็มาจากคำพูดของหนังหรือคนอื่นๆ) แค่เปิดมาก็โดนแล้ว "แด่..ความฝัน" เค้าฝันและทำฝันจนมันเป็นหนังสือมาให้อ่านเนี่ย แต่ฝันฉันมันก็ยังเป็นฝันอยู่นั่นแก่ปูนนี้ยังไม่ทำไรซะอย่าง เฮ้อ...อยากไปเกาะปอดะ
ป.ล2 การเอาความหวังไปฝากไว้กับคนอื่นมีแต่ผิดหวังก็อีแค่ตัวเองก็ยังทำตัวเองผิดหวังหลายหน คนอื่นมันจะมาแคร์ความหวังอะไรของเราหละ ไอ่บ้าเอ๊ย
ป.ล3 มื้อเย็นราเม้งอุด้งสำเร็จรูปซื้อเมื่อครั้งไปนาโกย่า...เอ๋...เรายังไม่ได้เล่าเรื่องไปนาโกย่าครั้งล่าสุดกับเพื่อนเลยนี่หว่า..มุดไปขุดความทรงจำก่อนซิเดี๋ยวเล่าให้ฟัง
ป.ล4 เวรเอ๊ยไม่เอาแบตมาต้องลากสายไฟรุงรังลงไป bussiness center
ป.ล5 กำ..wireless ที่ bussiness center เค้าคิดเงินเว้ย ต้องเผ่นลงมาเล่นที่ร้านอาหารข้างล่างซึ่งให้ code เล่นฟรีแต่ก็ไม่ฟรีหรอกเพราะต้องสั่งไรกินหนะสิธ่อ ...สั่ง juicy mango จืดชืด 16 แฮ่ม 176บาท
