Friday, September 30, 2005

Introduce myself

และแล้วก็ผ่านไปกับการแนะนำตัวไม่ถึง 1 นาที
เป็นการประชุมใหญ่ที่มีคนเข้าประชุมเกือบร้อยคน
สนุกดีค่ะไม่น่าเบื่อ แถมยังไปตอบคำถามแล้วได้เสื้อของบริษัท
ฟรีๆมาอีกหนึ่งตัว อิอิ ชอบๆ แต่ว่ามันตัวใหญ่เกินกว่าเราจะใส่ได้ Y_Y

ตอนนี้เริ่มปรับตัวกับที่ทำงานใหม่ได้แล้วค่ะ
ไม่ค่อยเครียดแล้วค่อยสบายใจหน่อย

Tuesday, September 27, 2005

วันนี้เลิกเร็ว



หลังจากที่เทรนเลยแทบไม่มีเวลาแม้แต่ update web
เนื่องจากว่าเทรนเลิกหลัง 6 โมงเย็น เกือบทุกวันกลับถึงบ้านนอนเป็นตาย
วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายๆวันที่เลิกเทรนเร็ว

ทำไงดีค่ะ ศุกร์นี้มีประชุมทีมใหญ่ new joiner อย่างเรา
ต้องออกไป introduce my self ต่อหน้าสาธารณชนนับร้อย(โม้) Y_Y
ระหว่างพูดจะมีการฉายสไดล์รูปเราอีกด้วย ยังเลือกไม่ได้เลยว่าเอารูปไหนดี
แถมยังไม่รู้เลยจะพูกไรดียิ่งภาษาอังกฤษอ่อนแออยู่ด้วย
ที่บ่นๆมาทั้งหมดนี่พูดไม่ถึง 1 นาทีค่ะ บ่นไปงั้นแหละ อิอิ

ยังไม่ได้นินทาคุณครูที่มาเทรนให้เลยค่ะ
เค้ามาจากฝรั้งเศษ เป็นชายร่างใหญ่น้ำหนักเกือบๆ 200 โล
ใจดีและเป็นกันเองทพให้นึกถึงคุณ KFC อิอิ
แต่ว่าเวลาเราทำไมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหว่า แย่จัง
สงสัยต้องไปหัดฟังใหม่ แต่วันนี้เป็นวันแรกที่รู้สึกว่าเรียนรู้เรื่องขึ้น

Thursday, September 22, 2005

Training


ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา update web (ความจริงแล้วอู้งาน)
เนื่องจากว่ามีชายหนุ่มร่างยักษ์จากฝรั่งเศษมาเทรนให้ค่ะ
เทรนทั้งหมด 10 วัน อย่าคิดนะคะว่าเทรนจะสบาย
ทำงานสบายกว่าค่ะ เพราะไม่ต้องไปนั่งแช่ในห้องเย็นๆ
ตอนนี้ทั้งทีมเริ่มป่วยกันแล้วค่ะเพราะห้องเทรนมันหนาวซะเหลือเกิน

เช้านี้ตื่นมาดูข่าวแล้วน่าเศร้าใจยิ่งนักที่อยู่ดีๆ ชาวบ้าน
ไม่เข้าใจทหาร เฮ้อ...

Monday, September 19, 2005

มาเปลี่ยนชื่อเค้าทำมาย



เคยไหมค่ะ ที่แฟนคุณเรียกชื่อคุณผิด
ชื่อเรากลายเป็นชื่อสาวอื่น
ชื่อที่ฟังแล้วดูน่ารักกว่า
ชื่อที่ฟังแล้วเหมือนชื่อแฟนเก่าเค้า
ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับสาวทั้งหลายจะทำยังไงคะ
แล้วผู้ชายทั้งหลายล่ะคะ อะไรดลใจไม่ทราบ คิดอะไรถึงพูดไปแบบนั้น

คำตอบค่ะ
SENG อุตส่าห์ไม่คิดแล้วนะ
ไม่อยากโกรธหรอกค่ะ แต่มันอดเคืองไม่ได้
ครั้นจะไม่ให้รู้สึกอะไรเลย ก็คงจะไม่ไหว ฉันไม่ใช่แม่พระนี่


แต่มันก็คงช่วยไม่ได้นะคะ คนเรามันเผลอกันได้ (เผลอจริงๆนะ)
แต่ถ้าเผลอบ่อยๆก็คงไม่ไหว

Saturday, September 17, 2005

มาช้าจ่ายด้วย



ช่วงนี้กำลังเล่นเกมส์มาช้าจ่ายกับ... ค่ะ
หนอย มาหาทีไรมาช้าทุกที ไม่รู้แก้เผ็ดไงค่ะ
เลยตั้งกฏใหม่ ใครมาช้าคนนั้นเลี้ยงข้าว
ทำให้การรอคอยเริ่มมีรสชาติ ค่ะ
คือสะใจเล็กๆ มาช้าดีนัก
อร่อยๆ กินแพงๆ ให้จ่ายซะให้เข็ด
ด้วยคนที่มาช้าไม่ได้ตั้งใจจะช้า แต่มันมีเหตุให้ต้องช้า เช่น ลืมของ
หรือล่าสุดคุยกันไม่รู้เรื่องรอกันคนละที่ แต่คุณนุ้ยโมเมสรุปเลยว่ามาช้า จ่ายซะ
เลยมีคนบ่นด้วยความคับแค้นใจ "คราวหน้านะจะมารอแต่เช้าเลย สั่งข้าว 4 อย่าง"
อิอิ เดี๋ยวกะรู้ค่ะว่าใครจะจ่าย

Friday, September 16, 2005

อารยธรรมใหม่



วันนี้พา นิโคลัสไปกินส้มตำค่ะ โฮๆๆๆ
ช่างเป็นหัวหน้าที่ดีจริงๆชวนไปไหนไปหมด อิอิ
ฝรั่งกินส้มตำ เป็นการปลูกฝังให้รู้ว่าเข้าเมืองตาหลิ่ง ต้องหลิ่วตาตาม
นอกจากนั้นตอนนี้ที่แผนกไม่เงียบแล้วค่ะ
เจอคุณนุ้ยปลูกฝังอารยธรรมใหม่ๆ
หัดหันหน้ามาคุยกันแทนการพิมพ์ซะบ้าง อิอิ
วันนี้วันเสาร์น้อยแล้วค่ะ ดีใจจังพรุ่งนี้นอนอยู่บ้านทำขนม

Wednesday, September 14, 2005

พิงเสาอยู่ได้


วันนี้ขึ้นรถไฟฟ้าแล้วรู้สึกหงุดหงิดค่ะ เรื่องนี้หงุดหงิดมานานแล้วนะคะ
แต่วันนี้ถึงขั้นขีดสุดเคยไหมคะเวลาขึ้นรถไฟฟ้าแล้วไม่มีที่นั่ง
เมื่อไม่มีที่นั่งก็ต้องยืน และคนที่การทรงตัวไม่ค่อยดีอย่างเราก็ต้องหาที่ยึดเกาะ
ที่แรกที่นึกถึงคือเสาตรงกลางค่ะ ง่ายไม่ต้องโหนเป็นลิงให้เมื่อย
แต่.. แต่.. เสาที่ยึดเหนี่ยวของคนนับสิบต่อ 1 เสา
มันกลายเป็นที่ยืนพิงของคนเพียงคนเดียวค่ะ
ถ้าในเวลาที่รถไฟฟ้าไม่ค่อยมีคนคือ เสาว่างหลายเสา
ท่านสามารถขจับจองเสาเป็นของตัวเองได้คนเดียว
แต่เมื่อไรก็ตามคนที่เยอะจนแทบจะไม่มีที่ยืน มันยังมายืนพิงเสาเนี่ย
มันน่าตบให้ลืมสถานีที่ลงจะไปเลย เซ็งค่ะ
เช่นเดียวกับวันนี้เรายืนจับเสาอยู่ดีๆ มียัยซิ้มที่ไหนไม่ทราบมาถึงพิงเสาที่เราจับอยู่ค่ะ
ยัง.. ยังไม่พอ มันหันมามองมือที่เราจับเสาอยู่แสดงความไม่พอใจ
ว่าเราเอามือไปเกะกะหลังมัน แหม..มันน่าสักทีไหมเนี่ยอุตส่าห์เลื่อนมือหนีไปสูงๆแล้วนะ
ในใจนะคะ คิดจะด่าให้ได้อาย พูดเสียงดังๆ ให้คนในรถได้ยินกันทั้วหน้า แต่ก็ไม่ได้ทำ
โชคดีไปนะยัยซิ้ม

อย่าลืมนะคะ ถ้าไม่มีเสาว่างเยอะๆ ก็อย่าพิงแบ่งปันคนอื่นบ้าง
ไหนๆ ก็ร่วมชะตากรรมอยู่บนรถคันเดียวกันแล้ว

Tuesday, September 13, 2005

วันงานยุ่ง


หลังจากว่างมาหลายวัน วันนี้เริ่มยุ่งๆแล้วค่ะ
มีงานเข้ามาเต็มไปหมดเลย นอกจากจะทำงานแทบจะไม่ทันแล้ว
ยังต้องไปประชุมอีกหมดไปอีกชั่วโมงครึ่ง
ตอนกลางวันไปเลี้ยงส่ง team leader ค่ะพี่เค้าลาออก
เป็นพวกเข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมก -_-"
กินข้าวกลางวันซะพุงปริ้นเลย กินเยอะมาก
อาหาร 10 อย่างต่อคนหกคน ต่อด้วยเค้ก อ้วนไปเลย

ดีนะนะที่ได้กินเค้กทำให้ได้สูตรขนมใหม่พายกล้วยหอม
หึ หึ เสาร์นี้ได้ลงมือทำแน่นอนแล้วจะมารายงานผลนะคะ
ไปแล้วค่ะกลับบ้านดีก่า

Monday, September 12, 2005

โจรรถเข็น



เมื่อวานนี้ไปซื้อของที่คาร์ฟูมาค่ะ
ระหว่างขับรถไป มีผู้ชายพุงโย้มาเลย จะเดินตัดหน้ารถพาลให้คนขับ

ไอ่ อ้วน ไม่เคยถูกรถชนตายรึไง
คนข้างๆ ใจเย็นๆค่ะ
คิดในใจ (-"-) ทำยังกับตัวเองผอมงั้นอะ เรียกคนอื่นไอ่อ้วน อิอิ ขำ

ไปถึงจะซื้อโลชั่น อ่อ ลดราคาพอดีเลย แต่เอะ มีสองแบบแบบที่แถมขวดเล็กกับแบบที่ไม่แถม
เริ่มไม่แน่ใจในราคาว่ามันราคาเท่ากันรึเปล่าแบบที่มีของแถมอาจจะไม่ลดราคาก็ได้
อืม.. หยิบไปเลยทั้งสองแบบเอาไปเช็คราคาก่อนละกัน
(ถ้าราคาเท่ากันยัยเบื๊อกที่ไหนมันจะไม่เอาของแถมเล่า)
เอาของไปใส่รถเข็นหลังจากนั้นก็ไปหยิบขนมต่อ กลับมาอีกทีรถเข็นหายไปเฉยเลย
มันน่าแค้นใจจริงๆ พวกโรคจิตแฮปรถเข็น อย่าให้เจอเชียวนะ
จะเอาโลชั่นในรถเข็นแหละ ฟาดหัวมัน สั่งสอน รถเข็นมีเยอะแยะไม่รู้จักไปเอา
หลังจากนั้นเริ่มชอปปิ้งแบบจับผิด รถเข็นใครมีโลชั่นสองขวดนั้นมันเริ่มผิดปกติแล้ว
แสดงว่ามันเอารถเราไป แต่หาไม่เจอ เจอนะหัวมันปูดแน่ๆ

Sunday, September 11, 2005

ช่องว่างระหว่างความรัก


วันนี้ดูน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ค่ะ ชอบตอนนี้จังเลย
ชอบตอนที่ดินพูดถึงการเลือกซื้อแก้วกาแฟ
โดยเริ่มแรกถามว่าถ้าใหเลือกระหว่างผู้ชายที่หล่อ รวย แต่นิสัยไม่ดี
กับผู้ชายที่หน้าตาไม่ดีแต่ว่าเป็นคนดีจะเลือกใคร
เด็กผู้หญิงตอบว่าเลือกคนที่หล่อ รวย เพราะว่าความรวยก็ทำให้เค้ามีความสุขได้
ซึ่งเค้าก็บอกว่าแสดงว่าตอนนี้เรามองกันที่วัตถุมากกว่าบุคคล

แล้วดินก็ถามอีกว่า ถ้าเลือกซื้อแก้วกาแฟเซรามิกเลือกแบบไหน
เพื่อนๆก็ตอบว่าเลือกแก้วใบที่มีลวดลายน่ารักๆ
แล้วดินก็บอกว่า แปลกที่คนเราเลือกซื้อแก้วกาแฟเพื่อเราต้องการที่ว่างสำหรับใส่กาแฟ
แต่เรากลับไม่สนใจช่องว่างที่เรามองไม่เห็นนี้เลย
เรากลับมองแต่ลวดลายบนแก้วมากกว่า

เลยเกิดคำถามขี้นในใจค่ะว่า แล้วแก้วกาแฟของฉันล่ะ ฉันเลือกที่ตรงไหน
แล้วคนที่อ่านล่ะคะ เลือกแก้วกาแฟที่ตรงไหน

Thursday, September 08, 2005

วันศุกร์น้อย



หลังจากที่ยุ่งๆมาสองวันต้องวันนี้เริ่มว่างงานเลยมา update diary กันสักหน่อย
วันนี้ฝนตกทำให้ต้องกินข้าวกลางวันแพงค่ะ
ไม่สามารถออกไปกินนอกตึกได้ เลยต้องไปกินที่ร้าน spoonใต้ตึก
เนื่องจาก บอย เพื่อนใหม่จาก bootcamp ของ ออย
จาไปทำงานที่นอตติ้งแฮม เลยไปกินข้าวเลี้ยงส่งกันหน่อย

ช่วงนี้อ่านข่าวก็มีแต่เรื่อง ท้องห้าเดือน เฮ้อเบื่อจัง

วันนี้วันศุกร์น้อยแล้วค่ะ (เลียนแบบพี่อี้)เป็นการให้กำลังใจตัวเองแบบนึง
แต่ถ้าบอกว่าพรุ่งนี้วันจันทร์น้อยแล้วค่ะ มันเป็นการบั่นทอนกำลังใจอย่างแรง
ดังนั้นในสาระบบของเป็ดน้อยจึงมีแต่ วันศุกร์น้อย..กับวันเสาร์น้อย..เท่านั้น
เฮ้อ.. รอฝนหยุดตกมันช่างทรมานซะจริงๆ
สู้นอนห่มผ้าอยู่บ้านแล้วปล่อยให้มันตกไปเรื่อยๆกะไม่ได้
จะช้าอยู่ใยกลับบ้านดีก่า

Saturday, September 03, 2005

อึดอัดๆๆๆๆ



วันนี้รู้สึกอึดอัดเหมือนไม่มีอากาศหายใจ
บางครั้งการที่เรารับรู้ในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้
บางทีมันก็ทำให้เจ็บปวด จนรู้สึกว่าไม่น่ารู้เลย
แต่มันก็เป็นความจริงอยู่ดี เพียงแต่ว่าเราต้องทำใจยอมรับ
และอยู่กับมันให้ได้วันนี้ฉันถามตัวเองว่าจะเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อ
ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้อย่างมีควมสุข หรือฉันจะหยุดเดินแล้ว
เดินย้อนหลังกลับไปอยู่ ณ จุดเดิมดี...

Friday, September 02, 2005

รถไฟฟ้าใต้ดิน



ตั้งแต่เปลี่ยนงานใหม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้ามาทำงานทุกวันค่ะ
จากบ้านต้องนั้งถึง 6 สถานี เลยเริ่มคิดว่าน่าจะหาอะไรทำได้บ้าง
ด้วยเหตุผล เบื่อ ไม่อยากรอคอยทั้งที่มันไม่นานแต่รู้สึกนาน
คิดได้ดังนั้นก็เลยจะเอาหนังสือมาอ่าน แต่ว่าช่วงเช้าคงทำไม่ได้
เพราะลำพังแค่จะเอาตัวขึ้นไปหาพื้นที่น้อยเพื่อยืนบนรถให้ได้ก็ลำบากแล้ว
แลที่สำคัญแบกหนังสือไปมาก็หนัก ทำไงดีน้อ

และแล้วเราก็หา solution ได้แล้วช่วงเย็นจะมีหนังสือพิมพ์มายืนแจกฟรีค่ะ
เป็นหนังสือที่ทาง BTS และ MRT ร่วมกันทำคาดว่ารายได้มาจากโฆษณา
ตัวหนังสือไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากแต่แก้เบื่อระหว่างรอได้ แถมฟรี ได้อ่านทุกวัน
เอาล่ะตั้งใจแล้วหวังว่าจะได้อ่านทุกวัน

วันจันทร์ เดินไปถึง คนอื่นเค้าเอามาจากไหนทำไมเราไม่ได้
อ่อ เดินผิดทางจะเดินย้อนไปเอาก็เสียฟอร์มไงไม่รู้ พรุ่งนี้เอาใหม่
วันอังคาร วันนี้ไม่พลาดเดินถูกทางแน่นอน เห็นแล้วๆแจกอยู่เลย เร่งเดิน
ไปถึง หมดพอดี T_T ไม่ได้อ่าน หมดต่อหน้าต่อตาซะงั้น
วันพุธ ได้อ่านซักกะที เฮ้อ...
แล้ววันนี้จะได้อ่านไหมเนี่ย -_-"