Osaka I
ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิตอน 4 ทุ่มค่ะใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง
ถึงสนามบินคันไซ เค้าว่าเป็นคู่แฝดกะสุวรรณภูมิ แต่เราว่าคันไซดีกว่าเยอะ
สนามบินเค้าเป็นเกาะค่ะสร้างขึ้นจากการถมทะเลญี่ปุ่นนี่เจ๋งจริงๆเลยค่ะ
ลงเครื่องปุ๋มก็ล้างหน้าล้างตา ใส่เสื้อกันหนาวค่ะวันนี้อุณภูมิที่ 10 องศา
แดดออกอากาศดีค่ะ ถือว่าโชคดีถ้าฝนตกคงเที่ยวไม่หนุก
แล้วก็ไปกินอาหารเช้าก่อนหลังจากที่เพิ่งกินบนเครื่องมา -"- พุงยื่นแน่
วันแรกไกด์พาไปเมืองนาราก่อนค่ะไปเที่ยววัดสองวัน
วัดแรกก็สวยดีค่ะ พอดีไปกับช่วงปลายๆฤดูใบไม้ร่วงแล้ว
ยังเจอสีเหลืองๆส้มๆของใบเมเปิ้ลอยู่ค่ะ หลังจากนั้นก็แวะกินข้าวกลางวัน
ที่กินไปตอนเช้ายังย่อยไม่หมดเลยกินอีกแระ อาหารญี่ปุ่นก็อร่อยดีค่ะ
ของกินเยอะมากทิ้งปิ้งๆ ข้างแกงกระหรี่ ราเมง ผลไม้ ขนม โอย...อ้วน
กินเสร็จไปเที่ยวต่อวัดที่สองเป็นวัดไม้ที่ใหญ่ที่สุด
เป็นมรดกโลกด้วยค่ะ วัดนี้มีกวางเต็มไปหมดเลยค่ะ คอยกินแป้งทอดที่นักท่องเที่ยวซื้อให้กิน
แต่ถ้าให้เค้ากินไม่ทันเค้าจะกัดค่ะ เลยไม่ซื้อกลัวมันกัดง่า
เสร็จแล้วก็เดินทางเข้าเมืองโอซากา กินจข้าวเย็นที่แหล่งชอปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโอซาก้า
เสียทรัพย์ไปเยอะพอควร ขนาดมีเวลาแค่สองชั่วโมง
ไกด์บอกว่าพรุ่งนีพามาแก้ตัวอีกรอบ โห่แค่นี้ก็รูดปลื้ดๆ จนตัวซีดแล้ว
ไกด์บอกว่าตอนแรกจะได้พักที่โรงแรมแถวย่านช๊อปปิ้งนี่แหละแต่ว่ามันเต็ม
โชคดีไปไม่งั้นหมดตัวตั้งแต่วันแรก เลยได้ไปอยู่อีกโรงแรมนึงที่แต่เป็นโรงแรม 5 ดาว

เช้าแรกของ Osaka

บรรยากาศเมืองโอซากา

ก่อนเข้าวัดต้องล้างมือตามธรรมเนียม

สวยดีค่ะ

เมืองไทยไม่มีค่ะขอหน่อยละกันต้นเมเปิ้ล

จัดสวนแบบญี่ปุ่น

บุฟเฟ่กลางวันอิ่มมักๆ

มีปิ้งๆด้วย เยอะไปหมดเลือกกินไม่ถูก

วัดไม้ที่ใหญ่ที่สุดค่ะ ใหญ่มากๆดูเทียบกับคนเป็นมดเลย


มีมันปิ้งขายค่ะคิดเป็นเงินไทยเล็กสุดก็ 150 บาทได้มันหัวเดียว

กวางเยอะมากเค้าว่าเป็นฑูตติดต่อกับเทพเจ้า

จุดธูปแล้วกวักควันเข้าตัวเอาโชคดีหน่อย


เค้าบอกว่าถ้าอธิษฐานแล้วลอดผ่านช่องนี้จะประสบความสำเร็จค่ะ

แอบนั่งใกล้ๆน้องกวางกลัวมันกัดเอาอะ

คุณลุงนินจาคอยถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวหน้าวัด คิดท่าให้ด้วย

มาละแหล่งช๊อป คนเยอะมาก

มุมกุลิโกะ คนไทยมาก็ต้องถ่ายกับป้านนี้อิอิ เอาด้วย

คุณหนุ่มได้ถ่ายรูปกับสาวญี่ปุ่น ยิ้มแฉ่งเลย --" แฟนฉาน

เหนื่อยกลับโรงแรมซะที
ถึงสนามบินคันไซ เค้าว่าเป็นคู่แฝดกะสุวรรณภูมิ แต่เราว่าคันไซดีกว่าเยอะ
สนามบินเค้าเป็นเกาะค่ะสร้างขึ้นจากการถมทะเลญี่ปุ่นนี่เจ๋งจริงๆเลยค่ะ
ลงเครื่องปุ๋มก็ล้างหน้าล้างตา ใส่เสื้อกันหนาวค่ะวันนี้อุณภูมิที่ 10 องศา
แดดออกอากาศดีค่ะ ถือว่าโชคดีถ้าฝนตกคงเที่ยวไม่หนุก
แล้วก็ไปกินอาหารเช้าก่อนหลังจากที่เพิ่งกินบนเครื่องมา -"- พุงยื่นแน่
วันแรกไกด์พาไปเมืองนาราก่อนค่ะไปเที่ยววัดสองวัน
วัดแรกก็สวยดีค่ะ พอดีไปกับช่วงปลายๆฤดูใบไม้ร่วงแล้ว
ยังเจอสีเหลืองๆส้มๆของใบเมเปิ้ลอยู่ค่ะ หลังจากนั้นก็แวะกินข้าวกลางวัน
ที่กินไปตอนเช้ายังย่อยไม่หมดเลยกินอีกแระ อาหารญี่ปุ่นก็อร่อยดีค่ะ
ของกินเยอะมากทิ้งปิ้งๆ ข้างแกงกระหรี่ ราเมง ผลไม้ ขนม โอย...อ้วน
กินเสร็จไปเที่ยวต่อวัดที่สองเป็นวัดไม้ที่ใหญ่ที่สุด
เป็นมรดกโลกด้วยค่ะ วัดนี้มีกวางเต็มไปหมดเลยค่ะ คอยกินแป้งทอดที่นักท่องเที่ยวซื้อให้กิน
แต่ถ้าให้เค้ากินไม่ทันเค้าจะกัดค่ะ เลยไม่ซื้อกลัวมันกัดง่า
เสร็จแล้วก็เดินทางเข้าเมืองโอซากา กินจข้าวเย็นที่แหล่งชอปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโอซาก้า
เสียทรัพย์ไปเยอะพอควร ขนาดมีเวลาแค่สองชั่วโมง
ไกด์บอกว่าพรุ่งนีพามาแก้ตัวอีกรอบ โห่แค่นี้ก็รูดปลื้ดๆ จนตัวซีดแล้ว
ไกด์บอกว่าตอนแรกจะได้พักที่โรงแรมแถวย่านช๊อปปิ้งนี่แหละแต่ว่ามันเต็ม
โชคดีไปไม่งั้นหมดตัวตั้งแต่วันแรก เลยได้ไปอยู่อีกโรงแรมนึงที่แต่เป็นโรงแรม 5 ดาว

เช้าแรกของ Osaka

บรรยากาศเมืองโอซากา

ก่อนเข้าวัดต้องล้างมือตามธรรมเนียม

สวยดีค่ะ

เมืองไทยไม่มีค่ะขอหน่อยละกันต้นเมเปิ้ล

จัดสวนแบบญี่ปุ่น

บุฟเฟ่กลางวันอิ่มมักๆ

มีปิ้งๆด้วย เยอะไปหมดเลือกกินไม่ถูก

วัดไม้ที่ใหญ่ที่สุดค่ะ ใหญ่มากๆดูเทียบกับคนเป็นมดเลย


มีมันปิ้งขายค่ะคิดเป็นเงินไทยเล็กสุดก็ 150 บาทได้มันหัวเดียว

กวางเยอะมากเค้าว่าเป็นฑูตติดต่อกับเทพเจ้า

จุดธูปแล้วกวักควันเข้าตัวเอาโชคดีหน่อย


เค้าบอกว่าถ้าอธิษฐานแล้วลอดผ่านช่องนี้จะประสบความสำเร็จค่ะ

แอบนั่งใกล้ๆน้องกวางกลัวมันกัดเอาอะ

คุณลุงนินจาคอยถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวหน้าวัด คิดท่าให้ด้วย

มาละแหล่งช๊อป คนเยอะมาก

มุมกุลิโกะ คนไทยมาก็ต้องถ่ายกับป้านนี้อิอิ เอาด้วย

คุณหนุ่มได้ถ่ายรูปกับสาวญี่ปุ่น ยิ้มแฉ่งเลย --" แฟนฉาน

เหนื่อยกลับโรงแรมซะที