Friday, January 22, 2010

แก้วใคร


แก้วใครเอ่ย ให้ทายค่ะ ถ้าใครเป็นแฟน blog ก็ต้องเดาถูกอยู่แล้ว
ว่าแก้วใบไหนของใคร พอดีว่าป่วยเป็นภูมิแพ้ค่ะ เค้าให้กินน้ำอุ่นตอนเช้า
ก่อนแปรงฟันทุกวัน ก็เลยต้องมีแก้วน้ำประจำตัวไว้ในห้องคนละใบ
ของอิฉันนั้นคุณหนุ่มซื้อให้ใหม่เป็นพอสเลน น่ารักกิ้วก๊าว
แต่ของคุณหนุ่มนั้นไปค้นจากพระคลังสมบัติมา ดูยังไงก็แก้วคุณหลวง
เฮ้อ.. พอแล้วค่ะเดี๋ยวจะหาว่านินนาสามี
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ตาม Plan แล้วตอนนี้คุณนุ้ยคงมีความสุขกับครัวใหม่อยู่
ทำกับข้าว ทำขนมไปแล้วหลายรายการ แต่ต้องอกหักเสียงดังๆเลยค่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นวันที่ช่างจากบุญฯ
จะเข้ามาทำครัวให้ ไอ่เราก็อยากได้ครัวจัดก็ยอมลางานรอช่าง
เก้าโมงก็แล้ว สิบโมงก็แล้วกะยังไม่มา โทรไปตามสรุปว่ายกเลิกไม่มาแล้ว
แต่ไม่โทรบอกเรา แต่ตอนให้ไปจ่ายเงินโทรบอกได้แฮะ
แบบนี้ก็เจ้าลงสิคะ โทรไปเฉ่งกันเรียงตัวทีเดียว
พร้อมจดหมาย complain ให้เรียบร้อยดูว่าจะจัดการยังไง
ส่วนตอนนี้ก็รอต่อไป 28 นี้ช่างจะเข้ามาจริงๆไหมนะ Y_Y
อยากใช้ห้องครัวแล้วอะ

Thursday, January 07, 2010

TOAD

เมื่อวานนี้ไปกินข้าวกับเพื่อนๆมาค่ะ เนื่องในโอกาส
ว่าที่ ดร.กอล์ฟกลับมาเยี่ยมบ้าน แล้ววันนี้ก็จะบินกลับไปเมกาต่อ
เราก็เลยนัดกันกินอาหารเกาหล๊ที่ korea town นัดกันไปนัดกันมา
เหลืออยู่ 4 คนคือ เปิ้ล นุ้ย ทอมมี่ กอล์ฟ แต่ช่างเป็นวันที่อากาศไม่เอื้อเอาซะเลย
ฝนตก น้ำท่วม รถติด ครบสูตรเลย แล้วบ้านแต่ละคนก็ลาดพร้าวทั้งนั้น
แต่นัดไปกินข้าวที่สุขุมวิท เจริญจริงๆ
ตอนไปนัดเปิ้ลให้เอารถมาจอดที่บ้านแล้วเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินหน้าปากซอย
แต่โชคดีแม่กำลังจะออกบ้านพอดีก็เลยไม่ต้องเดินติดรถหญิงแม่ไปค่ะ
ระหว่างนั่งรถ ก็ได้ยินเสียง
อบ อบ
เปิ้ลสะดุ้งสุดตัว แกเสียงไรอะ
เสียงกบ แม่กำลังจะเอาไปปล่อย เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
ส่วนเนื่อหาสาเหตุนั้นกรุณาอ่าน blog ของเมื่อวาน
ไปถึงกินข้าวด้วยความเฮฮา ตามประสา ให้ทอมมี่แทะโลมกอล์ฟไปเรื่อยๆ
หมดไปคนละ 600 กินกันเยอะโพดๆ ไม่อ้วนได้ไงเนี่ย
ขากลับ เปิดประตูเข้าบ้านมา อบ อบ ยังร้องระงมทั่วบ้าน
แก สงสัยมันยังมีให้แม่จับอีกเยอะเลยนะ หลังที่ที่ฉันฟังเสียงแล้ว
-_-" ฉันก็ว่างั้นแหละ
เพราะน้อง อบๆ นี่แหละวันนี้ใครเปิดโปรแกรม TOAD
(ใครเคยใช้คงจะรู้ว่าตอนเปิดมันยังมีเสียง อบ อบ)
ทำเอาฉันผวาเลยทีเดียว นึกว่าน้อง อบ อบ มันตามมาหลอกหลอนถึงที่ Office T_T
แม่เลิกจับมันไปปล่อยได้ไหมเนี่ยยยยยยยยยย

Tuesday, January 05, 2010

ปีใหม่ที่เขาค้อ


หวัดดีปีใหม่มิตรรักแฟน blog ทั้งหลาย

ปีใหม่นี้เป็นไงบ้างคะ สบายดีไหมเอ่ย

ลูกเป็ดสบายดี เริ่มต้นวันปีใหม่ด้วยการไปเขาค้อค่ะ

วันแรกของปีก็เที่ยวแล้ว ยังกับจะบอกว่าปีนี้ ปีแห่งการท่องเที่ยว

(ก็เค้าไม่ได้เที่ยวมาสองปีแล้วนี่นามัวแต่ทำบ้านกับ แต่งงาน @0@)

ทริปนี้มีแต่ความวุ่ยวายตามประสาครอบครัวค่ะ

ไปกันทั้งหมดเจ็ดคน สาว พี่หนุ่ม นุ้ย พ่อ แม่ ป้าใหญ่ พี่ชาย

ตอนไปขอบอกว่าปวดหัวกับสว.(สูงวัย) แต่ละทั่นมาก

เริ่มจากทั่นแม่ ก่อนออกจากบ้านใช้แม่บ้านกับคนขับรถ

ไปช้อนคางคกในอ่างบัว เนื่องจากว่ากำลังเห่อซื้อบัวใหม่มาลงบ่อ

แล้วน้องคางคกน้อยก็ลงไปไข่ สร้างความหงุดหงิดใจให้หญิงแม่ไม่น้อย

เลยจัดการจับคางคกไปปล่อยข้างทางตั้งแต่ต้นปีกันเลยทีเดียว

ลองจินตนาการดูค่ะ คางคกอยู่ในถุงแซ่ว(ถุงพลาสติกมาจากคำเมือง)กระโดด พับๆ พับๆ

เวลารถตู้ขับไปกระแทกอะไรทีมันก็กระโดดอยู่ในถุงพับๆ

สร้างความเครียดให้ลูกๆมิใช่น้อยกลัวว่าแม่จะได้บาปก่อนบุญ

แต่สุดท้ายก็โล่งใจ มันปลอดภัยดีถูกปล่อยอยู่ในคูข้างทางมีต้นกกหวังว่ามันจะสบายดีนะ

ไปกันสามวันนี้ ชีวิตอิฉันยังกับละครครอบครัวในทีวีเลยทีเดียว



เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ เส้นทางการเดินทางของเราคือ

กทม. -->พิษณุโลก-->เขาค้อ-->กทม. วันแรกแวะไหว้พระกัน

ที่พิษณุโลกกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขากันก่อนแล้วต่อด้วยน้ำตกโสภา

กว่าจะถึงเขาค้อก็เย็นพอดี เขาค้อเค้าว่าสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย

จริงรึเปล่าไม่รู้เพราะเรายังไม่เคยไปสวิสฯ (คุณหนุ่มอ่านแล้วพิจารณาด่วน เค้าอยากไป \0/)

แต่ที่แน่ๆตอนเช้าหมอกลงหนามากค่ะ ครั้นจะให้เราออกไปถ่ายรูปก็ขี้เกียจ

นอนอุตุอยู่ในกระโจมมันนั่นแหละหมอกจางแล้วค่อยตื่น(แล้วไปทำไมเนี่ย -_-")

เช้าวันแรกที่เขาค้อเริ่มต้นด้วยไหว้พระธาตุ แวะไร่ BN แล้วไปลานหินปุ่ม

จากที่จอกรถเดินไปอีก 1.2 km -_-" เหนื่อยอะ ไม่อยากเดินเลยขอบอก

แต่ไปแล้วก็สวยดีค่ะ ดีที่อากาศไม่ร้อนไม่งั้นได้เป็นเป็ดแดดเดียวแน่นอน

ส่วนวันที่สามก็เดินทางกลับพร้อมกับแวะช๊อปปิ้งมันทุกที่ตามประสาครอบครัวอภินิหาร

แสดงอภินิหารไปเรื่อยๆ ให้คนขับรถได้ปวดหัวเล่น กลับมาถึงกทม. เตรียมตัวทำงาน

เป็นมนุษย์เงินเดือนกันต่อไปค่ะ

Wednesday, November 25, 2009

ลงตัวที่คูณสีชมพู

ถึงแม้ว่าบ้านจะเสร็จแล้ว แต่ก็ยังยุ่งอยู่ค่ะ มีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ
ทั้งห้องครัว บิ้วอินเฟอร์นิเจอร์และสวน ห้องครัวนั้นตัดใจซื้อจากพี่บุญ
รอกว่าช่างจะมาทำให้ก็ต้นปีหน้าโนน่ เฮ้อรอต่อไป ส่วนเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน
ให้ป้ามาตีราคาเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังทำอยู่ กลางเดือนธันวาจะได้ยล
ส่วนสวน ทำไปเรื่อยเหนื่อยก็พัก แต่ทำไมฉันยังไม่ได้พักเลย
เริ่มต้นที่ต้นคูณหน้าบ้านค่ะ ต้นที่อาวามาทำให้มันตาย
น้องเก่งเลยเอาต้นบุญนาคมาแทนให้ แต่...
เป็นต้นไม้ที่ไม่ถูกใจคุณหนุ่ม คุณนุ้ยเอาซะเลย ทั้งๆที่เลือกเอง
เพราะว่าลักษณะใบ ทรงพุ่ม ไม่เข้ากับต้นไม้ที่อาวาออกแบบมาเลย
ต้นไม้ที่คุณนุ้ยเฝ้าฝันอยากได้นั้น คือต้นคูณสีชมพู เป็นพันธุ์ผสมระหว่าง
ชัยพฤกษ์ (ชมพูพันทิพย์) กับราชพฤกษ์ (คูณ) ค่ะ กลายเป็นคูณสีชมพู
เป็นต้นไม้หายาก หามานานค่ะ ส่วนใหญ่ร้านที่เคยเอามาขายจะหาไม่ได้แล้ว
ส่วนในเวบที่มีขายก็แพงเหลือหลายราคาต้นละ 3000 บาทแต่ค่าส่ง 2500 บาท
รวมแล้ว 5500 บาทยังไม่รวมค่าปลูก ได้ยินเช่นนนี้ก็ต้องตัดใจ แต่...
โชคดีที่ได้คุยกับเพื่อนของแม่คุณหนุ่มที่เป็นทหารที่ชอบต้นไม้เหมือนกัน
เค้าก็สนใจอยากได้อยากเห็น สุดท้ายก็หาได้ค่ะ เค้าเลยโทรมาบอกพร้อมต่อลองราคาให้เลยค่ะ
2000 พร้อมปลูก แล้วย้ายต้นบุญนาคให้ กรี๊ดๆ ดีใจมากเลยค่ะ แต่ต้นไม้มาส่งตอน 5 ทุ่ม
5 ทุ่มต้องมารอเค้าย้ายต้นบุญนาคเอาไปปลูกไว้ข้างบ้าน แต่ดันเกิดเรื่อง
ตอนย้ายต้นบุญนาคไปไว้ข้างบ้านดันขุดไปโดนท่อน้ำปะปาแตก T_T
เลยแก้ปัญหาโดยการย้ายต้นบุญนาคไปไว้ข้างรั่วบ้านป้ามหาภัย
บังหน้าต่างบ้านป้าแกมิดเลย อิอิ แอบสะใจชอบมาแอบดูบ้านคนอื่น
แล้วก็ได้คุณสีชมพูมาสมใจ แล้วรอช่างปะปามาซ่อมอีกตามระเบียบ
ปล. ดอกบานเมื่อไหร่จะเอามาอวด ใครอยากเห็นหารูปใน google ไปก่อนนะคะ

Monday, September 21, 2009

โจหลุยส์ หุ่นละครเล็ก ที่ไม่เล็ก

ตั้งแต่ทำบ้านมาเสาร์อาทิตย์ไม่ค่อยว่างเลยค่ะ จะต้องมีเรื่องบ้านให้ทำอยู่ตลอด
เสาร์อาทิตย์นี้ก็เช่นเคยค่ะ แต่ว่ามีนัดกับสาวว่าเราจะไปชมวังสวนผักกาด
กินบุฟเฟ่ที่ห้องอาหารรามายณะ ที่ King Power แล้วดูหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์
ทั้งสามรายการนั้นใช้เวลาตั้งแต่บ่ายสองโมงยันสองทุ่มค่ะ
แต่ด้วยภาระกิจทั้งหลายแหล่ บอกกับสุขภาพช่วงนี้ไม่เอื้ออำนวย
เลยขอไปวังสวนผักกาดวันหลังละกันนะ ไม่ไหวจริงๆ เหนื่อยและป่วย
พอถึงเวลาไปกินข้าวก็เริ่มงอแง จะไม่อยากดูละครเพราะคุณหนุ่ม
ต้องทำโอทีตอนห้าทุ่ม บวกกับอิฉันเปื่อย แต่ไปถึงแล้วนี่
ส่าวก็อุตส่าห์ซื้อตั๋วให้หมดแล้วดูก็ดู
แรกเริ่มนั้นมักจะได้ยินข่าวว่าละครโจหลุยส์กำลังเจอวิกฤต
เนื่องจากไม่มีคนสนใจดู เป็นข่าวครึกโครมอยู่ช่วงหนึ่งคุณนุ้ยรู้แค่นี้แหละค่ะ
แต่คิดว่าตอนนี้ก็น่าจะโอเคแล้วนะหลังจากเป็นข่าว
ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในโรงละคร เพลงสรรเสริญพระบารมีกำลังเริ่มบรรเลง
ด้วยวงดนตรีสด ที่มีเครื่องดนตรีไทยเป็นส่วนประกอบ
มองไปที่นั่งคนดูแล้วใจหายค่ะ มีคนนั่งดูอยู่แค่กระจุกเดียวค่ะ
อยู่กลางโรงละครอักษรา จบเพลงเราก็เดินลงไปนั่ง
การแสดงเปิดม่านเป็นเรื่องราวของรามเกียรติ์
ที่มีห่นละครเล็กสวยงามและคนเชิดที่พร้อมเพรียงกันค่ะ
หุ่น 1 ตัวใช้คนเชิดสามคนค่ะ สรุปแล้วรอบนี้คนดูน้อยกว่าคนแสดง
แสง สี เสียง ฉาก เวที ขอบอกค่ะว่าอลังการ
ขณะที่ดูรู้สึกสนุก สวยงาม แสดงดีจริงๆ คนเฉิดหุ่น
ยังหนุ่มยังสาวค่ะ แสดงท่าทางหน้าตาได้ตามอารมณ์ของหุ่นเลย
ขอบอกว่าไปมาหลายประเทศ ที่เค้าจะมีการแสดงของเค้าให้ดู
ขอบอกว่าสู้ห่นละครเล็กของเราไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บค่ะ
แต่มีคำถามนึงเกิดขึ้นในใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าไปในโรงละคร
จนจบการแสดงค่ะ "แสดงดีขนาดนี้ ใช้คนเยอะขนาดนี้ ลงทุนขนาดนี้
แล้วไม่มีคนดู จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน"
ช่วยกันรักษานะคะ ไปดูแล้วคุ้มค่าจริงๆค่ะ
สนใจแปะ Link ให้แล้วค่ะ

Wednesday, September 16, 2009

สวนมาแล้วจ้า

ตอนนี้บ้านใหม่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้วค่ะ หลังจากที่อาวาเข้ามาจัดสวนให้
อาวาน่ารักมากค่ะ ทั้งออกแบบและลงทุนจ่ายค่าทำสวนทั้งหมดให้กับหลาน
และทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงสองอาทิตย์ค่ะ
แบบที่อาวาออกแบบไว้ให้จะวางเป็นส่วนหลักๆของสวนไว้
ให้มีเว้นที่ว่างๆไว้ให้อิฉันกับคุณหนุ่มหาต้นไม้ที่ชอบมาลงเองค่ะ
เนื่องจากว่าเราทั้งคู่มีงานอดิเรกประจำอยู่แล้วคือทำสวน
อันนี้เริ่มทำที่นั่งเล่นหน้าบ้านค่ะ

นอกจากครึ่งวงกลมแล้วยังมี sitting wall และ flower wall กั้นบ้านแม่กับบ้านใหม่

แล้วน้องต้นไม้ใหญ่ก็มาถึงค่ะ

เริ่มลงต้นไม้เลยค่ะ มี 4 ต้น คือ คูณ เสลา และปีป 2 ต้น

ลงเสร็จหมดในครึ่งเช้าค่ะ ผรม. เป็นลูกศิษย์ของอาวา work มากเลย

เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วค่ะ

อาวาใช้ปูนผสมสีแล้วให้มันด้านๆค่ะ เก๋ดี ไม่เหมือนใคร

อันนี้หน้าบ้านค่ะ ต้นลีลาวดีที่เห็นซื้อมาตั้งแต่ต้นเท่านิ้วชี้อะค่ะ
สมัยคบกันใหม่ๆกับคุณหนุ่มตอนนี้โตแล้ว ภูมิใจกับมันมาก อาวาเลยจับมาลงไว้หน้าบ้านค่ะ
จะได้มีกลิ่นหอมๆเวลานั่งเล่นหน้าบ้าน

อันนี้มุมสูงมองจากระเบียงบ้านลงมา ตรงกลางลงหินเหมือนบ่อน้ำหน้าบ้าน
เพราะว่าเราสองคนไม่ชอบหญ้าค่ะ รก ดูแลยาก ส่วนแผ่นทางเดินก็คือ
เจ้าแผ่นปูนสำเร็จที่ใชสร้างบ้านเอามาปู แทนดูเท่ไปอีกแบบ

อันนี้ด้านข้างบ้านค่ะ ใช้หินก่อสร้างราคาถูกกับแผ่นทางเดินอันเก่าดูดีและประหยัด
ต้นเข็มม่วงชอบที่ร่มปลูกไว้ตรงนี้ ส่วนที่ว่างที่เหลือยังคิดไม่ออกจะลงต้นอะไรดีเก็บไว้ก่อน

อีกมุมค่ะเป็นโซนดอกไม้สีม่วง ส่วนไกลออกไปนั่นโซนดอกไม้สีแดงต้นพลับพลึงแดงค่ะ
รออยู่ว่าเมอื่ไหร่จะออกดอก

อันนี้ทางเดินเชื่อมต่อกับโรงรถค่ะ ในอนาคตจะเป็นทีวางเก้าอีก และผูกเปลไว้นอนใต้ต้นไม้ตอนนี้
ปล่อยไปก่อนเปลกับเก้าอี้ยังไม่มี

อันนี้เอาโอ่งรองน้ำฝนของบ้านแม่ตั้งแต่สมัยคุณยายมาใช้ค่ะ ไว้บังถัง SAT เพื่อความสวยงาม

อันนี้ระแนงหน้าบ้านที่อาวาออกแบบให้ไม่เท่ากันค่ะเอาไว้ให้ไม้เลื้อยไต่ได้ คงต้องรออีกสักพัก
กว่าไม้เลื้อยจะขึ้นไปเลื้อยเต็มระแนง

อันนี้โชว์ข้างบ้าน เชื่อมระหว่างสองบ้านดีไซน์จบด้วยเสาสีส้ม มีช่องไว้ใส่เทียนหรือวางต้นไม้
ตอนเย็นๆหลังกินข้าวเสร็จเราชอบออกมานั่งคุยกับตรงนี้ค่ะ
ลมเย็นๆกับดอกไม้หอมๆที่อาวาเลือกไว้ให้ มีความสุขดีค่ะ

โอ่งเก่าของแม่อีกแล้ว เอามาวางไว้ให้คุณหลวงอาบน้ำเหมือนโฆษณา
"ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว" อิอิ ล้อเล่นค่ะ คือว่ามันว่างเลยเอามาวางไว้ก่อน

ตอนนี้สวนหน้าบ้านเสร็จไปแล้ว ยังเหลือสวนครัวหลังบ้านของอิฉันอีก
ว่าไปแล้วสวนเราก็ใหญ่เหมือนกันะเนี่ย ตอนแรกนึกเคืองบริษัททำบ้าน
เหลือที่ให้ปลูกต้นไม้นิดเดียว ตอนนี้เจอแค่สวนหน้าบ้านเข้าไป
รดน้ำอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้วนะเนี่ย -_-"
ไว้ทำสวนหลังบ้านแล้วจะเอามาอวดต่อค่ะ คงประมาณเดือนหน้า

Wednesday, September 09, 2009

09-09-09

วันนี้วันดี วันตองเก้า เป็นวันครบรอบวันแต่งงาน
ครบ 4เดือน แล้ววันนี้ก็เลยไปจดทะเบียนสมรสค่ะ
ให้ทายว่าใช้คำหน้าหน้าเป็นอะไร
ตอบ นางเสาวรัตน์ ฟูตระกูล
บางคนจะถามว่าทำไมไม่ใช้นางสาว
เหตุผลคือ เกิดมาทั้งทีขอใช้ให้ครบหมดละกันนะ
ด.ญ.-->นางสาว-->นาง
คำว่านางไม่ได้เลวร้าย สาวๆบางคนถึงไม่อยากจะใช้
แต่ก็ยังไม่มีโอกาสจะเลือกใช้เลยค่ะ เพราะว่ายังลงคานไม่ได้ อิอิ

มาเล่าเรื่องไปจดทะเบียนดีกว่าค่ะ กะว่าจะไปตอนบ่าย
เนื่องจากว่าคุณหนุ่มทำงานดึกเลยอยากให้นอนก่อน
แล้วค่อยตื่นตอนบ่ายไปด้วยกัน
ปรากฏว่าตื่นแต่เช้ามาทำงานจะถึง Office อยู่แระ
คุณหนุ่มโทรมาไปไหนแล้วอะเค้าแต่งตัวเสร็จแล้ว
จะไปเขตกันไม่ใช่เหรอ -_-" อ่าวไหนคุยกันแล้วนี่นา
สรุปคุณหนุ่มรออยู่บ้านให้อีฉันทำงานก่อน
บ่ายกลับไปรับคุณหนุ่ม ไปเขตจตุจักรกัน
กะว่าไปจดทะเบียนพร้อมกับย้ายเข้าบ้านใหม่ซะเลย
แต่.....
พอไปถึงเค้าบอกว่าคิวจดทะเบียนสมรสเต็มค่ะ ไม่รับอีกแล้ว
มีแค่ 72 คิว กรี๊ดดดดด รู้งี้เลี้ยวรถกลับไปหาคุณหนุ่มแต่เช้าก็ดี
แต่ฉันจะจดวันนี้ให้ได้ สุดท้ายเลยไปจดที่เขตพญาไท แทนค่ะ
ได้คิวที่ 35 กว่าจะเสร็จก็บ่ายแก่ๆ ก็กลับบ้านไปดูสวนที่อาวา
มาจัดให้ตอนนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว น้องเก่ง ผรม. บอกว่าวันศุกร์เสร็จคับพี่
เดี่ยวจะถ่ายรูปมาอวดนะ

ค่ำๆสาวกลับบ้านมาขอดูทะเบียนสมรส แม่ละเอียดพบว่า
ทะเบียนสมรสของอิฉันไม่มีลายเซ็นของเจ้าหน้าที่เขต
เวรกำพรุ่งนี้ต้องไปเขตอีกรอบ เง้อ