readcamp 2
Posted on Monday, March 8th, 2010 at 8:38 pmในฐานะที่นับตัวเองว่าเป็นนักอ่าน และพอได้ยินข่าวจาก @bact (มั้ง) ว่าจะมี ReadCamp แต่ครั้งนั้นดันจัดตอนเราไม่ได้อยู่เมืองไทย ก็เลยอดไป พอครั้งที่สองมีข่าวว่าจะจัด ก็อยากไปมาก แต่แล้วมันก็เลื่อน ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายได้ยินข่าวจาก @theniw (มั้ง) ว่าเอาแน่ ๆ แถมยังไปคุยกะ @lewcpe และเผ่า blognone ได้ว่า จะจัดกินข้าววันเดียวกันได้ ก็เลยบินลงมาเมืองกรุงมาสองงานนี้โดยเฉพาะ
เนื่องจากตอนเช้ามัวแต่อ้อยอิ่งอยู่ที่ร้านกาแฟ ก็เลยมาถึง CTW เอาซะตอนเที่ยง (พลาด session อ่านอดาจิซะงั้น) แต่ก็ยังดีที่ session ที่อยากฟังมากคือ อ่านศรีบูรพา นำโดย @sirotek (รูปปด้านล่าง) อยู่ตอนบ่าย ก็เลยไปนั่งฟัง
session นี้โดยรวมก็สนุกดี มีมิติในเรื่องราวของศรีบูรพามากมายที่เราไม่เคยมองเห็น อาจจะเพราะว่าเรายังอ่านมาไม่มากพอ แต่ที่ติดใจเรามากก็คือ แนวคิดเรื่อง การศึกษาไทย วรรณกรรมไทย หรือ คนไทย ชอบสอน ซึ่งจนกว่าเราจะพบกันอีก หรือหนังสือหลาย ๆ เล่มของศรีบูรพาก็มีแนวคิดคล้าย ๆ กัน ซึ่งจริง ๆ ถ้าเราก็คิดว่าสังคมไทยชอบอะไร ๆ แบบนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ o-net ที่เป็นปลายเปิด แต่เป็นชอยส์ เพราะเธอต้องตามตามใจฉัน (หรือว่าตามที่ฉํนสอนเท่านั้น) หรือความเชื่อที่ว่าเด็กต้องเชื่อฟังที่ครูสอน ห้ามออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งเราก็กำลังนั่งคิดเรื่องนี้อยู่ แต่เวลาก็หมดลง เสียดายจริง ๆ ถ้ามีเวลาต่ออีกสักครึ่งชั่วโมง คงได้สานต่ออะไรมากขึ้นไปกว่านี้
session ถัดมา ก็น่าฟังดี คือเรื่อง Ender saga และมหากาพย์ภูผามหานที ซึ่งเรื่องหนึ่งเป็นนิยายวิทยาศาสตร์แบบหนังจีนกำลังภายใน ส่วนเรื่องหลังก็เป็นหนังสือจีนกำลังภายในที่แฝงวิทยาศาสตร์ session นี้นำเสนอโดย @mk และ @sugree
รูปข้างบน @sugree กำลังจะสปอยล์บางส่วนของ Ender saga แต่โดนดักคอไว้อยู่
โดยรวมใน session นี้จะพูดถึง Ender saga เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราอ่านเล่มหลัก ๆ หมดแล้ว (ไว้ค่อยเก็บเล่มเสริม) ทีหลัง ก็เลยได้แต่นั่งฟัง ส่วนท้าย ๆ พูดถึงภูพาฯ เราก็ยังไม่ได้อ่าน ก็เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ สรุปใน session นี้เอามัน แต่สมองไม่ค่อยวิ่ง
จริง ๆ สองเรื่องนี้จับมาคู่กันนี้จะมันมาก เพราะมันเหมือน cross-genre กันเลยทีเดียว แทบจะเรียกได้ว่า เอามาวิเคราะห์คู่กันได้สบาย ๆ แต่เสียดายอีกแล้วว่า เวลาน้อยไปหน่อย ก็เลยได้แค่แนะนำสองเรื่องแยกกัน
สำหรับเราซึ่งเป็นนักอ่านนิยายวิทยศาสตร์ และ จีนกำลังภายในสายคลาสสิก คืออ่านมันแต่อสิมอฟ กับ คลาร์ก และอ่านแต่โกวเล้ง การได้อ่าน Ender saga เลยค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเรา เหมือนกับการได้อ่านมังกรคู่นั่นแหละ แต่จริง ๆ เรายังชอบแนวของคลาร์ก หรือว่า โกวเล้งมากกว่านะ เพราะเราชอบอ่านหนังสือที่มันไปช้า ๆ ค่อย ๆ ละเมียดอ่านไปเรื่อย ๆ อ่านหนังสือที่มันดำเนินเรื่องไว ๆ แล้วมันสนุก แต่ไม่ค่อยอิน แบบว่า อ่าน ดาวตกผีเสื้อกระบี่ แล้วน้ำตาซึมละกัน lol
พอหมดสอง session นี้ เราก็เผ่นไปดูดอกไม้ญี่ปุ่นข้างล่าง แล้วก็ไปกินข้าวเย็น(ฟรี) กับชาวเผ่า blognone ที่โรงแรมสวิสโซเทล
ในรูปเห็นคุณ @lewcpe นั่งอยู่ ส่วนคนอื่นจำนามไม่ได้แล้ว ต้องขอโทษด้วย ในงานนี้ก็มีที่รู้จักหลาย ๆ คน เช่น อ.ภุชงค์ @poakpong @thanr @plynoi และคนอื่น ๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน แต่โต๊ะมันยาวไปหน่อย เลยได้คุยแค่ไม่กี่คน
สรุปงาน readcamp ก็สนุกดีตามคาด เสียดายที่เวลาแต่ละ session มันน้อยไปหน่อย ถ้านำเสนอคนเดียว แล้วคนอื่นฟัง มันก็โอเคสำหรับครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าให้ถกเถียงกันไปด้วยนี่ น่าจะสักชั่วโมงจะดีกว่า ส่วนงานเลี้ยงเผ่า blognone ก็ย่อมดีมาก เพราะกินฟรี ดังนั้นถ้ามีงานแบบนี้อีก ก็คงมาทั้งสองงาน
ได้เจอตัวจริงกันคราวนี้เองครับ ตอนนู้นนนนน..เห็นกันผ่านหน้าจอ (firefox l10n)
เสียดายไม่ได้คุยอะไรกันมาก ได้ทักที่ readcamp แป๊บเดียว
ตอนกินข้าวหัวค่ำก็เจอกันแป๊บเดียว (แอบหนีกลับก่อนนี่)
กินกันถึงสี่ทุ่มแน่ะครับ
@rengrit พอดีว่าต้องบินกลับเชียงใหม่นะครับ เลยอยู่ได้แป๊บเดียว แต่เดี่ยวงานหน้าเจอกันใหม่ หุหุหุ
คนไปเยอะมั้ยคะ แล้วตกลง หัวข้อทั้งหมด ที่ได้พูดคุยกัน มีอะไรบ้างหรอคะ แล้วจะตามอ่านได้บล็อกของใครได้อีกเอ่ย
ขอบคุณค่ะ
เข้าไปตามใน Facebook page ของ Readcamp น่าจะง่ายนะครับ
http://www.facebook.com/ReadCamp
รวมถึงหน้าเว็บของ Readcamp http://readcamp.org/ ด้วยนะครับ เดี๋ยวคงค่อย ๆ มีข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ